ซิลิโคนจมูก เป็นพลาสติกสังเคราะห์ที่มีความปลอดภัย หากใช้เทคนิคการผ่าตัดที่ถูกต้อง สะอาด และเป็นซิลิโคนที่คุณภาพมาตรฐาน สามารถใช้เสริมจมูกและอยู่ได้นานหลายปีหรืออยู่ได้ตลอดชีวิต แต่จากข่าวการเข้าจับกุมสถานที่ผลิตซิลิโคนเถื่อน ภายในโรงสีข้าว จ.สุพรรณบุรี อาจทำให้คนที่กำลังคิดจะศัลยกรรมเสริมจมูกรู้สึกกังวลใจ บทความนี้เรามี 5 ขั้นตอน เช็คซิลิโคนปลอมเสริมจมูก มาแนะนำค่ะ
5 ขั้นตอน เช็คซิลิโคนปลอมเสริมจมูก ดูยังไงให้ปลอดภัยไร้กังวล
การศัลยกรรมจมูก เป็นการผ่าตัดเสริมวัสดุเข้าไปเพื่อช่วยให้ใบหน้าดูสมบูรณ์โดดเด่นยิ่งขึ้น ซิลิโคนจมูกเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมในลำดับต้นๆ ผลิตจากพลาสติกสังเคราะห์และมีความปลอดภัยสูง สิ่งสำคัญในการเสริมจมูกนอกเหนือจากการได้รูปทรงจมูกตามที่ต้องการแล้ว สิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นอันดับแรกคือความปลอดภัย การเช็คซิลิโคนปลอมเสริมจมูก เพื่อความปลอดภัยไร้กังวล มีขั้นตอนการเลือกดังนี้
1. รู้คุณสมบัติที่แตกต่างของซิลิโคนแท้และซิลิโคนปลอม
- ซิลิโคน ที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ หมายถึง ซิลิโคนที่ผ่านการรับรองโดยองค์การอาหารและยา คุณสมบัติของซิลิโคนชนิดนี้ จะไม่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ ไม่มีสารพิษปนเปื้อน ผู้ศัลยกรรมมีโอกาสการแพ้ได้น้อย
- ซิลิโคนปลอม หมายถึง ซิลิโคนที่ไม่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหาร และยา ซิลิโคนชนิดนี้ส่งผลในระยะยาวต่อเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ ทำให้มีปัญหาเนื้อเยื่ออักเสบ มีอาการบวมแดง ติดเชื้อ หรือทำให้จมูกเปลี่ยนรูปทรง
2. ตรวจสอบจากรูปแบบของซิลิโคนเสริมจมูก
ซิลิโคนเสริมจมูก โดยปกติเป็นซิลิโคนแท่ง มีอยู่ 2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ แบบแผ่นใหญ่และแบบสำเร็จรูป ทั้ง 2 รูปแบบจะแตกต่างกันทั้งลักษณะการนำมาใช้งานและการตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อป้องกันซิลิโคนปลอม ดังนี้
- แบบแผ่นใหญ่ ซิลิโคนรูปแบบนี้ เมื่อต้องการนำไปใช้งาน เช่น การนำไปเสริมจมูกหรือเสริมคาง ศัลยแพทย์จะต้องนำไปตัด แบ่ง เหลา ให้มีลักษณะหรือขนาดที่เหมาะกับแต่ละบุคคล การตรวจสอบ ซิลิโคนแบบแผ่นใหญ่ที่ได้มาตรฐานควรมี ชื่อบริษัท และเลข LOT/serial number อยู่ที่แผ่น ที่มาจากโรงงาน ซึ่งหากตัดแบ่งเป็นชิ้นย่อยๆแล้ว จะต้องนำซิลิโคนไปใส่ซองแยกย่อยเพื่อไปอบฆ่าเชื้อ โดยในแพคย่อยๆเหล่านี้ (มักอยู่ในซองสีฟ้า) ควรจะต้องมีเขียนรายละเอียดเลข LOT และวันเดือนปีที่อบฆ่าเชื้อด้วย
- แบบสำเร็จรูป ซิลิโคนรูปแบบสำเร็จรูป จะทำเป็นรูปทรงมาเรียบร้อยแล้ว ตรวจสอบได้ไม่ยาก เพราะส่วนใหญ่จะแยกเป็นแพคเกจย่อยๆและ sterile ไว้ในซอง และมีเลข LOT หรือ serial number แยกมาในแต่ละชิ้น ช่วยให้ตรวจสอบได้ง่าย

3. สอบถามจากทางคลินิกหรือโรงพยาบาล
การสอบถามจากทางคลินิก หรือโรงพยาบาล เป็นขั้นตอนการเช็คซิลิโคนปลอมเสริมจมูก ที่ช่วยให้การศัลยกรรมเสริมจมูกปลอดภัยไร้กังวล มากที่สุด เช่น ขอทราบ ชื่อยี่ห้อของซิลิโคนที่ใช้ รวมทั้งเลข LOT/serial number
4. ตรวจเช็คจากราคาของซิลิโคน
โดยทั่วไป ซิลิโคนจมูก เป็นวัสดุผลิตจากพลาสติกสังเคราะห์ และมีหลายเกรด ราคาก็จะแตกต่างกันไป แต่ซิลิโคนเกรดทางการแพทย์ ราคาจะมาตรฐาน หากพบว่าเป็นซิลิโคนที่ราคาถูก รวมถึงค่าบริการที่ถูกเกินไป ควรพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจศัลยกรรม
5. เลือกคลินิกศัลยกรรมที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ
การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ ถือเป็นการขั้นตอนหนึ่งที่ช่วย
ตรวจสอบซิลิโคนปลอมเสริมจมูกได้เป็นอย่างดี เพราะคลินิกศัลยกรรมที่ได้มาตรฐาน มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ และมีศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ จะรักษาชื่อเสียงรักษาคุณภาพในการให้บริการ
วิธีดูแลจากปัญหาการใช้ซิลิโคนปลอมเสริมจมูก
เหตุตำรวจสอบสวนกลางบุกจับผู้ต้องหาที่ลักลอบผลิตซิลิโคนเถื่อน และยังพบว่ามีการกระจายชิ้นส่วนซิลิโคนเถื่อนไปยังคลินิกต่างๆ เพื่อศัลยกรรมให้กับลูกค้า อาจทำให้ผู้ที่ศัลยกรรมโดยเฉพาะผู้สุ่มเสี่ยงต่อการใช้ซิลิโคนปลอมเสริมจมูก รู้สึกกังวลใจ สำหรับวิธีดูแลและป้องกันการใช้ซิลิโคนปลอมเสริมจมูก รวมทั้งคนที่มีโอกาสเสี่ยงสูงต่อการศัลยกรรมจมูกด้วยซิลิโคนปลอม สามารถดูแลและป้องกันตนเองได้ ดังนี้
- การผ่าตัดเสริมจมูก ในกรณีที่รับบริการจากคลินิกที่มีความเสี่ยงต่อการใช้ซิลิโคนปลอมตามข่าว ดังกล่าว วิธีดูแลตนเองในเบื้องต้น ให้สังเกตอาการว่ามีผลกระทบอะไรหรือไม่ เช่น มีอาการบวมแดง ติดเชื้อ มีการรัดตัวแข็งตัวขึ้นมา ให้รีบพบแพทย์เพื่อดูแลรักษาและผ่าตัดเอาซิลิโคนออก
- กรณีศัลยกรรมเสริมจมูก ที่มั่นใจว่าเป็นการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนปลอมตามข่าว แต่ไม่มีผลกระทบหรือพบอาการผิดปกติ หากไม่สบายใจ รู้สึกวิตกกังวล และมีผลกระทบต่อจิตใจ ทำให้นอนไม่หลับ ส่งผลต่อสุขภาพ ก็สามารถผ่าตัดเอาซิลิโคนออกได้ โดยเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานมีศัลยแพทย์เป็นผู้ให้บริการ อาจพบแพทย์ก่อน เพื่อขอคำแนะนำก่อนผ่าตัดเอาซิลิโคนออก
- การดูแลตนเอง จากปัญหาการใช้ซิลิโคนปลอมเสริมจมูกตามข่าว แม้ไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงแต่หากมีความกังวลใจ การดูแลตนเองควรปฏิบัติหลังศัลยกรรมเสริมจมูกตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
การศัลยกรรมเสริมจมูก เพื่อความปลอดภัยในการทำศัลยกรรมความงาม นอกจากขั้นตอนเช็คซิลิโคนปลอมเสริมจมูก เพื่อความปลอดภัยไร้กังวล จากบทความนี้แล้ว ผู้สนใจศัลยกรรมจมูก ควรตรวจสอบข้อมูลต่างๆ อย่างครอบคลุม ทั้งการเลือกวัสดุหรือซิลิโคนเสริมจมูกที่ปลอดภัย มีมาตรฐานทางการแพทย์ ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา เลือกศัลยแพทย์ที่เชี่ยวชาญ และโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน ก็จะทำให้มั่นใจได้ว่าเป็นการศัลยกรรมจมูกด้วยซิลิโคนที่ได้มาตรฐานและได้รูปทรงจมูกที่สวยงาม ตามความต้องการ
“ผ่าตัดเสริมจมูก” เป็นการทำศัลยกรรมความงามที่ได้รับความนิยม และยังมีหลากหลายเทคนิควิธีให้เลือกสวย ตั้งแต่ การตกแต่งปีกจมูก และการผ่าตัดเสริมจมูกด้วยซิลิโคน แต่การศัลยกรรมให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ที่สำคัญได้แก่การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเลือกใช้วัสดุ เลือกซิลิโคนเสริมจมูกที่มีคุณภาพ เพราะไม่เช่นนั้นอาการเสี่ยงซิลิโคนทะลุ หรือปัญหาซิลิโคนทะลุ ก็อาจเกิดขึ้นได้
ปัญหาซิลิโคนทะลุเกิดจากอะไร
- อาการเสี่ยงซิลิโคนทะลุ เป็นผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้จากการศัลยกรรมเสริมจมูก ถือเป็นสิ่งที่น่ากลัวเพราะนอกจากต้องรักษาหรือแก้ไขด้วยการผ่าตัดใหม่ที่ทำให้ต้องสิ้นเปลืองแล้ว บางกรณีการรักษายังเป็นไปได้ยาก และอาจมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาได้
- ปัญหาซิลิโคนทะลุ เกิดจากการเสริมแท่งซิลิโคนที่มีขนาดไม่เหมาะสม เช่นขนาดใหญ่เกินไปหรือเสริมซิลิโคนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่มั่นคง ทำให้เลื่อนไปมาและเกิดการทะลุได้ นอกจากนั้นยังเกิดได้อีกหลายสาเหตุ เช่น
- การเลือกใช้ซิลิโคนที่มีขนาดยาวเกินไป แหลมเกินไป หรือหนาเกินไป
- สาเหตุจากซิลิโคนที่เสริมเข้าไปถูกรบกวน เช่น การบีบปลายจมูก การจับ ขยับ โยก หรือถูกปลายจมูก
- สาเหตุจากการดูแลตนเองหลักศัลยกรรมไม่ดี ทำให้เกิดการอักเสบและการติดเชื้อ ซึ่งจะทำให้ผิวหนังบาง และเกิดการทะลุตามมา
- การวางตำแหน่งของซิลิโคนที่ไม่เหมาะสม เกิดการเบี้ยว เอียง ทำให้มีแรงกดต่อเนื้อเยื่อในตำแหน่งที่ไม่ต้องการ ปัญหานี้มักเกิดจากการเลือกคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือแพทย์ผู้ศัลยกรรมไม่มีประสบการณ์หรือไม่มีความเชี่ยวชาญ
- เกิดจากการเลือกรูปแบบซิลิโคนไม่เหมาะสม เช่น การใช้ซิลิโคนแบบมีขาหรือรูปตัว L
- สาเหตุจากซิลิโคนที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน
- ปัญหาจากการแก้จมูกติดกันบ่อยๆเกินไป ทำให้เนื้อจมูกบางลงและนำไปสู่การทะลุในที่สุด
- เกิดจากการเสริมจมูกโด่งมากเกินไป กรณีเนื้อจมูกน้อย ทำให้ตัวซิลิโคนไปกดเนื้อบริเวณนั้นทำให้ขาดเลือดมาเลี้ยง ผิวจึงเหมือนขาดอาหารทำให้บางลงเรื่อยๆ จนเกิดปัญหาซิลิโคนทะลุ\
เช็คอาการ!! ก่อนซิลิโคนจมูกทะลุ
ศัลยกรรมเสริมจมูก แม้จะมีหลายเทคนิควิธีให้เลือกและส่วนใหญ่ทำแล้วประสบความสำเร็จ ได้ผลลัพธ์ที่ดีมีรูปจมูกใหม่สวยงามตามที่ต้องการ แต่สิ่งที่พบได้เสมอหลังศัลยกรรมจมูกก็คือ ปัญหาซิลิโคนทะลุ หากพบอาการเสี่ยงซิลิโคนทะลุได้เร็ว การดูแลรักษาก็ทำได้ไม่ยาก สัญญาณเตือนซิลิโคนทะลุ เช็คอาการง่ายๆได้ตามนี้
- ผิวบริเวณปลายจมูกมีลักษณะมันวาว หรือจมูกสะท้อนแสงมากผิดปกติ แสดงว่าเนื้อบริเวณปลายจมูกเริ่มบาง ควรพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำปรึกษา
- ผิวบริเวณจมูกเริ่มเปลี่ยนสี เช่น เนื้อบริเวณปลายจมูกมีลักษณะแดง หรือคล้ำขึ้น
- อาการเสียวปลายจมูกหลังใช้มือลูบ เนื่องจากซิลิโคนถูกดันออกมาใกล้ผิวหนังมากเกินไป ทำให้ผิวบริเวณปลายจมูกบางลง
- สิวหัวช้างขึ้นบริเวณปลายจมูก ทำการรักษาแล้วไม่หายและมีอาการอักเสบ จะส่งผลทำให้ผิวหนังบริเวณจมูกบางลง
- ทรงจมูกมีการเปลี่ยนรูป เช่น ทรงจมูกเริ่มยาวและงุ้มผิดปกติ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับคนที่ศัลยกรรมจมูกมานานแล้ว อาจทำให้เนื้อเยื่อหุ้มบริเวณซิลิโคนมีความหนาและแข็ง จนเกิดการบีบรัดทำให้ซิลิโคนผิดรูป เอียง หรือเลื่อนลงมา ส่งผลให้จมูกเริ่มบางลงและนำไปสู่อาการจมูกทะลุได้
- อาการเจ็บบริเวณปลายจมูกเป็นระยะเวลานาน อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าจมูกมีอาการอักเสบและติดเชื้อ อาจส่งผลทำให้จมูกทะลุได้
- มองเห็นซิลิโคนโผล่ออกมา ส่วนใหญ่จะเห็นเป็นแท่งสีขาวๆ อาจมองเห็นได้ทั้งปลายจมูกและด้านในจมูก
ซิลิโคนจมูกทะลุ แก้ไขอย่างไรดี
เคสแก้จมูกทะลุ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ตำแหน่งที่มักเกิดการทะลุ คือบริเวณปลายจมูก และภายในโพรงจมูก กรณีทะลุบริเวณปลายจมูกจะสามารถสังเกตเห็นได้ง่ายและสามารถรักษาได้รวดเร็ว ส่วนการทะลุของซิลิโคนภายในโพรงจมูกจะเห็นได้ยาก การรักษาอาจล่าช้ารักษาได้ยากและอาจภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ การรักษาหรือแก้ไขปัญหาซิลิโคนทะลุ ทำได้โดย
- การผ่าตัดนำซิลิโคนที่ทะลุออกรอให้แผลหายดีแล้วจึงศัลยกรรมจมูกใหม่
- การรักษาหรือแก้ไข แพทย์ประเมินว่าปลายจมูกนั้นมีความบางมากน้อยเพียงใด
- กรณีเนื้อจมูกบางมาก การแก้ไข ทำได้ 2 วิธีหลักๆคือ ถอดซิลิโคนเดิมออกแล้วรองไขมันที่ปลายจมูก เป็นการแก้ไขโดยใส่เนื้อเยื่อไขมันแทนที่ซิลิโคน และวิธีเสริมจมูกที่ไม่ใช้ซิลิโคนหรือเสริมจมูกด้วยเทคนิคโครงสร้าง เช่น เสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหู หรือกระดูกอ่อนซี่โครง
- กรณีเนื้อจมูกไม่บางมาก สามารถแก้ไขโดยการลดขนาดหรือความยาวของซิลิโคนลง
- การแก้ไขปัญหาซิลิโคนทะลุ หากเกิดรอยบุ๋มหลังจากถอดซิลิโคนออก แพทย์จำเป็นต้องใช้เนื้อจากบริเวณอื่น เช่น ก้นกบ ขมับ มาแก้ไขรอยบุ๋มนั้น
- กรณีที่ซิลิโคนยังไม่ทะลุออกมา แต่เริ่มมีสัญญาณบ่งบอกว่าเนื้อปลายจมูกเริ่มบาง สามารถทำการแก้ไขโดยการถอดซิลิโคนเดิมออกและทำการศัลยกรรมเสริมจมูก โดยการลดขนาดหรือความยาวของซิลิโคนลง
เมื่อมีปัญหาซิลิโคนทะลุควร แก้จมูกที่ไหนดี ศัลยกรรมจมูกเป็นการผ่าตัดนำสิ่งแปลกปลอมอย่างเช่นซิลิโคนเข้าไปในร่างกาย เพื่อเป็นการเสริมจมูกให้โด่งสวยตามที่ต้องการ อาการเสี่ยงซิลิโคนทะลุเป็นภาวะแทรกซ้อนที่มีโอกาสขึ้นได้เสมอ หากเลือกคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ได้รับการศัลยกรรมจากแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรง การแก้จมูกทะลุ ก็เช่นเดียวกัน ควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และมีเทคนิคเฉพาะช่วยแก้ปัญหาจมูกทะลุได้ตอบโจทย์ที่สุด
ศัลยกรรมเสริมคางเป็นศัลยกรรมเพื่อความงาม ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเพราะเป็นวิธีที่ช่วยปรับปรุง แก้ไขรูปหน้าที่ไม่ได้สัดส่วน ให้สมดุล สวยได้รูป และนอกจากเรื่องความสวยงามของใบหน้า ศัลยกรรมคางยังเป็นการแก้ปัญหาที่ช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพ ให้ผู้ที่ต้องการศัลยกรรมมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาต่อไปนี้
ศัลยกรรมคาง เสริมคาง เหมาะกับใครบ้าง
- ผู้ที่มีปัญหา คางสั้น คางถอย คางตัด
- ผู้ที่รูปหน้าไม่ได้สัดส่วน เช่น มีคางเหลี่ยมที่เห็นได้ชัด จนทำให้ส่วนต่างๆของใบหน้าไม่สมดุล
- ผู้ที่มีปัญหาบุคลิกภาพ เช่น คางเบี้ยวและยื่นออกมายาวเกินไป
- ผู้ที่เคยเสริมคางมาแล้ว และอยากแก้ไขเพื่อให้ได้รูปคางที่ตอบโจทย์ความต้องการ หรือศัลยกรรมคางมาแล้ว การจัดวางซิลิโคนไม่ถูกตำแหน่งจนคางดูผิดรูปร่างไม่ได้สัดส่วน ซิลิโคนเคลื่อนจากตำแหน่ง
- คนที่คางเล็กมากเกินไป หรือคางหดสั้นเข้าไปด้านใน
- คนที่ใบหน้าสั้น สัดส่วนคางไม่เข้ารูปกับสัดส่วนใบหน้าส่วนอื่น
- คนที่โครงหน้าไม่ได้รูป คางไม่สมส่วน
- เหมาะสำหรับคนที่มีใบหน้ารูปกลม หน้ารูปเหลี่ยม เพื่อปรับแก้ช่วยให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น
- คนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความ V Shape เรียวเล็กตามความนิยม
- คนที่ต้องการเสริมคางเพื่อการมีบุคลิกภาพที่ดี หรือมีเพศสภาพที่ชัดเจนดูดี
- ผู้ที่มีความผิดปกติของกระดูกขากรรไกรล่างที่ยื่นหรือถอย ฟันไม่เสมอกัน
- คนที่มีปัญหาคางบุ๋ม มีลักษณะที่จุดกึ่งกลางของคางลึกเข้าไปมีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ
- ผู้ที่ต้องการแก้ปัญหามีภาวะผิวหนังใต้คางหย่อนหรือมีเหนียง เนื่องจากอายุที่มากขึ้น
- คนที่มีความเชื่อเรื่องโหงวเฮ้ง และเชื่อว่าการเสริมคางเป็นการปรับโหงวเฮ้งให้ดีขึ้น
ซิลิโคนเสริมคางผู้ชายกับผู้หญิงแตกต่างกันหรือไม่
การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน เป็นวิธีแก้ปัญหาคางสั้นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย นอกจากช่วยเสริมคางและใบหน้าให้ได้สัดส่วนดูเรียวยาวขึ้น ยังได้ผลลัพธ์อย่างถาวร แต่ซิลิโคนเสริมคางผู้ชายกับผู้หญิงจะมีความแตกต่างกันในรายละเอียด เช่น
- สำหรับการเสริมคางด้วยซิลิโคนของผู้หญิง ส่วนใหญ่จะสนใจเรื่องความเรียวและยกกระชับของเหนียงใต้คางร่วมด้วย
- ในส่วนการเสริมคางด้วยซิลิโคนของผู้ชาย จะให้ความสำคัญและเน้นความยาวของคางที่ได้รูปกับใบหน้า ไม่เน้นความเรียวยาว
- การเสริมคางของผู้ชาย แพทย์ผู้ผ่าตัดที่มีประสบการณ์จะปรับขนาดสัดส่วนของการเสริมคางด้วยซิลิโคนให้เพิ่มความยาวคางไปพร้อมกับคงขนาดความกว้างของคางเดิมไว้
- กรณีการเสริมคางด้วยซิลิโคนของผู้หญิงแพทย์ผู้ผ่าตัดจะเหลาปรับลักษณะซิลิโคนให้เน้นเพิ่มความยาวเป็นหลัก และลดความกว้างของคางร่วมด้วย
- ในการเสริมคางผู้หญิง บางกรณีผู้หญิงที่มีความกว้างของกระดูกคางค่อนข้างมาก อาจไม่เหมาะสำหรับการเสริมคางด้วย ซิลิโคน ศัลยแพทย์จะแนะนำให้ศัลยกรรมเสริมคางและแก้ไขโดยการผ่าตัดปรับกระดูกปลายคางโดยตรง

เสริมคางผู้ชายมีกี่ทรง? เลือกอย่างไรให้เหมาะสม
การเสริมคางเป็นศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่เนื่องจากโครงหน้าของผู้หญิง ผู้ชายมีความแตกต่างกัน และนอกจากเรื่องของความสวยความงาม ยังเป็นการเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี ดังนั้นการผ่าตัดเสริมคางเพื่อให้ได้รูปทรงคางที่เข้ากับรูปหน้าเดิม ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ ในการผ่าตัดเสริมคางโดยเฉพาะ จะเลือกรูปทรงที่มีลักษณะปลายมน ไม่แหลมเกินไปเพราะอาจจะทำให้ใบหน้าหวานดูไม่แมน แต่ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับความชอบและความต้องการของแต่ละบุคคล ซึ่งมีหลายทรงให้เลือก ดังนี้
1. ทรงเรียวมนได้สัดส่วน
การเสริมคางทรงเรียวมน เป็นรูปทรงที่เหมาะกับผู้ชาย เพราะรูปคางไม่เรียวยาวมากเกินไป มีลักษณะโค้งมน ช่วยปรับให้หน้าเรียวได้สัดส่วน รูปทรงนี้ศัลยแพทย์จะเพิ่มความยาวคางไปพร้อมกับคงขนาดความกว้างของคางเดิมไว้ ไม่เน้นความเรียวยาว ทำให้รูปหน้าดูแมนไม่สวยหวานคลายทรงคางของผู้หญิง
2. ทรงป้านเหลี่ยม
เสริมคางทรงป้านเหลี่ยม เป็นทรงที่เหมาะสำหรับผู้ชาย เพราะคางจะไม่ยาวแหลม แต่เรียวเท่แบบฝรั่ง หรือทำให้หล่อเข้มสไตล์ตะวันตก และการเสริมคางทรงป้านเหลี่ยมให้ได้ผลลัพธ์ต่อเติมคางให้ยาวขึ้นและยังมีความคมเข้ม ผู้ศัลยกรรมควรเป็นผู้ชายที่มีคางเดิมโค้งได้รูปอยู่แล้ว
เสริมคางผู้หญิงมีกี่ทรง? เลือกอย่างไรให้เหมาะสม
สำหรับการเสริมคางของผู้หญิง จุดประสงค์หลักของการศัลยกรรมส่วนใหญ่เน้นเพิ่มความยาว และลดความกว้างของคาง เพื่อให้มีรูปหน้าเรียวและดูสวยหวาน รูปคางที่เหมาะสมสำหรับผู้หญิงมักจะมีลักษณะยาว เรียว เป็นรูปตัว V เหมือนสาวเกาหลี และยังมีอีกหลายรูปทรงที่ได้รับความนิยม เช่น
1. รูปคางทรงวีมน
การเสริมคางทรงวีมนเหมาะกับคนที่มีปัญหาคางสั้นทำให้รูปหน้ากลมและมีคางตัดคล้ายผู้ชาย เมื่อเสริมคางทรงวีปลายมน จะช่วยให้ปลายคางเฉียงลงมา 45 องศา ทำให้ใบหน้าดูมีความเป็นธรรมชาติ แก้ปัญหาคางตัดทำให้คางดูยาวแบบไม่แหลม ช่วยให้หน้าหวานละมุนเป็นธรรมชาติ และยังเหมาะกับผู้หญิงที่มีแก้ม หรือโหนกแก้ม เนื่องจากการเสริมทรงนี้ช่วยปรับสมดุลใบหน้าให้ดูมีมิติมากขึ้น
2. รูปคางทรงเรียวยาว
การเสริมคางทรงเรียวยาวนิยมเรียกกันว่า “ทรงวีเชฟ” การเสริมคางด้วยทรงนี้จะช่วยเพิ่มความยาวของใบหน้าให้ดูเล็กเรียว และยืดกรอบหน้าให้ดูสมส่วน เหมาะกับคนที่กรามไม่ชัด ใบหน้าเล็ก ผลลัพธ์จากการเสริมคางทรงเรียวยาวช่วยให้หน้าหวานละมุนดูมีสไตล์
การเสริมคางมีกี่แบบ มีวิธีการทำคางและข้อดี-ข้อด้อย แตกต่างกันอย่างไร
การศัลยกรรมเสริมคาง ในปัจจุบันมีหลายวิธีและที่ได้รับความนิยมได้แก่ การเสริมคางด้วยการผ่าตัดใส่ซิลิโคน การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง และการเสริมคางที่ไม่ต้องผ่าตัด ได้แก่ การฉีดฟิลเลอร์ และการฉีดไขมันตัวเอง การเสริมคางด้วยกระดูกหรือไขมันตัวเอง และการเสริมคางด้วยซิลิโคนมีวิธีการ ขั้นตอน รวมทั้งข้อดีข้อด้อยที่แตกต่างกัน ดังนี้
การเสริมคางด้วยการฉีดไขมันตัวเอง
การเสริมคางด้วยการฉีดไขมันตัวเอง เป็นการปรับรูปหน้าหรือเสริมคางโดยไม่ต้องผ่าตัด และแพทย์ที่มีความชำนาญในด้านการฉีดไขมันปรับรูปหน้า จะสามารถคำนวณปริมาณไขมันที่จะฉีดให้ออกมาอย่างเหมาะสม นอกจากนั้นการฉีดไขมันคาง ยังเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมโดยเฉพาะคนที่ต้องการแก้ไขโหงวเฮ้งใบหน้า ทั้งการเสริมคางและทุกจุดบนใบหน้า เนื่องจากการปรับรูปหน้าด้วยการฉีดไขมันสามารถเพิ่มปริมาตรของใบหน้า เช่น หน้าผาก แก้ม เพื่อให้ใบหน้าดูอวบอิ่มขึ้น โดยบริเวณที่แพทย์นำไขมันมาใช้ ได้แก่ ไขมันบริเวณหน้าท้องและต้นขา
ข้อดี-ข้อเสีย วิธีเสริมคางด้วยการฉีดไขมันตัวเอง
- ข้อดีของการเสริมคางด้วยวิธีนี้ เป็นการใช้ไขมันของตัวเอง ซึ่งเซลล์ไขมันเป็นโมเลกุลขนาดเล็กผลลัพธ์ที่ได้จากการฉีดไขมันจะเนียนเรียบ ดูเป็นธรรมชาติ
- การเสริมคางด้วยไขมันของตัวเราเอง ข้อดีคือไม่ทำให้เกิดการแพ้เหมือนการฉีดสารเติมเต็มอื่น
- ข้อดีหลังการฉีดไขมันเข้าไปแล้ว ไขมันส่วนที่เหลือจะอยู่ในร่างกายได้ถาวร
- สามารถกลับมาเติมไขมันซ้ำได้อีก โดยไม่เป็นอันตรายใดๆ
- ข้อจำกัดของการเสริมคางด้วยการฉีดไขมันตัวเอง เป็นวิธีที่ไม่เหมาะกับคนที่มีรูปร่างผอมมากๆเพราะไม่สามารถดูดไขมันจากคนที่ผอมมากๆได้
- ไม่สามารถฉีดไขมันครั้งเดียวให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีได้ อาจต้องมีการฉีดไขมันซ้ำ 2-3 ครั้ง เพื่อความสมบูรณ์ของใบหน้า
การเสริมคางด้วยฉีดฟิลเลอร์
การเสริมคางด้วยการฉีดฟิลเลอร์เป็นการศัลยกรรมคางอีกหนึ่งวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่เป็นการฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิค แอซิด เข้าไปบริเวณคางเพื่อเสริมคางและปรับรูปหน้าให้เรียวสวยสมส่วน โดยไม่เป็นอันตรายและไม่มีสารตกค้าง เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการเสริมคางด้วยการผ่าตัด กลัวเจ็บ ไม่อยากมีแผล และไม่มีเวลาพักฟื้น รวมทั้งคนที่มีปัญหาคางไม่เท่ากัน คางบุ๋ม ปัญหาคางสั้น คางตัด หน้ากลม และมีความเชื่อเรื่องโหงวเฮ้ง ต้องการเสริมคางเพื่อปรับโหงวเฮ้ง
ข้อดี-ข้อด้อยของเสริมคางด้วยการฉีดฟิลเลอร์
- เสริมคางด้วยการฉีดฟิลเลอร์ ข้อดี คือ สะดวก รวดเร็วไม่มีอาการบวมช้ำเหมือนการผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้น
- ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ สามารถปรับแก้รูปทรงคางได้ เช่น รูปทรงฟิลเลอร์คางที่ได้ หากสั้นเกินไปสามารถเติมเพิ่มได้ หากยาวเกินไป สามารถสลายบางส่วนออกได้ทันที
- ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน และ ฉีดฟิลเลอร์คางด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง จะได้รูปคางที่สวยเป็นธรรมชาติมากๆ
- การเสริมคางด้วยการฉีดฟิลเลอร์ หลังฉีดจะเห็นผลลัพธ์ได้ทันที เหมาะกับคนที่ต้องการหน้าเรียวอย่างเร่งด่วน
- การฉีดฟิลเลอร์คาง ไม่ทำให้มีรอยแผลเหมือนการผ่าตัดเสริมคาง มีเพียงรอยเข็มบริเวณใต้คางที่ใช้เวลา 3-7 วัน รอยเข็มก็จะหายเป็นปกติ
- ข้อจำกัดของการฉีดฟิลเลอร์คาง ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ถาวรและอยู่ได้เพียง 1-2 ปีต่อการฉีด 1 ครั้ง
- ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์คาง หากฉีดในเนื้อคางชั้นตื้นเกินไป เมื่อเวลาผ่านไปจะทำให้เนื้อคางผิดรูปได้ กรณีนี้มักเกิดจากการเลือกคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่ได้ฉีดฟิลเลอร์คางโดยศัลยแพทย์หรือแพทย์วิชาชีพ
การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง
การศัลยกรรมเสริมคางด้วยกระดูกตัวเองเป็นการตัดเลื่อนและต่อคางโดยใช้กระดูกคางของผู้ที่ต้องการศัลยกรรม หรือเป็นการผ่าตัดที่ต้องการตัดกระดูกคางบางส่วนออกไป แล้วเลื่อนกระดูกให้ขยับมาชิดกัน เพื่อลดความกว้างของคาง และทำให้ช่วงคางเรียวสวยได้รูป การศัลยกรรมเสริมคางด้วยวิธีนี้ยังสามารถแก้ไขปัญหาคางถอยเกินไป หรือคางยื่นเกินไปให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งส่วนใหญ่มักทำร่วมกับการตัดกรามเพื่อให้กรอบหน้าทั้งสองส่วนสมดุลกัน บางกรณีที่ผู้มีปัญหาคางสั้นและเป็นการศัลยกรรมคางโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากคลินิกชั้นนำ ศัลยแพทย์จะใช้กระดูกที่ถูกตัดจากส่วนกรามมาต่อบริเวณปลายคางเพื่อเพิ่มความยาวของคาง แต่ต้องใช้ทักษะศัลยแพทย์ชั้นสูงในการผ่าตัด
ข้อดี-ข้อด้อย การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง
- ข้อดีของการเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง เป็นการเลื่อนตัดกระดูกคาง โดยใช้กระดูกคางของผู้ที่ต้องการศัลยกรรมเอง ที่นอกจากทำให้รูปคางเรียวเป็นธรรมชาติ ยังช่วยปรับสัดส่วนโครงหน้าทั้งสองส่วนสมดุลกัน
- การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง รูปทรงคางจะสวยได้รูปรับกับส่วนของกราม และสามารถลดความกว้างของคาง และเหลาให้คางเรียวลงได้
- ผลลัพธ์ในการเสริมคาง จะคงอยู่ถาวรเนื่องจากเป็นกระดูกตัวเอง
- สามารถแก้ไขปัญหาคางหุบ คางถอย คางยื่นได้อย่างครบถ้วนทุกมิติ
- ข้อด้อยของการเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการเสริมคางซิลิโคน เพราะเป็นการผ่าตัดใหญ่ภายใต้การดูแลวางยาสลบของวิสัญญีแพทย์
- หลังการผ่าตัดคน ผู้ศัลยกรรมจะมีอาการชาบริเวณปลายคาง บางรายอาจชาถาวร
- ต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นนาน และฟื้นตัวได้ช้ากว่าการเสริมคางด้วยซิลิโคน
การเสริมคางด้วยซิลิโคน
การเสริมคางด้วยซิลิโคนเป็นการผ่าตัดเพื่อเปิดแผลภายในช่องปาก หรือภายนอกบริเวณใต้คางซึ่งทั้ง 2 แบบเป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขคางให้มีมิติและมีความสมดุล โดยการเสริมซิลิโคนเข้าไปปรับแต่งรูปทรงของคาง วิธีนี้เป็นการผ่าตัดเล็กที่ให้ผลลัพธ์ถาวร และสามารถทำตามรูปทรงที่ต้องการได้ เพราะศัลยแพทย์จากคลินิกที่ให้บริการจะออกแบบให้ตามความเหมาะสม ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนมีความเป็นธรรมชาติมาก โดยส่วนใหญ่ผู้หญิงมักต้องการมีรูปหน้าที่ดูยาวขึ้นและเรียวเล็กลง แบบ V Shape สำหรับผู้ชายการเสริมคางด้วยซิลิโคน ก็เพื่อให้ใบหน้าดูมีความคมชัดได้สัดส่วน ช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพและทำให้มีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น
ข้อดี-ข้อด้อย การเสริมคางด้วยซิลิโคน
- ข้อดีของการเสริมคางด้วยซิลิโคนจะคงรูป หรือให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้ถาวร
- ซิลิโคนที่นำมาเสริมมีข้อดี คือสามารถเหลาหรือปรับขนาดให้เหมาะกับรูปคางได้ เพราะแต่ละบุคคลจะมีรูปคางต่างกัน
- กรณีการเสริมคางด้วยซิลิโคนแล้ว มีการอักเสบ คางผิดรูป หรือไม่ชอบทรงก็สามารถเปลี่ยนได้
- ซิลิโคน เป็นวัสดุสำหรับเสริมคางที่สามารถต่อคางให้ยาวมากขึ้นได้อย่างชัดเจน
- ข้อด้อยของการเสริมคางด้วยซิลิโคน มีขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนและต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์เป็นอย่างมาก เพราะต้องประเมินรูปหน้า เลือกใช้และเหลาซิลิโคนให้รับกับใบหน้าของผู้ศัลยกรรมแต่ละคน
- การเสริมคางด้วยซิลิโคนทั้งแบบเปิดแผลทางภายในช่องปาก และภายนอกบริเวณใต้คาง ในระยะยาวอาจเกิดปัญหาของเนื้อเยื่อภายใน หรือปัญหาซิลิโคนห้อยทำให้คางเบี้ยว หรือเนื้อคางดูกว้างหนา ทำให้ต้องศัลยกรรมปรับแก้ไข
- การเสริมคางด้วยซิลิโคน เมื่ออายุมากขึ้น ใบหน้ามีการสึกกร่อนของกระดูกและคอลลาเจนหายไปอาจทำให้ซิลิโคนดูห้อย ไม่กลมกลืนกับรูปหน้า
ขั้นตอนเสริมคางด้วยซิลิโคน

การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน เป็นการทำศัลยกรรมเพื่อแก้คาง และปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กลง ช่วยเพิ่มความมั่นใจในบุคลิกภาพของตนเอง สามารถทำได้ 2 เทคนิควิธี ได้แก่ การเปิดแผลภายนอก และเปิดแผลภายในช่องปาก ซึ่งทั้ง 2 วิธีมีขั้นตอน ดังนี้
- แพทย์จะให้ยานอนหลับเพื่อลดความกังวล จากนั้นจึงค่อยฉีดยาชา
- การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน กรณีเลือกใช้เทคนิคการเปิดแผลภายนอก
- ศัลยแพทย์ จะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง โดยมีความยาวประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร
- จากนั้นจะทำการวางตำแหน่งซิลิโคน เฉียงลง 45 องศา และปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้า
- หลังจากปรับแต่งและตรวจเช็คทรงคางเรียบร้อยแล้ว ศัลยแพทย์จะเย็บล็อคหนึ่งชั้นบริเวณเนื้อเยื่อหุ้มกระดูกก่อนทำการเย็บปิดแผลด้านนอก
- ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของแต่ละคน
- หลังผ่าตัดเสร็จ แปะเฝือก ดามไว้ 5 วัน
- การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน กรณีเลือกใช้เทคนิคการเปิดแผลภายในช่องปาก
- ศัลยแพทย์จะเปิดแผลภายในช่องปากระหว่างริมฝีปากกับเหงือกด้านล่างให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตรหรือแล้วแต่ขนาดของซิลิโคนที่เสริมเข้าไป
- ขั้นตอนการเสริมคาง ศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก โดยเลาะติดกระดูกคางตามแนวขอบเขตที่กำหนดไว้ แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนลงในตำแหน่งที่ต้องการ โดยซิลิโคนจะวางอยู่บนกระดูกคางเดิม
- หลังจากนั้นจะเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย
- ซึ่งไหมละลายจะสามารถสลายไปเองได้ภายใน 10 วัน
- การผ่าตัดเสริมคางทั้ง 2 เทคนิค หลังทำสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ โดยไม่ต้องนอนค้างที่โรงพยาบาล และใช้ชีวิตได้ตามปกติ




ขั้นตอนการฉีดไขมันหน้า
การฉีดไขมันหน้าคือการฉีดไขมันตัวเองเข้าไปบริเวณใบหน้าเพื่อเติมเต็มหรือแก้ไขจุดบกพร่องของใบหน้า แทนการฉีดฟิลเลอร์ การฉีดไขมันหน้าจึงเปรียบเสมือนเป็นการย้ายไขมันจากบริเวณหนึ่งไปยังใบหน้า และสามารถฉีดได้หลายตำแหน่ง ดังนี้
- เมื่อผู้รับบริการหรือผู้ศัลยกรรมเลือกคลินิกและพบแพทย์ผู้ให้บริการ แพทย์จะวาดใบหน้าส่วนที่มีปัญหา ร่วมกับออกแบบรูปหน้าให้เหมาะสมตามความต้องการ และพิจารณาบริเวณที่ต้องการดูดไขมัน
- วันนัดแพทย์จะทำการมาร์กจุดที่จะดูดไขมัน โดยเลือกบริเวณที่เหมาะสม เช่น ไขมันหน้าท้อง ไขมันต้นขา หรือไขมันสะโพก เพื่อนำมาฉีดเติมเต็มจุดที่บกพร่องบนใบหน้า
- ทายาฆ่าเชื้อตำแหน่งที่ต้องการฉีดไขมันหน้า และทำการฉีดยาชาบริเวณที่จะดูดไขมัน เพื่อป้องกันเลือกออกมาก และช่วยให้บวมช้ำน้อย
- แพทย์จะใช้เครื่องระบบสั่น PAL ในการดูดไขมัน
- นำเซลล์ไขมันที่ได้ปั่นสกัดแยกชั้นไขมันด้วยเครื่องปั่นคุณภาพสูง
- นำไขมันคุณภาพที่ได้บรรจุใส่หลอดเพื่อเตรียมฉีด จากนั้นนำไขมันที่ได้มาฉีดเติมเต็มใบหน้าบริเวณที่ต้องการ
- หลังฉีดไขมันหน้าแพทย์จะให้นั่งพัก เพื่อพักฟื้นดูผลลัพธ์และอาการประมาณ 1-2 ชั่วโมงก็สามารถกลับบ้านได้

ตำแหน่งในการฉีดไขมันหน้า
- ฉีดไขมันหน้าผาก เพื่อเติมเต็มหน้าผากให้โหนกนูน และแก้ปัญหารอยย่นบริเวณหน้าผาก
- รอยขมวดคิ้ว เป็นการฉีดไขมันตัวเอง เพื่อแก้ไขรอยเหี่ยวย่นของใบหน้าที่เกิดจากอายุมากขึ้นและเกิดจากพฤติกรรมส่วนตัว
- ฉีดไขมันบริเวณขมับ และขอบบนของกระบอกตา เป็นการฉีดเพื่อแก้ไขปัญหาขมับตอบ
- ฉีดไขมันบริเวณหนังตาล่าง และร่องน้ำตา เป็นการฉีดไขมันตัวเองเพื่อเติมเต็มและแก้ไขปัญหาถุงใต้ตา
- ฉีดไขมันบริเวณโหนกแก้ม สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมโหนกแก้ม ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูมีความสมดุลมากขึ้น
- ฉีดไขมันบริเวณร่องแก้ม เป็นการเติมเต็มร่องริ้วรอยที่เป็นร่องลึก ทำให้ใบหน้าแลดูหน้าเต่งตึง
- ฉีดขอบบนของริมฝีปาก และริมฝีปากการฉีดไขมันบริเวณขอบปาก ช่วยแก้ปัญหาริมปากเหี่ยวย่น ปากบนและปากล่างไม่ได้สัดส่วน การฉีดทำให้มีขอบปากที่ชัดเจนขึ้น และมีริมฝีปากที่อวบอิ่มสวยงาม
- ฉีดบริเวณร่องมุมปาก หรือร่องน้ำหมาก เพื่อแก้ปัญหารอยย่นและร่องมุมปาก ทำให้หน้าดูแก่
- บริเวณด้านข้างของกราม หรือบริเวณแก้มที่ตอบ เพื่อปรับรูปหน้าให้สวยสมส่วนและดูอวบอิ่มมากขึ้น

ข้อดีของการฉีดไขมันหน้า
- ข้อดีของการฉีดไขมันหน้าที่ทำให้ได้รับความนิยมคือ มีความปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เนื่องจากเป็นไขมันของตัวเอง
- การฉีดไขมันหน้าเป็นการใช้ไขมันตนเอง ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม ร่างกายไม่ต่อต้านเหมือนวัสดุชนิดอื่น เช่น ซิลิโคน และได้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน ส่งผลต่อภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า
- การฉีดไขมันหน้า แม้ไขมันจะสลายตัวไปบางส่วนก็สามารถฉีดเพิ่มได้ และไขมันบางส่วนที่ถูกฉีดเข้าไปผลลัพธ์ที่ได้จะคงอยู่ถาวร
- การปรับแต่งและเติมเต็มใบหน้าด้วยการฉีดไขมัน สามารถเติมไขมันหน้าได้โดยไม่จำกัดซีซีขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ศัลยกรรมว่าอยากเติมเต็มใบหน้าแบบไหน
- สามารถฉีดหรือเติมได้ทั่วใบหน้า ปลอดภัย มีความเจ็บปวดน้อย และมีการฟื้นตัวค่อนข้างเร็ว
- การฉีดไขมันหน้าราคาถูกกว่าการฉีดฟิลเลอร์ หากต้องใช้เติมเต็มเพื่อแก้ปัญหาใบหน้าในปริมาณมากๆ
- การฉีดไขมันหน้าไม่ต้องผ่าตัด ทำให้ไม่มีรอยแผล
- ช่วยเติมเต็ม ทำให้ผิวเต่งตึง แก้ไขความหย่อนคล้อย ให้ใบหน้าอ่อนเยาว์ ดูเด็กลง
- ช่วยแก้ไขปัญหาหน้าตอบ ลดริ้วรอย ร่องแก้ม ใบหน้าสวยดูเป็นธรรมชาติ แลดูอ่อนเยาว์ขึ้น
- การฉีดไขมันหน้าช่วยปรับสภาพผิว ทำให้ผิวกระจ่างใส ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นใต้ผิวหนัง บำรุงผิวหน้าให้สวยใส หน้าเด้ง
- การฉีดไขมันหน้าใช้เวลาไม่นาน เพียง 15-30 นาที แต่เห็นผลลัพธ์ทันทีหลังฉีด
- เพิ่มความกระชับของผิว ให้ผิวหน้าตึง อ่อนเยาว์ ลดเลือนริ้วรอย

ข้อจำกัดของการฉีดไขมันหน้า
- การฉีดไขมันหน้าแม้จะเป็นวิธีที่ปลอดภัย แต่ทุกขั้นตอนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์ และมีความชำนาญสูง
- การฉีดไขมันหน้าราคาต่อซีซีค่อนข้างสูงกว่าการฉีดฟีลเลอร์
- มีข้อจำกัดในการฉีด คนที่น้ำหนักตัวน้อยหรือผอมมากจะไม่สามารถดูดไขมันได้ เนื่องจากต้องฉีดในปริมาณมาก
- การฉีดไขมันหน้าจะมีการสลายตัวของไขมันบางส่วน ส่วนใหญ่ต้องกลับมาฉีดซ้ำอีก 1-3ครั้ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ยาวนาน
- การฉีดไขมันเพื่อเติมเต็มส่วนที่บกพร่อง เมื่อฉีดแล้วไขมันสามารถเพิ่มและลดลงได้หากมีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่คงทน แม้จะสามารถฉีดเพิ่มเติมได้อีกแต่ก็ต้องมีค่าใช้จ่าย
ฉีดไขมันแล้วเป็นก้อนเกิดจากอะไร ?
ฉีดไขมันหน้า เป็นศัลยกรรมความงาม เพื่อแก้ไขปัญหาใบหน้าตอบ ขมับตอบ มีร่องลึกใต้ตาและร่องน้ำหมาก ใบหน้ามีริ้วรอยไม่เต่งตึง โดยแพทย์จะดูดไขมันจากตัวผู้รับบริการ ไปผ่านกระบวนการเก็บ การคัดแยกเซลล์ไขมัน และการสกัดเซลล์ไขมันที่มีประสิทธิภาพ ก่อนนำไปฉีดเติมเต็มบริเวณที่มีปัญหา ส่งผลให้ใบหน้าดูอวบอิ่ม เติมเต็มร่องลึก ช่วยให้หน้าดูเด็กลงอย่างเห็นผลลัพธ์ แต่หลังฉีดบางคนอาจพบปัญหาฉีดไขมันแล้วเป็นก้อน ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้
- กรณีฉีดไขมันหน้าแล้วพบว่าหน้าเป็นคลื่น ไม่เรียบเนียนหรือเป็นก้อน สาเหตุใหญ่เกิดจากแพทย์ที่ฉีกขาดความชำนาญด้านโครงสร้างใบหน้าคนไข้ ทำให้วิเคราะห์โครงสร้างและชั้นผิวผิด เมื่อฉีดลงบนชั้นผิวจึงทำให้ไม่สม่ำเสมอ
- แพทย์ใช้ไขมันปริมาณมากเกินไป ทำให้มีเซลล์บางส่วนตายจากการที่เลือดเข้ามาหล่อเลี้ยงไม่ทัน ส่วนที่ติดก็จะดูบวมเป็นก้อน ไม่เป็นธรรมชาติ
- การคำนวณปริมาณการฉีดไขมันผิดพลาด เช่น ฉีดไขมันเข้าไปน้อยเกินไป ทำให้ชั้นผิวที่ขาดไปเกิดช่องว่างที่ไม่เข้าไปเติมเต็ม
- หลังการฉีด คนไข้ขาดการดูแลตนเองอย่างถูกต้อง เช่น มีการจับ นวด คลึง กด แกะ เกา บริเวณที่ฉีดไขมันบ่อย ๆ อาจจะทำให้ผิวไม่เรียบ เป็นคลื่นและไม่เสมอกัน
- ไขมันที่ใช้ฉีดมีการปนเปื้อน ไม่ปลอดเชื้อ อาจเกิดจากคลินิกที่รับบริการไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้ทุกกระบวนการไม่ปลอดเชื้อ


การเสริมจมูก สิ่งสำคัญที่จะทำให้ทรงจมูกออกมาสวยเข้ากับรูปหน้า คือการเหลาซิลิโคนจมูก เพื่อลดโอกาส การทะลุ เบี้ยว เอียง ของซิลิโคนก่อนจะทำการเสริม แพทย์จะมีการออกแบบและเหลาซิลิโคนให้รับกับฐานจมูกเดิมของคนไข้ สาเหตุเพราะฐานจมูกเดิมของคนไข้แต่ละเคสมีความแตกต่างกัน ดังนั้นแพทย์จะต้องมีความชำนาญและประสบการณ์อย่างมากในการปรับแต่งซิลิโคนก่อนเสริมจมูกทุกเคส เพื่อให้เหมาะสมกับทรงจมูกใหม่ตามแบบที่คนไข้ต้องการมากที่สุด
ปัจจุบันซิลิโคนจมูกมีเยอะมาก ทั้งสำเร็จรูปและแบบเหลาซิลิโคนเอง แล้วเจ้าซิลิโคน 2 แบบนี้ มันดีแตกต่างกันอย่างไรไปดูกัน
- ซิลิโคนจมูกแบบสำเร็จรูป จะเป็นซิลิโคนที่ออกแบบมาแล้ว มีหลายไซซ์ หลายขนาด หลายทรงให้เลือก ซึ่งซิลิโคนสำเร็จรูปอาจจะไม่ได้เหมาะกับรูปหน้าทุกคน มีข้อจำกัดเยอะในการเสริม อาจจะเห็นขอบซิลิโคนได้ หรือไม่แนบไปกับโครงสร้างเดิมของจมูกคนไข้
- ซิลิโคนจมูกแบบเหลาเอง จะมีความเฉพาะและมี 1 เดียวบนโลกเหลาขึ้นมาเฉพาะบุคคลนั้นๆ ที่จะทำการเสริม และมีความนิ่มความยืดหยุ่นที่หลากหลายแบบมากๆให้เราเลือกใช้ การเสริมจมูกที่แพทย์เหลาเองจะต้องมีความชำนาญมากกว่า เพื่อให้การเหลาซิลิโคนเข้ากับรูปหน้าคนไข้ที่สุด
ประเภทซิลิโคนเสริมจมูกมีอยู่ด้วยกัน 3 เกรด ด้วยกัน
- Implant Grade เป็นวัสดุเกรดดีที่สุดมีความบริสุทธิ์สูง สามารถอยู่ในร่างกายได้ตลอดชีวิต มีการทดสอบไม่พบสารพิษระยะยาว มั่นใจในการเสริม มีความปลอดภัยแน่นอน
- Medical Grade เป็นวัสดุเกรดรองลงมา ที่นิยมใช้กันมากในการศัลยกรรมมีความบริสุทธิ์น้อยกว่า Implant Grade ไม่มีการทดสอบพิษสะสมระยะยาว
- Food Grade เป็นเกรดที่ไม่ปลอดภัย ผลิตจากวัสดุราคาถูก ยังคงพบเคสที่เคยเสริมจมูกราคาถูกมากๆ มาก่อน มักก่อให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง ทั้งสิ่งปนเปื้อนและการเกิดพิษในระยะยาว
แล้วเมโกะคลินิกเลือกใช้ซิลิโคนแบบไหนเสริมอยู่?
ทางเมโกะ คลินิก เลือกใช้ซิลิโคนแบบเหลาเองทั้งหมด โดยเกรดซิลิโคนจมูกที่เลือกใช้คือ Implant Grade เป็นวัสดุเกรดดีที่สุดในการนำมาใช้ในวงการศัลยกรรม มีคุณภาพสูง เป็นแบบเดียวกับที่ทางการแพทย์ใช้ทำลิ้นหัวใจเทียม ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของทั้งอเมริกา (U.S. FDA) และไทย (Thai FDA) อีกทั้งยังมีการทดสอบสิ่งปนเปื้อนไม่พบสารพิษในระยะยาว มีความปลอดภัย สามารถอยู่ในร่างกายได้ตลอดชีวิต



จำเป็นไหมที่ต้องเหลาซิลิโคนจมูกก่อนเสริม
การเหลาซิลิโคนเพื่อให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการเหมือนงานศิลปะ นอกจากความสวยงาม ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยหลังเสริมในระยะยาวเช่นเดียวกัน เป็นขั้นตอนที่ละเอียดมีความสำคัญมาก เพราะจะต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ ความตั้งใจ ความใส่ใจ และเทคนิคที่เหลาแบบเคสบายเคส ให้ได้ตามทรงจมูกที่คนไข้ต้องการ

ซิลิโคนจมูกมีกี่แบบ? แล้วแบบไหนเหมาะกับใคร
ซิลิโคนจมูกที่เมโกะเลือกใช้จะมีให้เลือกอยู่ด้วยกัน 3 แบบ เนื้อของซิลิโคนมีความละเอียด ขาวนวล ซิลิโคนทุกแบบสามารถบิดได้ ที่แตกต่างกันก็คือ ความนิ่ม ความยืดหยุ่นของซิลิโคน ได้แก่
- ซิลิโคนอเมริกาแบบธรรมดา (Standard) : มีความนิ่มและความยืดหยุ่นน้อย เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อบริเวณสันจมูกเยอะ เช็กด้วยการลองดึงเนื้อจมูกถ้ายืดออกมามาก แปลว่าเนื้อจมูกเยอะ สามารถเสริมจมูกให้โด่งได้มาก ก็เลือกใช้ซิลิโคนจมูกที่ไม่ต้องนิ่มมากได้ เพราะเนื้อจมูกที่หนาอยู่แล้วจะทำให้ไม่เห็นขอบสันของซิลิโคนที่ชัดเจน
- ซิลิโคนอเมริกาแบบนิ่ม (Premium) : มีความนิ่มและความยืดหยุ่นปานกลาง เหมาะกับผู้ที่เนื้อจมูกเล็กๆ พอมีเนื้อจมูกบ้าง เสริมโด่งได้ปานกลาง เน้นธรรมชาติ ถ้าอยากได้ปลายพุ่งอีกนิดหน่อยเพิ่มความละมุนแนะนำรองปลายด้วยเนื้อเยื่อก้นกบหรือกระดูกอ่อนหลังหู
- ซิลิโคนอเมริกาแบบนิ่มพิเศษ (Extra Premium) : มีความนิ่มและความยืดหยุ่นมาก เหมาะกับคนที่จมูกเนื้อน้อย การเสริมซิลิโคนจมูกแบบนิ่มพิเศษ และรองปลายด้วยเนื้อเยื่อก้นกบหรือกระดูกอ่อนหลังหูสามารถป้องกันการทะลุในอนาคตได้
ซิลิโคนจมูกหลังเสริมไปแล้วอยู่ได้นานเท่าไหร่
ซิลิโคนจมูกที่วงการแพทย์เลือกใช้ หลังเสริมจมูกไปแล้วไม่มีวันหมดอายุ สามารถอยู่กับร่างกายได้ตลอดชีวิต ไม่มีผลกระทบในระยะยาวแน่นอน นอกเสียจากว่าคนไข้อยากเปลี่ยนทรงจมูกใหม่ หรืออยากถอดออกด้วยเหตุผลบางอย่าง เช่น ปัญหาสุขภาพ เกิดอุบัติเหตุ อายุมากขึ้น ที่สำคัญจะต้องผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการศัลยกรรมจมูกเท่านั้นนะคะ
สำหรับใครที่สนใจเสริมจมูก ที่อยากได้คำแนะนำว่าจมูกเราเหมาะกับทรงจมูกแบบไหน สามารถทักสอบถามปรึกษาทรงจมูกออนไลน์ได้นะคะ นอกจากการเลือกซิลิโคนที่ต้องได้มาตรฐานไม่ส่งผลเสียกับร่างกายเราในระยาวแล้ว ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยคลินิกที่เลือกใช้บริการสถานบริการด้วย
หากสนใจศัลยกรรมจมูกสามารถดูรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ คลิ๊ก
ปัจจุบันศัลยกรรมความงามกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนในสังคม เพราะไม่ใช่เรื่องของความสวยงามที่ผู้หญิงส่วนใหญ่นิยมทำเท่านั้น แต่การศัลยกรรมความงามเป็นการเปลี่ยนแปลงส่วนต่างๆของร่างกายที่สามารถทำได้ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย รวมถึงเพศที่สาม เพื่อตกแต่งใบหน้าและรูปร่างให้เหมาะสม สวยงาม และมีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น ในส่วนของเพศที่สามก็เพื่อช่วยให้มีความชัดเจนทางเพศสภาพมากขึ้น และศัลยกรรมมีหลายรูปแบบ เสริมคางเป็นการศัลยกรรมความงามอีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยม
ศัลยกรรมคาง เสริมคางคืออะไร
ศัลยกรรมคาง หรือ การเสริมคางเป็นการศัลยกรรมความงาม เพื่อปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น โดยศัลยแพทย์จะผ่าตัดตกแต่งคางที่สั้นเกินไป ยาวเกินไป หรือมีเหลี่ยมมุมที่เห็นได้ชัดเกินไป ให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการ ด้วยวิธีผ่าตัดเล็กเพื่อใช้ซิลิโคนจัดรูปทรงปรับโครงสร้างใบหน้าให้ดูเรียวยาวมากขึ้น ศัลยกรรมคางหรือการเสริมคางในปัจจุบันมีหลายวิธีทั้งแบบผ่าตัดเสริมซิลิโคน ผ่าตัดเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง และการฉีดสารเติมเต็มด้วยการฉีดฟิลเลอร์ แต่ละวิธีจะมีข้อดี ข้อด้อย และเหมาะกับรูปหน้าหรือเหมาะกับปัญหาของแต่ละคนแตกต่างกันไป
ศัลยกรรมคาง เสริมคาง มีกี่แบบ
ศัลยกรรมคางหรือการผ่าตัดเสริมคางมีด้วยกันหลายแบบได้แก่ ศัลยกรรมเสริมคางด้วยการผ่าตัดเล็กแบบมีแผลด้านในปาก แบบมีแผลใต้คาง และการเสริมคางด้วยการฉีดฟิลเลอร์ โดยวิธีนี้เป็นการศัลยกรรมคางที่ไม่ต้องผ่าตัด การศัลยกรรมคางแต่ละรูปแบบมีข้อดี ข้อด้อย และเหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน ดังนี้
การเสริมคางแบบมีแผลด้านในปาก
การเสริมคางแบบมีแผลด้านในปากวิธีนี้เป็นการผ่าตัดเล็ก โดยศัลยแพทย์จะเปิดแผลภายในช่องปากระหว่างริมฝีปากกับเหงือกด้านล่างให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตรหรือแล้วแต่ขนาดของซิลิโคนที่เสริมเข้าไป สำหรับขั้นตอนการศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นจะเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย
ข้อดี – ข้อด้อย ของการเสริมคางแบบมีแผลด้านในปาก
ข้อดีคือทำให้ไม่มีแผลเป็นเพราะมองไม่เห็นรอยแผลจากภายนอก ส่วนข้อด้อยเนื่องจากมีพื้นที่ในการผ่าตัดค่อนข้างจำกัด ต้องกรีดเปิดแผลในปากค่อนข้างยาวเพื่อวางซิลิโคน ทำให้เนื้อเยื่อช้ำและมีเลือดออกมาก มีโอกาสติดเชื้อสูงจากน้ำลายหรือเศษอาหาร การเสริมคางด้วยวิธีนี้จึงต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ
การเสริมคางแบบมีแผลใต้คาง
การเสริมคางแบบมีแผลใต้คางเป็นการผ่าตัดเสริมคางที่มีแผลอยู่ด้านนอก ขั้นตอนการเสริมคางศัลยแพทย์ จะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง มีความยาวประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร เพื่อวางตำแหน่งซิลิโคน และปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้า โดยการผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการปรับรูปหน้าของแต่ละคน
ข้อดี – ข้อด้อย ของการเสริมคางแบบมีแผลใต้คาง
ข้อดีมีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่าการเปิดแผลในช่องปาก เนื่องจากแผลมีขนาดเล็ก ทำให้ง่ายต่อการดูแล สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่าย และหลังทำมีอาการบวมช้ำน้อย แต่มีข้อเสียคืออาจเกิดแผลเป็นนูน หรือคีย์ลอยด์หลังผ่าตัดได้ เสริมคางแบบแผลนอกหรือมีแผลใต้คาง จึงนิยมน้อยกว่าการเสริมคางแบบแผลใน
ศัลยกรรมคาง เสริมคางมีกี่รูปทรง
เสริมคางเป็นการศัลยกรรมความงามรูปแบบหนึ่ง ที่ช่วยปรับรูปหน้าให้สมดุล และการมีรูปหน้าที่สวยสมส่วนยังส่งผลต่อบุคลิกภาพ ทำให้ผู้ศัลยกรรมมีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น ดังนั้นการเลือกรูปทรงคาง มีผลต่อใบหน้าโดยรวมเป็นอย่างมาก เพราะนอกได้รูปทรงคางที่เหมาะกับโครงหน้าของแต่ละคนแล้ว ผลลัพธ์ที่ออกมายังช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติ สวยเป็นธรรมชาติมากขึ้น สำหรับการตกแต่งและผ่าตัดเสริมคางรูปทรงคางที่ได้รับความนิยมมีหลายรูปแบบ และหลายเทคนิค เช่น
- คางรูปทรงวีมน การเสริมคางรูปทรงนี้จะช่วยให้มีรูปคางเฉียงลงมา 45 องศา ทำให้ปลายคางไม่แหลมมากจนเกินไป และยังทำให้ใบหน้าโดยรวมดูหวานละมุน ลดความแข็งของใบหน้า เหมาะสำหรับคนที่มีแก้ม หรือมีโหนกแก้มสูง
- คางรูปทรงปลายวีเชฟ เป็นรูปทรงคางที่ช่วยยืดกรอบหน้าให้ดูยาว เสริมรูปหน้าให้ดูเล็กเรียว ทำให้ใบหน้าดูมีสไตล์เปรี้ยว เฉี่ยว ทำให้มั่นใจในบุคลิกภาพของตนเองมากขึ้น เหมาะกับคนที่กรามไม่ชัด ใบหน้าเล็ก
- เสริมคางรูปทรงป้านเหลี่ยม แต่เรียวเท่ เป็นรูปทรงคางที่เหมาะกับผู้ชาย เนื่องจากการศัลยกรรมคางมีลักษณะที่ป้านขึ้น ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูแมนและยังคงความคมเข้ม
- เสริมคางรูปทรงเรียวเล็ก คล้ายสาวสายฝ. (รูปทรงฝรั่ง) เหมาะกับผู้หญิงหรือผู้ศัลยกรรมที่ชอบความอินเตอร์ เนื่องจากการเสริมคางรูปทรงนี้จะทำให้ใบหน้าดูยาว เรียวเล็ก
- เสริมคางรูปทรงยาวเรียวมน เหมือนคนเกาหลี สำหรับทรงนี้จะช่วยลบความแข็งของมุมเหลี่ยมของปลายคาง ทำให้หน้าหวานละมุนสไตล์สาวเกาหลี เหมาะกับคนที่มีรูปหน้าแมนคล้ายผู้ชายหรือเหมาะสำหรับเพศที่สาม ที่ต้องการมีรูปหน้าที่เรียวยาว รูปแบบเดียวกับรูปคางทรงวีเชฟ
- เสริมคางหน้าเรียว Triple Natural Lock เป็นการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย มีมิติ โดยไม่มีรอยแผลไม่เห็นรอยต่อของซิลิโคนและ Lock แน่น ทั้งบน ล่างทั้ง ซ้าย ขวาทั้ง หน้า หลัง ทำให้ซิลิโคนไม่เลื่อนไม่ผิดรูป ทำแล้วไม่ต้องพักฟื้นนาน เสริมคางรูปแบบนี้เป็นเทคนิคเฉพาะของ เมโกะ คลินิก เท่านั้น ข้อดี คือมีการออกแบบให้เหมาะสมกับรูปหน้าของแต่ละคน ทำให้ดูธรรมชาติและรับกับรูปหน้า
การเสริมคางเลือกรูปทรงไหนดี
การตกแต่งและผ่าตัดเสริมคางมีหลายรูปทรง การเลือกเสริมคางแต่ละรูปทรงนอกจากเลือกให้เหมาะกับโครงหน้า เสริมคางแล้วสามารถตอบโจทย์ปัญหาของแต่ละบุคคลได้แล้ว ยังขึ้นอยู่กับเทคนิควิธีรวมทั้งการออกแบบรูปทรงของคางที่ต้องการเสริมให้เหมาะกับโครงหน้า ซึ่งศัลยแพทย์ผู้ทำหน้าที่ผ่าตัดเสริมคางจะเป็นผู้ออกแบบโดยพิจารณาทั้งเรื่องพื้นฐานของโครงสร้างใบหน้า บุคลิกภาพ รสนิยมความชอบของแต่ละคน และยังมีการแยกรูปแบบการเสริมคางของผู้หญิงกับผู้ชาย ดังนั้นการเลือกรูปแบบจึงขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ
สำหรับการเสริมคางเพื่อให้ได้รูปทรงที่ตอบโจทย์ความต้องการ สิ่งสำคัญที่ผู้ศัลยกรรมควรพิจารณาได้แก่ การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน และมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการศัลยกรรมเสริมคางและศัลยกรรมเสริมความงามในด้านต่างๆโดยเฉพาะ เพื่อทำให้มั่นใจว่าการศัลยกรรมเสริมคางจะได้ผลลัพธ์ที่ดี สวยงาม และเหมาะกับรูปหน้ามากที่สุด
ซิลิโคนเสริมคางคืออะไร? มีกี่รูปแบบ
ซิลิโคน เป็นวัสดุทำมาจากพลาสติกสังเคราะห์ สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายประเภท รวมทั้งนำไปใช้กับการศัลยกรรมความงามตามความเหมาะสมของจุดประสงค์นั้นๆ ซิลิโคนคางเป็นวัสดุที่ใช้เสริมเข้าไปกับโครงหน้าเดิม เพื่อให้ได้ทรงคางที่สวย และช่วยเสริมรูปหน้าให้ได้สัดส่วนตามรูปแบบที่ชื่นชอบ ที่ใช้ในการผ่าตัดเสริมคางเป็นชนิดที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ และลักษณะที่นิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบันมี 2 แบบด้วยกัน ได้แก่
ซิลิโคนขาสั้น
ซิลิโคนขาสั้นจะมีขนาดเล็กและเป็นซิลิโคนคางที่ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมช่วงปลายคางโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเน้นเฉพาะบริเวณปลายคางให้ยาวขึ้น และพื้นฐานโครงสร้างคางค่อนข้างดีเป็นทุนเดิม โดยทำการเสริมคางเพื่อต้องการปรับสัดส่วนบนใบหน้าให้สมบูรณ์มากขึ้น ส่วนใหญ่ศัลยแพทย์ที่ทำการศัลยกรรม มักเลือกใช้ซิลิโคนขาสั้นในกรณีที่คนไข้ต้องการเน้นการแก้ไขปัญหาคางแค่จุดเดียว ซึ่งจะเป็นผู้ที่มีปัญหาโครงหน้าไม่มากนัก ข้อดี – ข้อด้อย ของการเลือกใช้ซิลิโคนขาสั้น
- ช่วยเสริมเติมปลายคางให้สวยได้รูปและดูเรียวขึ้น
- ซิลิโคนขาสั้น ออกแบบมาให้เหมาะกับคนที่มีรูปคางอยู่แล้ว แต่ต้องการแก้ไขปัญหาโครงเป็นบางจุด เช่น เน้นเสริมช่วงปลายคางโดยเฉพาะ
- ซิลิโคนขาสั้น ตัวซิลิโคนมีขนาดเล็ก ทำให้มีข้อจำกัดในการใช้
- ไม่เหมาะกับคนกรามใหญ่ คางสั้นมากๆมีเนื้อคางน้อย
ซิลิโคนขายาว
ซิลิโคนขายาวเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาโครงหน้าหลายปัญหา ทำให้สามารถเข้าได้กับทุกโครงหน้าเพราะมีลักษณะขาวางโค้งครอบไปบนกระดูกปลายคาง นอกจากรับกับกรอบหน้าช่วยให้กรอบหน้าชัดขึ้นซิลิโคนจะอยู่ในองศาเดียวกับกรอบหน้าพอดี ทำให้ไม่เป็นรอยต่อเกิดขึ้นระหว่างแก้ม และคาง ข้อดี – ข้อด้อย ของการเลือกใช้ซิลิโคนขายาว
- ปัจจุบัน ซิลิโคนขายาว เป็นรูปแบบซิลิโคนที่ได้รับความนิยมในการใช้เสริมคาง
- ซิลิโคนขายาว ถูกออกแบบมาเพื่อให้รับกับทุกโครงหน้า
- รูปทรงของซิลิโคนขายาว เมื่อใช้งานจะแนบไปกับโครงหน้าแบบพอดี หลังเสริมคางพบรอยต่อน้อย ทำให้คางดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
- สามารถปรับเหลาซิลิโคนให้เข้ากับรูปหน้าของผู้ต้องการศัลยกรรมได้ตามความต้องการ
- ช่วยแก้ปัญหาให้กับคนหน้ากลม มีแก้มห้อย มีปัญหาคางสั้น คางตัด คางถอย และสามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน
ศัลยกรรมทำคางด้วยซิลิโคนเหมาะกับใครบ้าง
- เหมาะกับผู้หญิงและผู้ชายที่มีปัญหาลักษณะใบหน้าไม่ได้สัดส่วน
- ผู้ที่มีปัญหาลักษณะใบหน้ากลมจนเกินไป เพราะตัวซิลิโคนสามารถต่อคางให้ยาวมากขึ้นกว่า 1 ซม.ได้
- ผู้ที่มีคางสั้น ทำให้โครงหน้าไม่ได้สัดส่วน และต้องการเพิ่มความยาวของคาง
- ผู้ที่มีปัญหาคางกว้าง ต้องการให้คางเล็กหรือแคบลง ช่วยเพิ่มความอ่อนหวานให้กับใบหน้า
- ผู้ที่มีคางถอย ต้องการศัลยกรรมคางและปรับคางให้ยื่นไปข้างหน้าเพื่อรับกับปลายจมูกและหน้าผาก
- ผู้ที่มีปัญหาคางยื่นเกินไป การเสริมคางด้วยซิลิโคนสามารถถอยคางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมรับกับกรอบหน้าหรือรูปหน้าได้
- ผู้ที่เคยศัลยกรรมเสริมคางมาแล้ว และต้องการแก้คางเพื่อให้ได้รูปทรงที่สวยงามรับกับรูปหน้ายิ่งขึ้น
ซิลิโคนคางเลือกอย่างไรให้มีคุณภาพ
ศัลยกรรมคาง เป็นการเสริมคางที่มีทั้งวิธีผ่าตัดและไม่ต้องผ่าตัด โดยนำวัสดุหรือสารเติมเต็มเข้าไปในร่างกายบริเวณปลายคาง การเสริมคางด้วยซิลิโคน เป็นการนำวัสดุชนิดหนึ่งเข้าไปในร่างกายของเรา ดังนั้นเกรดของวัสดุหรือเกรดของซิลิโคนที่นำมาใช้เสริมคาง จึงต้องมีคุณภาพและสามารถอยู่ในร่างกายของเราอย่างปลอดภัยทั้งในระยะยาวหรือตลอดชีวิต ซิลิโคนเสริมคางที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ มีดังนี้
ซิลิโคนคางอเมริกา
ซิลิโคนอเมริกา เป็นซิลิโคนที่มีมาตรฐานมีค่าความบริสุทธิ์ของซิลิโคนสูงมาก มีความนิ่มระดับพอดี เนื้อซิลิโคนมีความยืดหยุ่นสูง และเป็นเกรดทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับในวงการศัลยกรรมความงาม รวมทั้งการศัลยกรรมคางว่ามีความปลอดภัยต่อร่างกาย สามารถบิดงอได้ เหลาให้เข้ากับรูปหน้าได้ ช่วยให้กรอบหน้า V – Shape ยิ่งขึ้น การทำคางด้วยซิลิโคน USA ทำให้มีรูปทรงคางที่ค่อนข้างเป็นธรรมชาติ จึงเป็นซิลิโคนเสริมคางที่นิยมใช้มากที่สุด
ซิลิโคนคางเกาหลี
ซิลิโคนคางเกาหลี เป็นเกรดซิลิโคนคุณภาพมีความนิ่ม ทำให้เวลาเสริมแล้วดูเป็นธรรมชาติมากการทำคางด้วยซิลิโคนเกาหลี ยังทำให้คางดูพุ่ง ช่วยให้คางดูงอนมาด้านหน้ามากกว่าซิลิโคนเกรดอื่น สำหรับการเลือกซิลิโคนชนิดนี้ เพื่อให้การเสริมคางได้ผลลัพธ์ที่ดีและตอบโจทย์ความต้องการของเรา ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่นำมาพิจารณาร่วมด้วย เช่น โครงคางตามธรรมชาติ และเนื้อคางเดิมที่มีอยู่
ซิลิโคนเกรดสำเร็จรูป
ซิลิโคนเกรดสำเร็จรูป เป็นซิลิโคนคางที่มีลักษณะแข็งอยู่ทรง เนื้อซิลิโคนมีความนิ่มน้อยและมีรูปร่างสำเร็จรูป ซิลิโคนชนิดนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเสริมคางให้ดูเรียวยาว แต่การนำมาใช้มีข้อจำกัดในการใช้มากกว่าซิลิโคนชนิดอื่น ๆ
เสริมคางด้วยซิลิโคนอย่างไร ให้เหมาะกับใบหน้า
การเสริมคางด้วยซิลิโคน คือการผ่าตัดเพื่อตกแต่งรูปทรงคางด้วยการใช้ซิลิโคนเสริมเข้าไปช่วงปลายคาง เพื่อให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการ โดยซิลิโคนที่จะนำมาใช้ในการศัลยกรรม จะต้องมีมาตรฐานที่ดี ปลอดภัย และยืดหยุ่นได้ รวมทั้งการเลือกรูปทรงคางยังมีผลต่อใบหน้าโดยรวมอีกด้วย การเลือกใช้ซิลิโคนคางที่เหมาะสม จึงต้องพิจารณารูปคางเดิมเพื่อให้ทราบว่าควรเพิ่มความยาวของคางได้มากน้อยเพียงใด โดยการดูตามความเหมาะสมของสัดส่วนใบหน้า ซึ่งรูปหน้าของคนเรามีหลายรูปทรง ดังนี้
รูปหน้ากลม
รูปหน้ากลมลักษณะของใบหน้าจะมีความกว้างและความยาวของหน้าเกือบเท่ากันทุกองศา การเสริมคางด้วยซิลิโคน ของคนรูปหน้ากลม จึงต้องพิจารณาสัดส่วนและกรอบของใบหน้า เริ่มจากโหนกแก้ม ซึ่งเป็นช่วงที่กว้างที่สุดของใบหน้า พิจารณาช่วงหน้าผากกับช่วงกรามจะเล็กกว่า ลักษณะช่วงกรามจะมีรูปมนๆ
รูปหน้าสี่เหลี่ยม
รูปหน้าสี่เหลี่ยม ความกว้างและความยาวของโครงหน้าจะเท่าๆลักษณะของรูปหน้ากรอบหน้าสองข้างค่อนข้างตรงลงมา ปลายคางตัด และมีสันกรามที่ค่อนข้างกว้างจึงทำให้ดูเป็นเหลี่ยม การเสริมคางด้วยซิลิโคนนอกจากเพิ่มความยาวเรียวของใบหน้า ศัลยแพทย์อาจปรับแต่งโครงสร้างของใบหน้าด้วยการเลือกชนิดหรือรูปแบบของซิลิโคนให้เหมาะสม และปรับแต่งได้ง่าย เพื่อทำให้การเสริมคางได้ผลลัพธ์ที่ดี
รูปหน้าสามเหลี่ยม
รูปหน้าสามเหลี่ยม เป็นลักษณะรูปหน้าที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องการ โดยคนที่มีรูปหน้าสามเหลี่ยมส่วนของหน้าผากจะกว้างและสูง คางเรียว มีเส้นกรอบหน้าแคบเรียวลงมาจนถึงส่วนคาง ในขณะที่ส่วนคางจะแหลมจนเห็นได้ชัดคล้ายเป็นเป็นตัววี หรือที่นิยมเรียกกันว่ารูปหน้า V-Shape
รูปหน้าคล้ายรูปหัวใจ
คนที่มีใบหน้ารูปหัวใจ เป็นรูปทรงหน้าที่ดูสวยและมีเสน่ห์ ลักษณะใบหน้าเริ่มตั้งแต่หน้าผากจะคล้ายรูปวาดหัวใจ มีไรผมแหลมลงมาที่กลางหน้าผาก ส่วนกรอบหน้าจะค่อยๆ เรียวลงมาจนถึงส่วนคางซึ่งจะมีความมนเหมือนปลายรูปหัวใจ
รูปหน้ายาว
การมีรูปหน้าที่ยาว ลักษณะของใบหน้าจะคล้ายกับใบหน้ารูปไข่ แต่จะมีความยาวมากกว่าจากส่วนของหน้าผากจนถึงปลายคาง และกรอบหน้าเล็ก เมื่อมองภาพรวมจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีรูปหน้าที่ยาวกว่าปกติ
ใบหน้ารูปไข่
ใบหน้ารูปไข่ เป็นอีกหนึ่งรูปใบหน้าที่เชื่อกันว่าเป็นใบหน้าที่สวยและสามารถแต่งหน้าหรือไว้ผม
ทรงไหนก็ได้ ลักษณะของใบหน้ารูปไข่จะมีเส้นของแนวกระดูกขากรรไกรโค้งมน ส่วนหน้าผากจะกว้างกว่าช่วงกราม และความยาวของใบหน้ามีสัดส่วนมากกว่าความกว้าง ภาพรวมของใบหน้าก็จะมีความมน ดูสวยแบบมีมิติ
ศัลยกรรมคางช่วยในเรื่องใดบ้าง
การมีรูปหน้าที่ได้สัดส่วน ขนาดของคางเป็นปัจจัยหนึ่งที่กำหนดมิติของใบหน้าส่วนล่าง ผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางเล็ก หรือคางร่นมาด้านหลัง ทำให้ใบหน้าดูกลม และส่วนกลางของใบหน้าดูกว้าง รูปหน้าโดยรวมไม่สวยสมดุล ศัลยกรรมคางจึงเป็นการปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น อีกทั้งศัลยกรรมคางยังมีหลายรูปแบบ วัสดุเสริมค้างมีให้เลือกหลายชนิด การผ่าตัดเสริมคางยังช่วยได้ในหลายๆเรื่อง ดังนี้
- เสริมสร้างบุคลิกภาพ การศัลยกรรมเสริมคาง ช่วยเสริมความมั่นใจในตนเอง จากการมีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น
- ปรับรูปหน้าให้สวยสมดุล โดยทั่วไปกรอบรูปหน้าของคนเราแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนบนคือส่วนหน้าผาก ส่วนกลางตั้งแต่หน้าผากลงไปจนถึงจมูก และส่วนล่าง ตั้งแต่จมูกลงไปถึงปลายคาง การศัลยกรรมเสริมคาง เป็นการปรับแต่งโครงสร้างใบหน้าโดยรวมให้สวยสมดุล
- แก้ปัญหา คางบุ๋ม ศัลยกรรมเสริมคางช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ที่คางเป็นรอยหยักตรงกลาง คางบุ๋ม ซึ่งมักสร้างความกังวล และทำให้ขาดความมั่นใจในตนเอง โดยเฉพาะผู้หญิงเนื่องจากทำให้มีรูปหน้าดูคล้ายผู้ชาย การเสริมคางด้วยซิลิโคน ช่วยเปลี่ยนรูปคางให้สวยละมุนได้
- แก้ปัญหา คางเบี้ยว ผู้ที่มีปัญหารูปคางบิดเบี้ยว คางไม่สมมาตร การเสริมคางสามารถแก้ปัญหาทำให้คางกลับมาเท่ากันทั้งสองข้างได้
- แก้ปัญหา คางสั้น สำหรับคนที่มีปัญหาคางเล็ก คางสั้น มีรูปคางไม่ชัดเจน ศัลยกรรมเสริมคาง เป็นการทำคาง หรือเสริมคางให้เรียวยาวขึ้น ส่งผลให้กรอบหน้ามีความคมชัดและมีใบหน้าที่สวยหวานมากขึ้น
- แก้ปัญหา คางร่น คางไม่มีความนูน คนที่มีปัญหารูปคางถอย คางร่นเข้าไปด้านใน คางไม่มีความนูน ศัลยกรรมคางช่วยปรับคางให้นูนและยื่นออกไปด้านหน้า เพื่อให้รับกับปลายจมูกและหน้าผาก ทำให้มีรูปคางที่ชัดเจน และใบหน้าแลดูมีมิติขึ้น
- เสริมคางปรับโหงวเฮ้ง เป็นความเชื่อส่วนบุคคล สำหรับคนที่มีความเชื่อเรื่องโหงวเฮ้ง ศัลยกรรมคางสามารถรับรูปหน้าให้สวยรับทรัพย์ รับสิ่งที่ดีเข้ามาในชีวิตได้ ลักษณะคางที่เหมาะสมปลายคางจะออกแนวมนๆ องศาคางยื่นออกมาข้างหน้าเล็กน้อยให้รับกับปลายจมูกนิดหน่อย เพื่อให้เข้ากับรูปหน้า และคางต้องไม่เรียวแหลมจนเกินไป เพราะอาจไปขวางสิ่งที่ดีที่จะเข้ามาในชีวิต
- เสริมคางปรับรูปหน้าแบบ V–Shape สำหรับคนที่ต้องรูปหน้าแบบ V–Shape ตามเทรนด์นิยมการเสริมคาง สามารถช่วยปรับรูปหน้าให้ยาวเรียวขึ้นได้
- เสริมคางผู้ชาย ศัลยกรรมคางช่วยเสริมคางให้มีลักษณะเหลี่ยม ส่วนใหญ่ผู้ศัลยกรรมคางรูปแบบนี้ จะเป็นผู้ชายหรือเพศที่สาม เพื่อเสริมบุคลิกภาพให้ดีขึ้น ช่วยให้มีใบหน้าที่แลดูดี เหมาะสมกับความเป็นชาย
- แก้ไขปัญหาที่เกิดจากการเสริมคาง ศัลยกรรมคางสามารถแก้ไขปัญหาให้กับผู้ที่เคยเสริมคางมาแล้วแต่ต้องการปรับแก้ไขเพื่อให้ได้รูปทรงสวยงามรับกับรูปหน้ามากขึ้น
ความเสี่ยงในการศัลยกรรมเสริมคาง
- อาการชาริมฝีปาก เนื่องจากศัลยกรรมเสริมคาง เป็นการผ่าตัดด้านในริมฝีปากล่าง และทำให้เกิดรอยแผล การดูแลตนเองตามคำแนะนำของแพทย์ อาการชาริมฝีปากจะค่อยๆบรรเทาลงเองเมื่อเวลาผ่านไป
- อาการบวม หลังการผ่าตัด จะทำให้คางและบริเวณรอบๆจะมีอาการบวม และเจ็บ
- ส่งผลต่อการรับความรู้สึก ศัลยกรรมคางหรือเสริมคาง มีโอกาสที่การรับความรู้สึกที่บริเวณคางจะเปลี่ยนไป อาจเป็นได้ทั้งเพียงชั่วคราว หรือเกิดขึ้นถาวร
- คางผิดรูป เนื่องจากซิลิโคนเลื่อนออกจากตำแหน่ง อันเกิดจากการกระทบกระเทือนที่บริเวณใบหน้า
- แผลผ่าตัดติดเชื้อ ศัลยกรรมคางมีการผ่าตัด 2 แบบ ทั้งการผ่าตัดเสริมคางแผลนอกและการผ่าตัดเสริมคางแผลใน เป็นการเปิดแผลจากด้านในช่องปาก หากดูแลหลังผ่าตัดไม่ดีอาจเกิดการติดเชื้อที่แผลผ่าตัดได้
วิธีดูแลตนเองก่อนศัลยกรรมคาง การปฏิบัติตัวและสิ่งที่ต้องรู้หลังศัลยกรรมคาง
การเตรียมตัวก่อนศัลยกรรมเสริมคาง
- ศึกษาข้อมูลคลินิกที่ต้องการศัลยกรรมเลือกคลินิกที่มีศัลยแพทย์หรือแพทย์วิชาชีพเป็นผู้ให้บริการคลินิกจดทะเบียนถูกต้อง
- ผู้รับบริการ เข้าพบแพทย์ผ่าตัดเพื่อรับคำแนะนำ และประเมินรูปทรงคางและเลือกวัสดุเสริมคาง ให้เหมาะกับรูปหน้า และความต้องการของผู้รับบริการ
- หากมีอาการแพ้ตัวยาบางชนิด หรือ เคยมีประวัติเกี่ยวกับการผ่าตัดมาก่อน ต้องแจ้งแพทย์เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้
- แจ้งข้อมูลทางด้านสุขภาพ เช่น มีโรคประจำตัวที่ต้องรับประทานยาเป็นประจำ อย่างเช่นโรคเบาหวาน ความดันโลหิต ไขมันในเลือด และอื่นๆ เพราะยาบางตัวอาจจะต้องงดรับประทานก่อน โดยเฉพาะยายาแก้ปวด กลุ่มแอสไพริน หรือ ยาคลายกล้ามเนื้อทั้งหมด
- งด รับประทานวิตามิน อาหารเสริม เช่น น้ำมันตับปลา หรือ ยาสมุนไพร ก่อนผ่าตัด อย่างน้อย 2สัปดาห์ เนื่องจากอาจส่งผลทำให้เลือดไหลมากกว่าปกติ และอาจทำให้แผลผ่าตัดมีอาการบวมมากขึ้น
- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำตามที่ร่างกายต้องการ และพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อให้มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง
- ควรงดสูบบุหรี่ และงดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- วันผ่าตัด ไม่ควรนำของมีค่าติดตัวเข้าห้องผ่าตัดและไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่มีโลหะนำไฟฟ้า
- ควรจะสวมเสื้อผ้าที่มีกระดุมหน้าเพื่อความสะดวกต่อการสวมใส่หลังผ่าตัด
- วันผ่าตัด ต้องไม่มีไข้ ไม่สบาย หรือมีการติดเชื้ออักเสบทางผิวหนัง
- รับประทานอาหารให้พออิ่มก่อนเข้าห้องผ่าตัด ไม่ต้องงดน้ำ งดอาหาร
- ควรทำความสะอาดร่างกายก่อนเข้ารับการผ่าตัด เช่น ล้างหน้า แปรงฟัน และบ้วนปากให้เรียบร้อย
อาการหลังศัลยกรรมเสริมคาง และระยะพักฟื้น
ศัลยกรรมเสริมคาง เป็นการผ่าตัดเล็กที่ทำการผ่าตัดร่วมกับการฉีดยาชา ผู้รับบริการจะรู้สึกเจ็บช่วงฉีดยาชาเท่านั้น อาการหลังผ่าตัด และระยะพักฟื้นหลังผ่าตัดเสริมคาง มีดังนี้
- ผู้รับบริการสามารถเดินทางกลับบ้านได้เลยโดยไม่ต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล
- อาการหลังจากนั้น อาจรู้สึกตึงที่บริเวณแผลผ่าตัด แต่จะหายได้เองหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์
- ช่วง 2 ถึง 3 วันแรก หลังผ่าตัดเสริมคาง แพทย์จะใช้ผ้าพันแผลไว้
- ผู้ศัลยกรรมคาง ควรรับประทานอาหารอ่อน เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนของบาดแผล
- การพักฟื้นหลังจากการผ่าตัดเสริมคาง ประมาณ 7 วัน แต่สามารถ ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- ใช้เวลาประมาณ 7 วัน แพทย์จะนัดเข้ามาเพื่อเช็คแผล หรือตัดไหม
- รับประทานยาแก้ปวดและลดบวมได้
- การศัลยกรรมเสริมคาง รูปคางจะเริ่มเข้าที่ใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน
การดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมเสริมคาง
- ประคบเย็น หลังผ่าตัดใน 72 ชั่วโมงแรก หรือสามวันแรกตลอดทั้งวัน เพื่อลดอาการบวมช้ำ วันที่ 4เปลี่ยนมา ประคบอุ่น
- หลังศัลยกรรมเสริมคาง อาการปวดบวมที่บริเวณแผลสามารถเกิดขึ้นได้ใน 3-4 วันหลังการผ่าตัดแต่หากปวดมากผิดปกติควรกลับไปพบแพทย์
- ควรนอนศีรษะสูงเพื่อลดอาการบวม อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหรือนอนตะแคง
- สามารถกลับไปทำกิจกรรมเบาๆ ตามปกติได้ภายใน 5-7 วัน
- พบแพทย์เพื่อรับการตรวจแผล และถอดเฝือกตามที่แพทย์นัด
- งดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1 เดือน
- กรณีแผลผ่าตัดอยู่ภายในช่องปาก หลังผ่าตัดควรรับประทานอาหารเหลวหรืออาหารอ่อนที่ไม่ต้องเคี้ยวมาก เพื่อลดการกระทบกระเทือนของบาดแผล
- หลังรับประทานอาหาร ควรดูแลความสะอาดในช่องปาก โดยการบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากหรือน้ำเกลือทุกครั้ง เพื่อป้องกันการติดเชื้ออักเสบในกรณีช่องปาก
- งดอาหารแสลง อาหารทะเล อาหารสุกๆ ดิบๆ ที่เสี่ยงให้แผลบวมนานกว่าปกติ
- ควรงดออกกำลังกายที่ใช้แรงมากๆ อย่างน้อย 1 เดือน
- งดล้างหน้าจนกว่าแผลจะหาย แต่สามารถทำใช้สำลีชุบน้ำหรือน้ำเกลือ หรือจะใช้ผ้าเปียกเช็ดความสะอาดใบหน้าแทนก็ได้
- รับประทานยาตามแพทย์สั่งให้ครบ
- มารับการตรวจประเมินแผล และคางตามแพทย์นัด
- หากมีอาการผิดปกติให้ไปพบแพทย์ทันที
สาเหตุ และการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังศัลยกรรมคาง
ศัลยกรรมคางแม้จะเป็นการผ่าตัดเล็ก แต่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเกิดการอักเสบได้ เนื่องจากการผ่าตัดเสริมคางบางรูปแบบเป็นการเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ซึ่งเป็นส่วนที่ต้องดูแลเป็นอย่างดี เพราะเกิดการอักเสบได้ง่าย จากเศษอาหารและน้ำลายในช่องปาก นอกจากนั้นภาวะแทรกซ้อนจากศัลยกรรมคาง ยังเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้
คลินิกศัลยกรรม หรือสถานพยาบาลไม่ได้มาตรฐาน
การเลือกสถานพยาบาลหรือคลินิกศัลยกรรม มีส่วนสำคัญอย่างมาก นอกจากเลือกคลินิกที่จดทะเบียนถูกต้อง มีแพทย์วิชาชีพเป็นผู้ให้บริการ รวมทั้งศัลยแพทย์มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านแล้ว การให้บริการ มีเครื่องมือที่ทันสมัย และสภาพแวดล้อมของสถานที่พยาบาล ควรสะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐาน ก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกคลินิก
แพทย์และทีมแพทย์ขาดความชำนาญ
ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นมีหลายลักษณะ นอกจากแผลอักเสบและเกิดการติดเชื้อแล้ว หากแพทย์และทีมแพทย์ขาดความชำนาญ หรือไม่ใช่แพทย์วิชาชีพ อาจมีปัญหาเกี่ยวกับการวางตำแหน่งซิลิโคน เช่น วางซิลิโคนไม่ตรงตำแหน่ง คางเอียง คางเบี้ยว หรือตัดแต่งและเหลาซิลิโคนไม่รับกับรูปหน้า
ผู้ศัลยกรรมภูมิคุ้มกันต่ำ
ปัญหาหรือภาวะแทรกซ้อนจากการศัลยกรรมคาง ส่วนหนึ่งเกิดจากตัวผู้ศัลยกรรมเอง เช่น คนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ มักเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย เช่น เสี่ยงที่จะเกิดการอักเสบของแผลได้ง่าย ซึ่งสาเหตุที่ทำให้มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น การเตรียมตัวก่อนศัลยกรรมได้ไม่ดีพอ พักผ่อนน้อย มีโรคประจำตัวบางอย่าง ยาบางอย่าง แอลกอฮอล์ บุหรี่ เป็นต้น
เคยศัลยกรรมความงามมาก่อน และผ่าตัดจุดเดิมหลายครั้ง
ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้ง่ายจากการศัลยกรรมคาง และเป็นปัจจัยที่มาจากตัวผู้ศัลยกรรมเอง คือเคยศัลยกรรมความงามมาก่อน และผ่าตัดจุดเดิมหลายครั้ง ภาวะแทรกซ้อน เช่น แผลผ่าตัดเกิดการอักเสบง่าย ซิลิโคนเบี้ยว เลื่อนผิดตำแหน่ง และอื่นๆ หากอาการไม่รุนแรงแพทย์อาจให้ยาปฏิชีวนะก่อนเพื่อลดการอักเสบหากอาการไม่ดีขึ้น แพทย์อาจนำเอาซิลิโคนที่เสริมคางออกมาก่อน ซึ่งจะช่วยให้การรักษาง่ายขึ้นและส่งผลให้อาการอักเสบดีขึ้น
เกิดจากพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของผู้ศัลยกรรม
พฤติกรรมและการใช้ชีวิตของผู้ศัลยกรรมเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การศัลยกรรมคางเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น การเท้าคางหรือนอนตะแคง เป็นพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง โดยทั่วไปแล้ว จะห้ามเท้าคางในช่วง 1 เดือนแรก ส่วนการนอนตะแคง ก็ให้งด 1 สัปดาห์หรือมากกว่านั้น
สรุป
ศัลยกรรมคาง เสริมคาง เป็นการผ่าตัดตกแต่งคางของคนที่มีปัญหาคางสั้นเกินไป, ยาวเกินไป, คางเหลี่ยม, คางบุ๋ม, คางตัด, และคางที่ไม่ได้รูปสวยให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการ ศัลยกรรมคางมีหลายวิธีทั้งการเสริมคางด้วยการผ่าตัดและไม่ต้องผ่าตัด เช่น เสริมซิลิโคน ผ่าตัดเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง การฉีดสารเติมเต็มด้วยการฉีดฟิลเลอร์ และไขมันตัวเอง ศัลยกรรมคางช่วยปรับรูปหน้าให้สวยสมดุล เสริมสร้างบุคลิกภาพทำให้มีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น
และยังช่วยแก้ปัญหา คางบุ๋ม คางเบี้ยว คางสั้น ปรับรูปหน้าแบบ V–Shape และเสริมคางผู้ชายให้มีลักษณะเหลี่ยมและป้าน เพื่อเสริมบุคลิกให้ดูแมนยิ่งขึ้น ทั้งนี้การศัลยกรรมคางให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ควรเลือกคลินิกที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ และเป็นคลินิกที่มีคุณภาพมาตรฐานสากล
ปัจจุบันศัลยกรรมความงามมีหลากหลายรูปแบบ และยังมีนวัตกรรมความงามใหม่ๆช่วยให้สวยได้รวดเร็วทันใจ โดยไม่ต้องเจ็บตัว ฉีดไขมันหน้าก็เป็นหนึ่งในนวัตกรรมช่วยให้หน้าสวยดูเด็ก โดยไม่ต้องเจ็บตัวและยังเป็นการศัลยกรรมความงามที่ได้รับความนิยมมาก ฉีดไขมันหน้าคืออะไร อยู่ได้นานแค่ไหน และช่วยให้หน้าเด็กจริงไหม ทุกคำถาม เมโกะ คลินิก มีคำตอบครับ

ฉีดไขมันหน้าคืออะไร
การฉีดไขมันหน้าเป็นการปรับรูปหน้า หรือเติมเต็มใบหน้าด้วยการใช้ไขมันตัวเองไปเติมเต็มในส่วนต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาขมับตอบ หน้าผากแบนหรือมีร่องแก้ม ให้ใบหน้าดูเต็ม อวบอิ่ม รวมถึงลดริ้วรอย ร่องลึก ให้ตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
การฉีดไขมันหน้า ไขมันนำมาจากส่วนไหน
การเติมเต็มใบหน้าด้วยการฉีดไขมันตัวเอง ส่วนของไขมันที่นำมาเติมเต็มเพื่อปรับรูปหน้าและแก้ปัญหาริ้วรอยต่างๆ เป็นไขมันที่สะสมอยู่บริเวณส่วนต่างๆของร่างกาย การนำมาใช้แพทย์จะดูดไขมันตามส่วนต่างๆ ของร่างกายในจุดที่มีไขมันสะสมอยู่ปริมาณมาก เช่น ดูดไขมันบริเวณหน้าท้อง ดูดไขมันบริเวณต้นขาหรืออื่น ๆ ออกมา จากนั้นนำไขมันมาปั่นสกัดแยกชั้นไขมันและเพิ่มประสิทธิภาพ นำไขมันคุณภาพที่คัดมาแล้วกลับมาฉีด เข้าไปที่ใบหน้าบริเวณที่มีข้อบกพร่อง

ฉีดไขมันหน้าเหมาะกับใครบ้าง
การฉีดไขมันหน้า เป็นศัลยกรรมความงามที่ช่วยเติมเต็มใบหน้าให้กลับมากระชับ เต่งตึง มีน้ำมีนวล และยังช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยที่เกิดขึ้นตามวัย ทำให้หน้าดูเด็กลง การฉีดไขมันจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดและเหมาะกับคนที่มีปัญหาต่อไปนี้

คนที่ใบหน้าตอบหรือแก้มผอมตอบ
สำหรับคนที่มีใบหน้าตอบหรือแก้มผอมตอบ สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น เกิดจากกรรมพันธุ์ และคนอ้วนที่มีน้ำหนักตัวมากๆ หากลดน้ำหนักมากเกินไป ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แก้มผอมตอบทำให้ใบหน้าดูโทรม ดูมีอายุ และแก่กว่าวัย การฉีดไขมันหน้า ช่วยปรับรูปหน้าโดยเติมเต็มจุดบกพร่อง แก้ไขสัดส่วนของใบหน้าให้เต็งตึงมีความสมดุลมากขึ้น
คนที่มีปัญหาแก้มตอบจากการจัดฟัน
การจัดฟันถอนฟัน เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ใบหน้าดูผอมตอบ หรือมีโครงหน้าเปลี่ยนไปเพราะหลังจัดฟันหรือถอนฟัน อาจทำให้บริเวณแก้มมีลักษณะเป็นแอ่งยุบลงไป จนส่งผลให้แก้มรวมทั้งใบหน้าดูโทรมและซูบตอบ
คนที่มีปัญหาริ้วรอยจากอายุที่มากขึ้น
การมีอายุที่มากขึ้น การเปลี่ยนแปลงของชั้นหนังและกล้ามเนื้อ ความแข็งแรง ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อลดลง ไขมันส่วนต่างๆบนใบหน้าหายไป ผิวหนังมีความหย่อนคล้อย จนทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่นและริ้วรอยต่างๆบนใบหน้า การฉีดไขมันหน้าช่วยเติมเต็มและลดริ้วรอยต่างๆทำให้ใบหน้าดูเด็กลง
Not found id
คนที่มีปัญหาโครงหน้าเหลี่ยม โหนกแก้มสูง
คนที่มีโครงหน้าเหลี่ยม โหนกแก้มสูง ใบหน้าโดยรวมจะดูไม่สมส่วนรูปหน้ามีลักษณะเป็นเหลี่ยม เมื่อมองหน้าตรงใบหน้าดูใหญ่ขึ้น และยังทำให้ใบหน้าดูแข็งคล้ายผู้ชาย การแก้ปัญหาโครงหน้าเหลี่ยม โหนกแก้มสูง หากไม่ต้องการศัลยกรรมด้วยการผ่าตัดเพื่อตัดกระดูก การฉีดไขมันหน้า สามารถปรับรูปหน้าและช่วยเติมเต็มในที่จุดบกพร่อง เพิ่มความอวบอิ่ม ช่วยให้ใบหน้ามีความสมดุล ดูหวานละมุนมากขึ้น
คนที่ต้องการเติมเต็มหน้าผากให้โหนกนูน
การมีหน้าผากที่โหนกนูน คือลักษณะรูปทรงของหน้าผากที่ดี โดยมีความนูนออกมาเล็กน้อยบริเวณกึ่งกลาง คนที่ต้องการมีหน้าผากโหนกนูน สามารถฉีดไขมันเติมเต็ม เพื่อช่วยเพิ่มความนูนของหน้าผากให้ดูมีมิติ และรับกับจมูก เป็นการปรับรูปหน้าให้มีความสวยงามมากขึ้น

คนที่อยากเปลี่ยนแปลงโครงหน้า
กรณีคนที่มีรูปหน้าสมส่วนอยู่แล้ว แต่มีความเชื่อในเรื่องโหงวเฮ้ง อาจต้องการปรับเปลี่ยนโครงหน้าด้วยการเติมไขมันหน้าผาก เติมแก้มส้ม เพื่อรับโชครับทรัพย์ ตามลักษณะการมีโครงหน้าตามหลักโหงวเฮ้งที่ดี
คนที่มีปัญหารูปหน้าและริ้วรอยแต่ไม่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็มอื่นๆ
การศัลยกรรมปรับรูปหน้า หรือแก้ปัญหาริ้วรอยต่างๆบนใบหน้า สามารถทำได้หลายวิธีสำหรับคนที่ไม่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็มอื่นๆที่เป็นสารสังเคราะห์เข้าไปในร่างกาย การฉีดไขมันหน้า จึงเป็นวิธีที่เหมาะสม เพราะเป็นการฉีดไขมันตัวเองเข้าไปบริเวณใบหน้าเพื่อเติมเต็มและแก้ปัญหาริ้วรอยต่างๆ อีกทั้งการฉีดไขมันหน้ายังมีความเสี่ยงน้อยมากที่จะเกิดอาการแพ้หรืออักเสบเหมือนกับการฉีดสารเติมเต็มอื่นๆ

คนที่ไม่ต้องการศัลยกรรมหน้าด้วยการผ่าตัด
กรณีคนที่ไม่ต้องการศัลยกรรมหน้าด้วยการผ่าตัด เช่น การเสริมคางด้วยซิลิโคน การฉีดไขมันเป็นทางเลือกที่ดี ไม่ทำให้เกิดรอยแผลจากการผ่าตัด และสามารถช่วยเติมเต็มในส่วนที่บกพร่องได้ โดยการฉีดไขมันตัวเองจะอยู่ถาวรและมีความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ ทั้งการมองเห็นและการสัมผัส
คนที่ต้องการให้สุขภาพผิวใบหน้าดีขึ้น
การฉีดไขมันสามารถฟื้นฟูสภาพผิวพรรณที่เสื่อมลง ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นใต้ผิวหนังให้กลับมาดูดี ลดรอยเหี่ยวย่น แก้ปัญหาผิวหน้าเป็นหลุม รอยแผลเป็นลึก อีกทั้งการเติมไขมันบนใบหน้า ยังช่วยในเรื่องของสุขภาพผิวที่ดูกระจ่างใส ดูอ่อนเยาว์ขึ้น

ฉีดไขมันหน้าช่วยให้หน้าเด็กขึ้นจริงไหม
ฉีดไขมันหน้า คือการศัลยกรรมเพื่อช่วยเติมเต็มในส่วนต่างๆ ที่เป็นปัญหาบนใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่เป็นการฉีดไขมันตัวเองเข้าไป เช่น เติมเต็มหน้าผาก ร่องแก้ม ใต้ตา ให้หน้าดูมีมิติ และดูอวบอิ่ม รวมถึงลดริ้วรอย ร่องลึกให้ตื้นขึ้น ทำให้สวยเต็งตึงอย่างเป็นธรรมชาติ จึงนิยมเรียกการฉีดไขมันหน้าว่าการฉีดไขมันหน้าเด็ก การฉีดไขมันหน้าช่วยให้หน้าเด็กขึ้นจริงไหมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนี้
วิธีดูดไขมันส่วนเกินออกมาใช้
การดูดไขมันส่วนเกินออกมาใช้ เพื่อนำมาฉีดหน้าหรือเติมเต็มส่วนที่บกพร่องบนใบหน้า จะมีวิธีการที่แตกต่างจากการดูดไขมันเพื่อลดสัดส่วน เนื่องจากการดูดไขมันเพื่อนำเซลล์ไขมันมาใช้หรือนำมาฉีดต่อจะต้องใช้เทคนิคการดูดด้วยแรงจากมือแพทย์ เพื่อให้ได้เซลล์ไขมันที่มีคุณภาพดี ในปริมาณที่เหมาะสม การฉีดไขมันหน้าเด็ก ผลลัพธ์ที่ได้ส่วนหนึ่งจึงขึ้นอยู่กับวิธีและเทคนิคในการดูดไขมันออกมาใช้ หากแพทย์มีประสบการณ์และมีความชำนาญ ก็จะได้ไขมันคุณภาพและมีปริมาณที่เหมาะสม

การปั่นคัดแยกเซลล์ไขมัน
การฉีดไขมันหน้าเมื่อดูดไขมันออกมาแล้ว จะต้องมาทำการปั่นคัดแยกเซลล์ไขมัน เพื่อแยกชั้นให้เหลือเฉพาะเซลล์ไขมันคุณภาพดี โดยจะต้องใช้เครื่องปั่นคัดแยกที่ได้มาตรฐาน ใช้รอบการปั่นและเวลาในการปั่นที่เหมาะสม การปั่นคัดแยกเซลล์ไขมันจึงเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่ส่งผลลัพธ์ต่อการใช้หรือช่วยให้คนที่ฉีดไขมันมีใบหน้าที่อวบอิ่ม และดูอ่อนกว่าวัย

การกรองเซลล์ไขมัน
หลังการปั่นคัดแยกเซลล์ไขมัน และเซลล์ไขมันคุณภาพดีออกมาได้แล้ว ก็จะต้องนำมาผ่านการกรองด้วยหัวกรองชนิดพิเศษ เพื่อให้ได้ขนาดอนุภาคของเซลล์ไขมันที่เหมาะสมสำหรับการฉีดในแต่ละบริเวณ เมื่อสิ้นสุดขั้นตอนนี้ ก็จะได้เซลล์ไขมันที่พร้อมสำหรับนำไปฉีดเติมเต็มใบหน้า

วิธีและเทคนิคการฉีดไขมันของแพทย์
วิธีและเทคนิคการฉีดไขมันของแพทย์เป็นตัวกำหนดผลลัพธ์หลังการฉีดไขมัน แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ จะสามารถกำหนดตำแหน่งและชั้นผิวที่ควรฉีดไขมันได้อย่างแม่นยำ เลือกใช้ไขมันที่มีขนาดโมเลกุลและปริมาณที่เหมาะสมกับปัญหา หลังการฉีดเติมเต็ม ผิวหน้าเนียนเรียบ ผิวไม่ขรุขระ เป็นคลื่น เป็นก้อน และมีสัมผัสที่เป็นธรรมชาติ
Not found id
ปัจจัยที่ทำให้การฉีดไขมันหน้าเด็กได้ผลลัพธ์แตกต่างกัน
ฉีดไขมันหน้า ถือเป็นศัลยกรรมความงามที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพ และยังช่วยแก้ไขข้อบกพร่องบริเวณใบหน้า ทำให้ผู้ที่มีปัญหามีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น แต่ปัญหาที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคลอาจทำให้การฉีดไขมันหน้าเด็กได้ผลลัพธ์แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้
1. ปัจจัยส่วนบุคคล
การฉีดไขมันหน้าเด็ก แม้จะเป็นการฉีดด้วยไขมันตัวเองที่ไม่มีการต่อต้าน หรือทำให้เกิดอาการแพ้ใด ๆ แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ศัลยกรรม เช่น คุณภาพของไขมันที่ได้อาจแตกต่างกัน ความแข็งแรงของเซลล์ไขมันแต่ละคนที่มีไม่เท่ากัน การมีโรคประจำตัวของแต่ละบุคคล การปฏิบัติตัวและการดูแลตัวเองหลังฉีดไขมัน
2. วิธีดูดไขมันส่วนเกินออกมาใช้
ศัลยกรรมความงาม ที่มีการดูดไขมันส่วนเกินในร่างกาย เพื่อนำมาเติมเต็มส่วนที่บกพร่องบนใบหน้า เพื่อให้ได้เซลล์ไขมันที่มีคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสม จะต้องใช้เทคนิคการดูดด้วยแรงจากมือแพทย์ ผลลัพธ์ที่ดีจึงขึ้นอยู่กับเทคนิควิธีในการดูดไขมันออกมาใช้ จากศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์และมีความชำนาญ
3. กระบวนการคัดแยก และกรองเซลล์ไขมัน
การฉีดไขมันหน้าเด็ก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี เมื่อดูดไขมันออกมาแล้วจะต้องใช้เครื่องปั่นที่ได้มาตรฐานทำการคัดแยกแยกเซลล์ไขมัน โดยมีรอบการปั่นและใช้เวลาในการปั่นที่เหมาะสม จากนั้นนำมาผ่านการกรองด้วยหัวกรองชนิดพิเศษ ทำให้ได้ไขมันที่มีคุณภาพและขนาดเล็กลง ก่อนที่ศัลยแพทย์จะนำไปฉีดเข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการ เพื่อบำรุงผิวพรรณและช่วยให้ใบหน้าสวยอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
4. เทคนิคการฉีดไขมันของแพทย์
เทคนิคการฉีดไขมันของแพทย์ มีส่วนสำคัญต่อผลลัพธ์หลังการฉีด เพราะศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ จะสามารถกำหนดจุดการฉีดได้แม่นยำและเหมาะกับปัญหา รวมทั้งเลือกใช้ไขมันที่มีขนาดโมเลกุลและปริมาณที่เหมาะสม หลังการฉีดไขมันหน้าเด็กไม่เกิดปัญหาผิวขรุขระ เป็นคลื่น เป็นก้อน แต่ได้ผิวหน้าที่เนียนเรียบ และมีสัมผัสที่เป็นธรรมชาติ
5. การดูแลตนเองหลังการฉีดไขมัน
การดูแลตนเองหลังการฉีดไขมัน หากทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด นอกจากทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี สามารถแก้ปัญหาริ้วรอย และข้อบกพร่องบนใบหน้าได้อย่างเห็นผล ทำให้มีใบหน้าอวบอิ่มดูเด็กลงแล้ว ยังช่วยให้การฉีดไขมันติดคงทนถาวรตลอดชีวิต
ฉีดไขมันหน้า บริเวณไหนได้บ้าง
การฉีดไขมันหน้า เป็นการปรับรูปหน้าหรือเติมเต็มใบหน้าให้อวบอิ่มอย่างเป็นธรรมชาติ โดยการใช้ไขมันตัวเองฉีดเข้าไปบริเวณใบหน้าในจุดที่ต้องการเติมเต็มหรือแก้ไขความบกพร่อง จุดที่นิยมฉีดไขมันใบหน้า ได้แก่
- ฉีดไขมันคาง จุดประสงค์ของการฉีดไขมันคาง เพื่อปรับรูปคางช่วยให้ใบหน้าดูเรียวสวย ได้สัดส่วน แก้ปัญหาคางสั้น คางเหลี่ยม ปรับรูปหน้าที่แลดูดุให้สวยละมุนและหน้าเด็กลง
- ฉีดไขมันร่องแก้ม หรือที่เรียกกันว่าร่องน้ำหมาก ทำให้ใบหน้าดูมีอายุหรือแก่กว่าวัย การฉีดไขมันร่องแก้ม เป็นการเติมเต็มเพื่อแก้ปัญหาร่องลึกตามแนวปีกจมูกถึงมุมปาก ให้มีแก้มที่อวบอิ่มดูเด็กอย่างเป็นธรรมชาติ
- ฉีดไขมันแก้มตอบ ปัญหาแก้มตอบทำให้ใบหน้าดูโทรมและมีอายุ การฉีดไขมันหน้าเด็กช่วยเติมเต็มแก้มตอบให้บริเวณแก้มเต็ม และดูอวบอิ่มขึ้น ส่งผลใบหน้าโดยรวมดูสดใส อ่อนเยาว์ลง
- ฉีดไขมันหน้าผาก และรอยย่นหน้าผาก การฉีดไขมันบริเวณนี้เป็นการฉีดไขมันตนเองเพื่อแก้ปัญหารอยย่นบริเวณหน้าผากที่เกิดจากพฤติกรรม เช่น การขมวดคิ้ว จากอายุมากขึ้น หรือเพื่อเติมเต็มหน้าผากให้โหนกนูน
- ฉีดไขมันขมับ การฉีดไขมันหน้าเด็กบริเวณขมับจะช่วยปรับรูปหน้าให้เรียบเนียน โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาขมับตอบ ทำให้โหนกแก้มดูเด่น การฉีดไขมันขมับช่วยลดความเด่นของโหนกแก้ม ทำให้ใบหน้าสวยหวานขึ้น
- ฉีดไขมันเปลือกตา และเบ้าตา บริเวณเปลือกตาและเบ้าตา ถือเป็นอีกหนึ่งจุดบนใบหน้าที่นิยมฉีดไขมัน เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเบ้าตาลึก หรือเป็นร่องลึกเหนือเปลือกตา การฉีดเข้าสู่บริเวณเบ้าตาที่ลึก ช่วยให้เบ้าตาตื้นขึ้น และผิวเปลือกตาเรียบเนียน การฉีดไขมันหน้าเด็กบริเวณเปลือกตาและเบ้าตายังเป็นเทคนิคที่ศัลยแพทย์นิยมทำร่วมกับการการผ่าตัดตาสองชั้นอีกด้วย
- ฉีดไขมันใต้ตา เป็นจุดที่นิยมฉีดเพื่อแก้ปัญหาร่องลึก ลดรอยดำคล้ำบริเวณใต้ตา และช่วยปรับรูปหน้าให้สวยสดใส ดูเด็กลง
- ขอบบนของริมฝีปาก การฉีดไขมันบริเวณขอบบนของริมฝีปาก ช่วยให้ริมฝีปากของเราดูอวบอิ่มส่งผลให้ใบหน้าส่วนรวมสวยแลดูอ่อนเยาว์ลง
ขั้นตอนการฉีดไขมันหน้าเด็ก ด้วยเทคนิค Baby Face Fat Transfer (Micro Fat Grafting)

ศัลยแพทย์ประเมินปัญหาบนใบหน้าของคนไข้ และวางแผนร่วมกับคนไข้เพื่อแก้ไขปัญหาในส่วนที่ต้องการการเติม
- แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการดูดไขมันออกจากร่างกายของคนไข้ โดยพิจารณาดูดจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอย่างเหมาะสม เช่น ต้นขาด้านหลัง ต้นขาด้านใน หรือบริเวณหน้าท้อง
- ก่อนดุดไขมัน เจ้าหน้าที่หรือผู้เชี่ยวชาญจะทำความสะอาดใบหน้า และฆ่าเชื้อที่ใบหน้าบริเวณที่จะฉีดยาชา
- จากนั้นแพทย์จะฉีดสารน้ำที่ประกอบไปด้วยยาชาหรือตัวยาอื่น ๆ ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามเทคนิคของแพทย์แต่ละคลินิก เพื่อทำให้เกิดอาการชาที่ชั้นผิว และช่วยระงับความรู้สึกเจ็บ ในบริเวณที่จะทำการดูดไขมัน
- นำเซลล์ไขมันที่ได้มาผ่านกระบวนการปั่นคัดแยก เพื่อให้ได้เซลล์ไขมันคุณภาพดี จากนั้นทำการกรองกรองให้ได้เซลล์ไขมันขนาดเล็ก ที่เหมาะกับการฉีดในแต่ละบริเวณ
- ศัลยแพทย์ จะทำการฉีดไขมันที่ใบหน้าบริเวณที่ต้องการเติมเต็มหรือต้องการแก้ไขข้อบกพร่อง และเนื่องจากไขมันที่ฉีดมีขนาดเล็ก แพทย์จะฉีดในชั้นผิวหนังที่เหมาะสม ทำให้การจัดเรียงตัวของไขมันเป็นระเบียบ ไม่เป็นก้อนหรือเป็นคลื่นของผิวหนัง
ปัจจัยส่วนบุคคล
การฉีดไขมันหน้าจะได้ผลลัพธ์หลังฉีดอย่างไร ขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนบุคคลหรือตัวของผู้ศัลยกรรมเอง เช่น คุณภาพของไขมันในแต่ละบุคคลแตกต่างกัน การปฏิบัติตัวและดูแลตัวเองหลังฉีดไขมัน ความแข็งแรงของเซลล์ไขมันแต่ละคนจะไม่เท่ากัน รวมถึงโรคประจำตัวบางอย่างของผู้ศัลยกรรม ดังนั้นหลังฉีดไขมันหน้าจึงควรปฏิบัติตัวตามแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและช่วยให้หน้าเด็กขึ้น

ขั้นตอนการฉีดไขมันหน้า
- ขั้นตอนการดูดไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย โดยบริเวณที่นิยมนำไขมันส่วนเกินออกมาใช้ ได้แก่ ไขมันบริเวณหน้าท้อง ไขมันบริเวณต้นขาหรืออื่นๆ ตามที่แพทย์เห็นสมควร
- ขั้นตอนการแยกไขมัน เพื่อให้ได้ไขมันที่ดีและมีคุณภาพสูง เป็นไขมันที่มีชีวิต
- ขั้นตอนทำความสะอาดใบหน้า เพื่อฆ่าเชื้อที่ใบหน้า และฉีดยาชาก่อนทำการฉีดไขมันหน้า
- ขั้นตอนการนำไขมันคุณภาพที่คัดมาแล้วกลับมาฉีด เข้าไปที่ใบหน้าบริเวณที่มีข้อบกพร่อง
เมื่อฉีดไขมันหน้าแล้วอยู่ได้นานแค่ไหน หลังฉีดมีอาการอะไรบ้าง
การฉีดไขมันหน้าด้วยไขมันตัวเอง คือการย้ายเซลล์ไขมันจากส่วนที่เราไม่ต้องการแล้ว ไปเติมเต็มในส่วนที่ขาดหลังฉีดไขมันหน้า เส้นเลือดในชั้นผิวจะนำสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์ไขมัน เพื่อให้เซลล์ไขมันเกาะติดอยู่กับชั้นผิวได้อย่างถาวร เมื่อฉีดไขมันหน้าแล้วจะอยู่ได้นานแค่ไหน ระยะเวลาขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์หรือเทคนิคเฉพาะของคลินิกศัลยกรรม รวมทั้งประสบการณ์ของแพทย์ ดังนี้
- โดยทั่วไป หลังฉีดไขมันหน้าระยะเข้าที่อย่างเต็มที่ ใช้เวลา 2-4 เดือน (โดยปกติเฉลี่ยที่ 3 เดือน)
- หลังฉีดไขมันหน้า เมื่อไขมันเข้าที่แล้ว จะอยู่ได้ตลอดชีวิต
- หลังฉีดไขมันหน้า จะมีอาการบวมประมาณ 3-7 วัน
- ตำแหน่งที่ดูดไขมัน จะมีอาการเขียวเล็กน้อย และจะหายไปภายใน 3-4 วัน
- หลังอาการบวมใบหน้าจะเริ่มเข้าที่ภายใน 4-5 สัปดาห์
- การฉีดไขมัน จะมีการสลายตัวของไขมันไปบางส่วนจึงจะต้องมีการเติมไขมันเข้าไป จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ หรือหากรู้สึกพอใจกับผลลัพธ์ในครั้งแรกแล้วไม่จำเป็นต้องฉีดเพิ่ม
- หลังฉีดไขมันหน้า ส่วนใหญ่ใช้เวลาพักฟื้น ประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ดูดไขมันและฉีดไขมันรวมไปถึงสุขภาพของแต่ละคนด้วย
- หลังฉีดไขมัน ผิวหนังอาจบวม ปวด มีจ้ำเลือด ช้ำ เขียว อาการเหล่านี้สามารถหายไปได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์
- หลังการฉีดประมาณ 3-4 ชม. อาจมีอาการตึงๆ ได้ในบริเวณที่ทำการฉีด อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นหลังจาก 4 ชั่วโมงไปแล้ว
- ผลข้างเคียงของการฉีดไขมันหน้า จะมีเพียงอาการบวมและแผลจากการดูดไขมันซึ่งจะหายได้เองตามธรรมชาติ
การเตรียมตัวก่อนฉีดไขมันหน้า
- แจ้งประวัติการแพ้ยา รวมถึงโรคประจำตัว ประวัติการผ่าตัดหรือการศัลยกรรมให้แพทย์ทราบ และนำยาที่รับประทานประจำมาให้แพทย์ประเมิน
- งด อาหารเสริม และวิตามินต่างๆหรือสมุนไพรทุกชนิด อย่างน้อย 1 เดือนก่อนฉีดไขมันหน้า
- งดของหมัก ของดอง แอลกอฮอล์ บุหรี่ รวมถึงชาและกาแฟ 1-2 วันก่อนฉีดไขมันหน้าและต่อเนื่องอย่างน้อย 1 สัปดาห์
- งดรับประทานยาละลายลิ่มเลือด และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด และควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการผ่าตัดหรือฉีดไขมันหน้า
- งดผ่าตัดศัลยกรรม หรือฉีดไขมันหน้าในช่วงที่เป็นหวัด ไอ มีไข้ หรือป่วย
- ควรสระผมให้สะอาด และงดแต่งหน้า ทาครีม ในวันนัดฉีดไขมันหน้า
- ควรใส่เสื้อผ้าที่ถอดใส่ง่าย สวมใส่สบาย หรือเป็นเสื้อที่มีกระดุมด้านหน้า
- เตรียมความพร้อมด้านจิตใจ เพื่อพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของใบหน้า ไม่ตื่นเต้นและคาดหวังผลลัพธ์มากเกินไป
การปฏิบัติตัวหลังฉีดไขมันหน้า
การปฏิบัติตัวหลังฉีดไขมันหน้า รวมทั้งการดูแลตัวเองอย่างถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์ ช่วยให้การฉีดไขมันหน้าได้ผลลัพธ์ที่ดี สามารถเติมเต็มส่วนที่บกพร่อง แก้ปัญหาร่องแก้มลึก และริ้วรอยร่องแก้ม แก้ปัญหาหน้าผากแบนหรือขมับตอบบุ๋ม ช่วยให้การฉีดไขมันติดคงทนถาวร โดยมีข้อปฏิบัติและการดูแลตัวเองหลังฉีดไขมันหน้า มีดังนี้
- 24 ชม.แรกหลังฉีดไขมันหน้า งดการนวดหน้า ทาครีมบำรุง หรือโลชั่นต่างๆ
- ทำความสะอาดแผลเติมไขมัน และบริเวณดูดไขมันทุกวัน เนื่องจากบางคนอาจมีอาการบวมและรอยเขียวช้ำ แต่อาการเหล่านี้จะหายไปได้เอง เพียงดูแลตนเองอย่างถูกวิธี
- ในวันแรกหลังฉีดไขมันหน้า ควรนอนพักผ่อนให้เต็มที่อย่างน้อย 8 ชั่วโมง
- ดูแลป้องกันไม่ให้แผลเติมไขมันเปียกน้ำ
- หลังฉีดไขมันหน้า ไม่อยู่ในที่ๆเย็นจัด หรือร้อนจัด เพราะไขมันอาจตายได้
- หลังฉีดไขมันหน้า งดการสูบบุหรี่ ต่อเนื่องอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการติดของไขมัน
- งดออกกำลังกาย เพราะร่างกายจะดึงไขมันที่เพิ่งเติมเข้าไป และนำไปเผาผลาญ
- รับประทานยาให้ครบตามที่แพทย์จัดให้
- รีบมาพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ
ข้อควรระวังและข้อห้ามหลังฉีดไขมัน
- ระวังไม่ให้บริเวณที่เติมไขมันได้รับการกระทบหรือกระแทก เพราะการโดนแรงกระแทกอาจทำให้ไขมันได้รับความเสียหาย หรือเซลล์ไขมันตายได้
- ช่วงฉีดไขมันหน้าไม่ควรลดน้ำหนักเพราะร่างกายจะเผาผลาญไขมันที่ไม่จำเป็นออกไปไขมันที่ฉีดเติมเข้าไปอาจสลายตัวไปในระยะเวลาอันรวดเร็ว
- งดทำทรีทเม้นท์บริเวณใบหน้า 2 สัปดาห์
- งดทำเลเซอร์บริเวณใบหน้า 2 สัปดาห์
- ห้ามรับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัดและอาหารที่มีโซเดียมสูงทุกชนิด
ประโยชน์ที่ได้รับจากการฉีดไขมันหน้า
- การฉีดไขมันหน้าหรือเติมไขมันหน้า สร้างรูปหน้าที่สวยงามได้อย่างสมบูรณ์แบบ และช่วยให้สัดส่วนของใบหน้าดูสมส่วนยิ่งขึ้น
- การฉีดไขมันหน้าช่วยลดเลือนริ้วรอยตื้นลึกให้จางลงได้ เพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าดูเต่งตึง อวบอิ่ม พร้อมปรับสภาพผิวจากที่แห้งเหี่ยวให้ดูสุขภาพดี ทำให้ใบหน้าดูเด็กลงและไม่แก่
- ฉีดไขมันหน้าเป็นการใช้ไขมันของตนเองมาฉีดเติมเต็ม ทำให้มีความปลอดภัยมากที่สุดเพราะร่างกายไม่มีปฏิกิริยาต่อต้าน เนื่องจากไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมและไม่มีอาการแพ้
- บำรุงผิวพรรณเนื่องจากเซลล์ไขมันเป็นสิ่งมีชีวิตและมีเสต็มเซลล์ เมื่อเราเติมเข้าไปแล้ว จะช่วยฟื้นฟูผิวบริเวณนั้นให้เต่งตึง ดูอ่อนเยาว์ลง
- เซลล์ไขมันของตัวเราเอง นอกจากเติมเต็มตำแหน่งที่มีข้อบกพร่องบนใบหน้าแล้ว ยังสามารถใช้ฉีดเข้าไปได้ในทุกจุดของร่างกาย เช่น
- เติมไขมันหน้าอก
- ฉีดไขมันสะโพก
- เติมไขมันก้นเด้ง
- เติมไขมันหลังมือ
- เติมไขมันน้องสาว
- การฉีดไขมันหน้า เมื่อฉีดเข้าไปในแต่ละชั้นผิวหนังจะให้ผลลัพธ์ที่ถาวร เพราะเซลล์ไขมันที่ปลูกถ่ายติดแล้วจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย โดยจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงไปตามน้ำหนักตัวของผู้ศัลยกรรม
- ฉีดไขมันหน้า เป็นการศัลยกรรมเพื่อเติมเต็มที่หลังฉีดสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้น สะดวกสำหรับคนวัยทำงานที่ไม่มีเวลาพักฟื้นหรือไม่สามารถลางานได้
- เสริมสร้างบุคลิกภาพ ทำให้มีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น เพราะการฉีดไขมันหน้าเป็นการเติมเต็มเพื่อแก้ปัญหาร่องแก้ม ขมับบุ๋ม แก้มตอบ และหน้าผากแบน ที่สามารถเห็นผลลัพธ์หลังทำทันที
สรุป
การฉีดไขมันหน้าเป็นการปรับรูปหน้าหรือเติมเต็มใบหน้าด้วยการใช้ไขมันตัวเองฉีดเข้าไปตามตำแหน่งที่มีปัญหา เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องบนในหน้าที่พบได้มากมีทั้งปัญหาหน้าผากแบน ขมับตอบ หรือมีร่องแก้ม ทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย เมื่อฉีดไขมันหน้าแล้วยังทำให้ใบหน้าดูอวบอิ่ม สวยสดใสอย่างเป็นธรรมชาติและดูหน้าเด็กลง
ส่วนในเรื่องหลังฉีดไขมันหน้าจะผลลัพธ์จะอยู่ได้ถาวรหรืออยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ความชำนาญและประสบการณ์ของแพทย์ผู้ให้บริการ รวมถึงการดูแลตนเองอย่างถูกต้องของผู้ศัลยกรรม ทั้งการเตรียมตัวก่อนฉีดไขมันหน้า และการปฏิบัติตัวหลังฉีดไขมัน หากต้องการผลลัพธ์ที่ดีฉีดแล้ว ภาพรวมทำให้หน้าดูสวยและเด็กลง ทุกปัจจัยขึ้นอยู่กับตัวผู้ศัลยกรรมเป็นสำคัญ
หนึ่งปัญหาที่พบบ่อย หลังคุณสาวๆหลายคนไปทำ การศัลยกรรมเสริมจมูกในคลินิกเสริมความงาม ซึ่งหลังศัลยกรรมจมูกผ่านระยะเวลาไปสักพักก็พบปัญหาซิลิโคนทะลุ ซิลิโคนเบี้ยว เอียง ซึ่งบางคนจะมีระยะเวลาในการเกิดปัญหาที่แตกต่างกัน แต่บริเวณที่เกิดการทะลุมากที่สุดคือบริเวณปลายจมูก และภายในโพรงจมูก ซึ่งการทะลุบริเวณปลายจมูกจะสามารถสังเกตเห็นได้ง่าย บางคนจะมีเนื้อปลายจมูกบางหรือเกิดอาการบวมแดง หรือในบางคนอาจจะมีซิลิโคนทะลุออกมาจากช่วงปากแผลด้านในจมูก ซึ่งซิลิโคนทะลุอาจจะเกิดได้จากหลายสาเหตุ

หากสาวๆท่านใดมีอาการบวมแดงที่บริเวณปลายจมูก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สังเกตง่ายที่สุด แนะนำให้คุณสาวๆรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาได้ทันเวลา ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ วันนี้เมโกะคลินิกจะยกตัวอย่างของสาเหตุที่ทำให้ซิลิโคนทะลุ เบี้ยว เอียง ให้คุณสาวๆได้ระวังกันนะคะ

สาเหตุหลักของปัญหาซิลิโคนเสริมจมูกทะลุ
- การที่แพทย์เลือกใช้ซิลิโคนที่มีรูปร่างไม่เหมาะสมกับรูปหน้าของคนไข้ เช่น ซิลิโคนที่ยาว มีความแหลมและหนาเกินไป ก็มีโอกาสที่เมื่อเสริมจมูกไปแล้วจะทำให้เกิดการทะลุได้
- เกิดจากการกระแทก หรือการบิดจับซิลิโคนไปมา เอามือถูหรือขยี้จมูกแรงๆ อาจจะทำให้ซิลิโคนเคลื่อนตัวไปยังตำแหน่งอื่นและทำให้จมูกเอียงได้
- การวางตำแหน่งของซิลิโคนที่ไม่เหมาะสม เกิดการเบี้ยว เอียง ทำให้มีแรงกดต่อเนื้อเยื่อในตำแหน่งที่ไม่ต้องการ
- ภายหลังจากการเสริมจมูกหากมีการอักเสบและการติดเชื้อปวด บวม แดง หรืออาจมีน้ำเหลือง หรือเลือดไหลออกจากด้านในจมูก ถ้าปล่อยไว้นานจมูกจะติดเชื้ออย่างรุนแรง สีผิวหนังจมูกกลายเป็นสีดำคล้ำ จมูกเน่า ซิลิโคนกินเนื้อจมูก ทำให้เนื้อยุบ หรือจมูกทะลุ ซึ่งสาเหตุเหล่านี้อาจเป็นเพราะคนไข้ไม่ได้ปฏิบัติตามที่แพทย์สั่งหรืออาจเป็นเพราะอาหารบางชนิดที่ทำให้แผลและจมูกเกิดการติดเชื้อ เช่นการทานของหมักดอง แอลกอฮอล์ เป็นต้น ซึ่งเมื่อผิวหนังเกิดการติดเชื้อจมูกเกิดการอักเสบในคนไข้บางรายอาจจะต้องถอดพักซิลิโคนจมูก
- แพทย์ผู้ศัลยกรรมไม่มีประสบการณ์หรือไม่มีความเชียวชาญที่มากพอจนทำให้เกิดความผิดพลาดในระหว่างศัลยกรรม
- ซิลิโคนที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน หรือเป็นซิลิโคนปลอมที่มีราคาถูก ซิลิโคนเหล่านี้จะไม่ค่อยแสดงอาการหลังเข้ารับการศัลยกรรมแต่ในระยะยาวแล้วนั้นจะเกิดปัญหาต่างๆ เช่น จมูกอักเสบ ติดเชื้อ หรือกระทั่งเกิดอาการจมูกทะลุได้นั่นเอง
- เนื้อจมูกน้อยแล้วเสริมจมูกให้มีความโด่งมากจนเกินไป จะทำให้ซิลิโคนที่ใส่เข้าไปนั้นเข้าไปกดทับบริเวณเนื้อจมูกและมีโอกาสทำให้เกิดอาการซิลิโคนทะลุได้
อาการก่อนซิลิโคนจมูกทะลุ
- ผิวบริเวณปลายจมูกจะมีลักษณะมันวาวและสะท้อนแสงมากกว่าปกติ สิ่งนี้จะเกิดขึ้นเมื่อเนื้อบริเวณปลายจมูกเริ่มบางลง เมื่อพบเจออาการนี้ควรเข้าพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำปรึกษา
- บริเวณจมูกมีการเปลี่ยนแปลงของสีผิว ตัวอย่างเช่น ส่วนของเนื้อบริเวณปลายจมูกมีสีแดงหรือคล้ำมากขึ้นกว่าปกติ
- หากใช้มือลูบไปที่บริเวณปลายจมูกแล้วมีอาการเสียวเกิดขึ้น จะแสดงว่าซิลิโคนในบริเวณนั้นถูกดันออกมาใกล้ผิวหนัง ซึ่งทำให้มีโอกาสเกิกอาการจมูกทะลุได้
- หากเกิดสิวหัวช้างที่มีขนาดใหญ่บนบริเวณปลายจมูกขึ้น ควรรีบทำการรักษา และหากรักษาไม่หายแถมยังมีอาการอักเสบเพิ่มเติม อาจจะทำให้ผิวหนังบริเวณดังกล่าวเกิดการบางลงได้
- รูปทรงของจมูกคุณมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ส่วนมากจะเกิดขึ้นกับผู้ที่เข้ารับการศัลยกรรมจมูกมานานแล้ว เพราะเนื้อเยื่อที่หุ้มซิลิโคนเอาไว้มีความแข้งและหนามากจนรทำให้เกิดการรัดแน่นเกินไป ซิลิโคนจึงเกิดอาการผิดรูป แล้วทำให้ผิวบริเวณจมูกของคุณบางลงได้
- มีอาการเจ็บปวดเกิดขึ้นบริเวณจมูก หรือมีอาการใดที่เป็นสัญญานบอกว่าจมูกมีอาการอักเเสบหรือติดเชื้อก็ตาม
- ส่วนของซิลิโคนทะลุออกมาให้เห็น โดยส่วนของซิลิโคนจะมีลักษณะเป็นแท่งขาว หากพบเจอให้เข้ารับการรักษาหรือปรึกษากับแพทย์ทันที
อาการก่อนซิลิโคนจมูกทะลุเหล่านี้เป็นเหมื่อนสัญญานบอกถึงอาการผิดปกติของจมูก ซึ่งหากพบอาการเหล่านี้แล้วควรเข้ารับการรักษาหรือเข้าพบแพทย์เพื่อที่จะได้ตรวจสอบและรักษาได้อย่างทันท่วงที

วิธีการแก้ไข
วิธีการแก้ไขที่แพทย์แนะนำเมื่อมีอาการติดเชื้อขั้นรุนแรง คือต้องผ่าตัดนำซิลิโคนที่ทะลุออก รอให้แผลหายดีและใช้ระยะเวลาในการพักฟื้น 3-6 เดือน จึงจะกลับมาเสริมใหม่ได้ แต่ถ้าเกิดรอยบุ๋มหลังจากถอดซิลิโคนออก จำเป็นต้องใช้เนื้อจากบริเวณอื่น เช่น ก้นกบ กระดูกอ่อนซี่โครง มาแก้ไขรอยบุ๋ม
ส่วนกรณีที่ซิลิโคนยังไม่ทะลุออกมา แต่เห็นว่าเนื้อปลายจมูกเริ่มบาง สามารถทำการแก้ไขโดยการถอดซิลิโคนเดิมออก และทำการศัลยกรรมเสริมจมูกวิธีการดังกล่าวข้างต้นได้เลย
ปัญหาซิลิโคนเสริมจมูกทะลุหลีกเลี่ยงได้โดยการเลือกทำกับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์เฉพาะทาง ที่เมโกะคลินิกมีศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ทำให้มีความปลอดภัยในการทำศัลยกรรมจมูกและแพทย์มีความชำนาญการ ด้านศัลยกรรมจมูก การเลือกคลินิกหรือสถานพยาบาลที่สะอาดปลอดภัย ช่วยลดปัญหาซิลิโคนจมูกทะลุได้ อีกทั้งยังได้จมูกทรงสวย เป็นธรรมชาติและรับกับหน้ามากขึ้น

วิธีการดูแลไม่ให้จมูกทะลุหลังเสริมจมูก
การที่คุณสาวๆจะเลือกไปศัลยกรรมจมูก ควรเลือกคลินิกที่มีความสะอาดปลอดภัย ศัลยกรรมจมูกโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แนะนำให้คุณสาวๆทุกท่านอ่านรีวิวหรือศึกษาข้อมูลดีดี ดังนั้นวันนี้แพทย์ของเมโกะคลินิก มีคำแนะนำดังนี้
หาข้อมูลเกี่ยวกับคลินิกที่ต้องการศัลยกรรมจมูกให้ครบถ้วน ดูว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ มีทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการเสริมจมูกหรือไม่ รวมถึงมีรีวิวให้ดูถึงเทคนิคและฝีมือของหมอ หรือสามารถเข้าไปดูรีวิวและประวัติของแพทย์ได้ที่
https://mekoclinic.com/review/ และ https://mekoclinic.com/doctor/
- ซิลิโคนที่ใช้คลินิกใช้จะต้องเป็นซิลิโคนที่มีคุณภาพ ตามมาตรฐานการศัลยกรรมสากล และมีใบรับรอง
- คนไข้เข้ารับคำปรึกษาและการประเมินจมูกอย่างละเอียดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนผ่าตัด โดยแพทย์ที่เมโกะคลินิกจะมีการปรับแต่งเหลาซิลิโคนให้เหมาะสมกับคนไข้ทุกเคส มีความสวยและเป็นธรรมชาติในแบบเมโกะคลินิก
- ควรเลือกศัลยกรรมจมูกกับคลินิกที่มีบริการให้คำแนะนำหลังทำ ซึ่งทางเมโกะคลินิกมีการติดตามผลของคนไข้ทุกเคสหลังทำ และมีการแนะนำการปฏิบัติและรับประทานยาตามที่แพทย์แนะนำ และอัปเดตอาการของลูกค้าหลังทำศัลยกรรม ผ่านทางไลน์
- ส่วนการดูแลตัวเองควรทำความสะอาดแผลหลังทำตามคำแนะนำของแพทย์ รวมถึงทำการประคบเย็น และรับประทานยาให้ครบ รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดที่ส่งผลต่อแผล โดยต้องงดอย่างน้อย 1 เดือน
หากสาวๆอยากศัลยกรรมเสริมความสวย ควรศึกษาข้อมูล ดูรีวิวและเลือกสถานพยาบาล หรือคลินิกที่น่าเชื่อถือที่สามารถรับรองความปลอดภัยและให้คำปรึกษาหลังศัลยกรรมได้ มีการติดตามดูแล ทั้งก่อนและหลังผ่าตัดเพื่อป้องกันการเกิดผลข้างเคียงหลังจากศัลยกรรมที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกกรณี และมีแพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยกรรมการตกแต่งโดยตรงเหมือนที่เมโกะคลินิก
สุดท้ายนี้หากใครกำลังมองหาคลินิกเสริมจมูกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานทางการแพทย์ และมีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยกรรมตกแต่ง พร้อมประสบการณ์ที่ถ่ายทอดออกมาทางผลงานกว่า 100,000 เคส ต้องที่เมโกะคลินิกเท่านั้นค่ะ

หากสนใจศัลยกรรมจมูกสามารถดูรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ คลิ๊ก
สาวๆหลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า “หน้าตาเป็นใบเบิกทางของชีวิต ” เรียกได้ว่าคำคมนี้เป็นจริง การมีหน้าตาที่สวยถือเป็นใบเบิกทางในหลายๆ ทั้งด้านการเงิน การงาน การมีหน้าตาที่สวย หล่อ จึงเป็นสิ่งที่คนทั่วไปใฝ่ฝัน ในศาสตร์การดูลักษณะใบหน้าแบบจีนได้บอกเอาไว้ว่า ลักษณะของใบหน้าสามารถส่งผลต่อชีวิตเราได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปตา หน้าผาก จมูก ปาก หากมีรูปหน้าที่ดีตามหลักโหงวเฮ้งจะช่วยส่งเสริมให้ชีวิตดียิ่งขึ้นไปอีก และการมีรูปหน้าที่สวยเสริมโหงวเฮ้งได้นั่นเรียกได้ว่าก็ต้องมีคลินิกศัลยกรรมดีๆ และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ช่วยเนรมิตให้คุณสาวๆสวยขึ้นและมีความมั่นใจ นั่นจึงทำให้เชื่อว่าลักษณะบนใบหน้านั้นส่งผลต่อความรู้สึก โชคชะตา ฯลฯ ดังนั้นวันนี้เมโกะจะพาสาวๆมาเช็กกันว่าลักษณะโหงวเฮ้งที่ดีของ 12 นักษัตร โดย อ.คฑา ชินบัญชร หมอดูเบอร์1 ในไทยที่มีชื่อเสียง แต่ละนักษัตรศัลยกรรมแบบไหนแล้วจะเฮงไปดูกันได้เลยค่ะ
12 นักษัตร ศัลยกรรมเพิ่มโหงวเฮ้ง

คนที่เกิดในปีชวด
โหงวเฮ้งดีอยู่ที่คางและจมูก หมายถึง เกียรติยศ ตำแหน่งหน้าที่
ลักษณะของจมูก ปลายจมูกต้องเต็ม กลม และมีเนื้อลักษณะที่ดีของคาง ต้องมีเนื้อคางที่ยาว และยื่นออกเล็กน้อย เนินคางต้องสวยโดดเด่นรับกับใบหน้า

คนที่เกิดปีฉลู
โหงวเฮ้งดีอยู่ที่ คางและปาก หมายถึง อำนาจ เกียรติยศ ตำแหน่งหน้าที่ และความสัมพันธ์กับคนอื่น
ลักษณะที่ดีของคาง ต้องมีเนื้อคางที่ยาวและยื่นออก จะมีอำนาจปกครองและเป็นผู้นำที่มีตำแหน่งและเกียรติยศสูงลักษณะของปาก มีรูปทรงที่อิ่ม หนา บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ที่ดี

คนที่เกิดในปีขาล
โหงวเฮ้งดีอยู่ที่ตาและแก้ม หมายถึง มีการวางแผนที่ดี มีบริวารที่ดี
ลักษณะที่ดีของตา แววตาสดใส ตาดำใหญ่และสายตาคม บ่งบอกถึง การมองการณ์ไกล ลักษณะของแก้มที่ดี แก้มอิ่มเอิบ ไม่ตอบ ไม่หย่อนคล้อย ไม่มีร่องแก้ม

คนที่เกิดในปีเถาะ
โหงวเฮ้งดีอยู่ที่ใบหน้าและตา หมายถึง ความมีเสน่ห์ การพูดการเจรจา และความสัมพันธ์ที่ดี
ลักษณะที่ดีของใบหน้า ต้องเปล่งประกายผ่องใสผุดผ่อง เรียบเนียน ลักษณะที่ดีของตา แววตาสดใส ตาดำใหญ่ และสายตาคม บ่งบอกถึงการมองการณ์ไกล

คนที่เกิดในปีมะโรง
โหงวเฮ้งดีอยู่ที่คิ้ว หมายถึง การงานที่ดีดูมั่นคง และความรักที่ดี
ลักษณะที่ดีของคิ้ว ได้รูปรับกับดวงตา ไม่ยุ่งเหยิง รับกับดวงตา ไม่สั้นไม่ยาวเกินไป ไม่ขาด

คนที่เกิดในปีมะเส็ง
โหงวเฮ้งดีอยู่ที่ริมฝีปาก หมายถึงคำพูด บารมี และความสัมพันธ์ที่ดี
ลักษณะที่ดีของริมฝีปาก อวบอิ่ม ไม่คล้ำ ไม่แห้ง ลักษณะเหมือนปากกระจับ ปากบนยื่นออกมาเล็กน้อย

คนที่เกิดในปีมะเมีย
โหงวเฮ้งดีอยู่ที่หน้าผาก หมายถึง สติปัญญา หน้าที่การงาน ความร่ำรวย โชคลาภ วาสนาดี
ลักษณะที่ดีของหน้าผาก อิ่มเอิบ นูน ไม่มีรอยตำหนิบนหน้าผาก กว้างพอดี ได้สัดส่วนเข้ากับใบหน้า และหน้าผากไม่สูงเกินไป จะเป็นคนมีคู่ครองดีมีความสำเร็จในชีวิตครอบครัว ได้ตำแหน่งและมีเกียรติในครอบครัว

คนที่เกิดในปีมะแม
โหงวเฮ้งดีอยู่ที่โหนกแก้ม หมายถึง ความเข้มแข็งอดทน มีอำนาจบริวารดี การงานก้าวหน้ารวดเร็ว
ลักษณะที่ดีของโหนกแก้ม ไม่หย่อนคล้อย ไม่มีร่องลึก นูนกลมอิ่มเต็ม ต้องนูนสูงเสมอกัน ทำให้บริวารดีชีวิตสุขสบาย

คนที่เกิดในปีวอก
โหงวเฮ้งดีอยู่ที่ขมับ หมายถึง ชีวิตคู่คู่ครอง คนอุปถัมภ์ค้ำชู ผู้ใหญ่ส่งเสริมสนับสนุน
ลักษณะที่ดีของขมับ สดใส เต็ม มีเนื้อ และราบเรียบปราศจากเส้นหรือริ้วรอยพาดผ่าน ไม่มีผมปกคลุม จะได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

คนที่เกิดในปีระกา
โหงวเฮ้งดีอยู่ที่ใต้ตา หมายถึง การมองการณ์ไกล การวางแผน
ลักษณะที่ดีของใต้ตา ต้องไม่คล้ำหรือหย่อน เต็มอิ่ม สีสดใส เปล่งปลั่ง จะทำนายได้ว่ามียศศักดิ์ และการเงินที่ดีชีวิตเจริญรุ่งเรือง

คนที่เกิดในปีจอ
โหงวเฮ้งดีอยู่ที่ปีกจมูก หมายถึง ความมั่นคงทางการเงินความสามารถในการหาเงิน
ลักษณะที่ดีของปีกจมูก ต้องมีสัดส่วนพอเหมาะกันขนาดของใบหน้าความมีเนื้อเต็มแน่น ไม่แห้งหรือบาง ไม่คล้ำ ไม่มีแผลเป็น

คนที่เกิดในปีกุน
โหงวเฮ้งดีอยู่ที่แก้มคาง หมายถึง ตำแหน่งเกียรติยศ วาสนา บริวารดี
ลักษณะที่ดีของแก้มคาง คางต้องมีลักษณะมีเนื้อ ยาวออกมาเล็กน้อยรับกับใบหน้า ส่วนแก้ม ไม่มีร่องแก้ม ไม่หย่อนคล้อย มีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่งหน้าที่การงาน
สำหรับสาวๆที่สนใจอยากทำศัลยกรรมที่ Mekoclinic สามารถจองคิวกับคุณหมอหรือสอบถามเพิ่มเติม link ด้านล่างได้เลยนะคะ
- ✦สอบถามเพิ่มเติมได้ที่✦
Line ID: @mekoclinic
Click http://bit.ly/2qT7A3G
Inbox: m.me/mekobeauty
Call Center: 02 272 0022
Instagram: MekoClinic
Website: https://mekoclinic.com/- ———————————–
- *ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงได้แล้วแต่บุคคลไม่สามารถรับรองผลได้*
หากสนใจศัลยกรรมและผิวพรรณเสริมความงามสามารถดูรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ คลิ๊ก
ปัจจุบันศัลยกรรมความงามไม่ใช่เรื่องไกลตัวของทุกคน นอกจากเป็นตัวเลือกหนึ่งในการเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี ช่วยแก้ปัญหาสุขภาพให้กับคนทุกเพศทุกวัย ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย สิ่งสำคัญการศัลยกรรมยังช่วยให้คนที่มีความแตกต่างทางเพศ มีเพศสภาพที่ชัดเจนตามความต้องการหรือตามสภาพจิตใจของตนเอง เมื่อศัลยกรรมเป็นเรื่องใกล้ตัวของเรา บทความนี้ มีความจริงที่ควรรู้เกี่ยวกับศัลยกรรมความงามและการเลือกคลินิกมาแนะนำค่ะ
ความหมายของศัลยกรรมความงาม
ศัลยกรรมความงามหมายถึงการใช้กระบวนการทางการแพทย์ในการปรับเปลี่ยนอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกาย ซึ่งอาจเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพและความผิดปกติของร่างกายให้มีลักษณะที่เหมาะสมหรือมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความสวยงามสมบูรณ์แบบและดูดีมากขึ้นกว่าเดิม โดยกระบวนการปลูกถ่าย การผ่าตัด การฉีดสารบริเวณอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกาย
การศัลยกรรมความงาม เช่น การผ่าตัดเสริมจมูก การผ่าตัดทำตาสองชั้น การผ่าตัดแก้ไขถุงใต้ตา การเสริมหน้าอก การปลูกถ่ายเส้นผม การฉีดสารเพื่อให้ผิวหน้ากระชับ รวมไปถึงการผ่าตัดแปลงเพศให้กับบุคคลทั้งเพศหญิงและเพศชายซึ่งเป็นเพศที่สามได้มีเพศสภาพที่ชัดเจน
ประเภทของการศัลยกรรม
จากความหมายของการศัลยกรรมเราจะเห็นว่าเป็นการผ่าตัดที่เกี่ยวข้องกับรูปร่างซึ่งปรากฏให้เห็นภายนอก เช่น ทำให้ร่างกายดูปกติและมีลักษณะที่สวยงามดูดียิ่งขึ้น โดยทั่วไปศัลยกรรมจะแบ่งตามวัตถุประสงค์ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
ศัลยศาสตร์เสริมสร้างหรือศัลยกรรมเพื่อสุขภาพ
การศัลยกรรมในลักษณะนี้หมายถึงการผ่าตัดที่เกี่ยวข้องกับรูปร่างหรือความพิการที่มีมาแต่กำเนิด หรือเกิดขึ้นภายหลังจากอุบัติเหตุ เช่น การผ่าตัดแก้ไขปากแหว่งเพดานโหว่ การผ่าตัดเนื้องอก การศัลยกรรมอุบัติเหตุที่ใบหน้า ศัลยกรรมมือที่ได้รับอุบัติเหตุจากความร้อนรวมทั้งความพิการอื่นๆ
ศัลยกรรมเสริมสวยหรือศัลยกรรมความงาม
ศัลยกรรมเสริมความงามเป็นการผ่าตัดหรือการทำหัตถการใดๆของแพทย์ต่อบุคคลที่มีความปกติ ให้เกิดความสวยงามของใบหน้า ผิวพรรณ ตลอดจนสัดส่วนของร่างกายให้สวยสมส่วนมากกว่าเดิมขึ้นกว่าเดิมหรือเป็นที่พึงพอใจของผู้ที่ต้องการปรับเปลี่ยนรูปร่างและบุคลิกภาพของตนเอง
รวมทั้งการผ่าตัดแปลงเพศจากเพศชายเป็นเพศหญิง และจากเพศหญิงเป็นเพศชายด้วย และยังรวมถึงการใช้ยาฉีดโบท็อกซ์และการใช้เลเซอร์ ซึ่งเป็นการทำศัลยกรรมความงามสมัยใหม่ที่ไม่ต้องมีการผ่าตัดอีกด้วย ศัลยกรรมความงามยังแบ่งออกเป็นหลายชนิด หลักๆที่ได้รับความนิยมและเป็นศัลยกรรมความงามที่มีสถานบริการหรือคลินิกส่วนใหญ่เปิดให้บริการ ดังนี้
ศัลยกรรมตา
ศัลยกรรมตาเป็นการทำศัลยกรรมที่มีตั้งแต่การลบริ้วรอยรอบดวงตา แก้หางตาตก เปลือกตาบนหย่อนคล้อย ตัดถุงไขมันใต้ตา รวมไปถึงการทำตาสองชั้นในส่วนของการทำตาสองชั้นถือเป็นการศัลยกรรมและเป็นการผ่าตัดเล็กที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
ศัลยกรรมจมูก
ศัลยกรรมจมูกหมายถึงการผ่าตัดเสริมจมูก แบ่งออกเป็นการใส่ซิลิโคนเสริมดั้งในคนไข้ที่มีรูปจมูกไม่สวยและการตัดปลีกจมูกในคนไข้รายที่มีปลีกจมูกกว้างทำให้รูปจมูกโดยรวมสวยสมส่วนเหมาะสมกับรูปหน้า
ศัลยกรรมทรวงอก
ศัลยกรรมทรวงอกเป็นการศัลยกรรมเสริมความงามที่ไม่ได้หมายถึงการทำให้หน้าอกอวบอิ่ม และขยายหน้าอกให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิมเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการผ่าตัดแก้ไขหน้าอกหย่อนคล้อย และการผ่าตัดลดขนาดหน้าอกในคนที่มีปัญหาอีกด้วย ในส่วนของการศัลยกรรมเพื่อทำให้หน้าอกดูอวบอิ่มขึ้นหรือการผ่าตัดขยายหน้าอก คือการผ่าตัดใส่ถุงซิลิโคนเข้าไปใต้กล้ามเนื้อหน้าอก เพื่อทำให้หน้าอกมีขนาดอวบอิ่มและมีขนาดใหญ่มากขึ้น รวมทั้งช่วยแก้ปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อยให้กระชับเต็งตึงขึ้น
การดูดไขมัน
การดูดไขมันเป็นการศัลยกรรมความงาม โดยการนำไขมันส่วนเกินบริเวณสะโพก ต้นขา หรือหน้าท้องออกไปในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้มีรูปร่างที่สมส่วนลดปัญหาไขมันส่วนเกิน ซึ่งไขมันที่ดูดออกไปคือไขมันส่วนเกินที่ไม่สามารถทำให้หายได้ด้วยการอดอาหารและการออกกำลังกาย และส่วนใหญ่เป็นการดูดไขมันเฉพาะส่วนเพื่อผลลัพธ์สูงสูด
ศัลยกรรมดึงหน้า
ศัลยกรรมดึงหน้าเป็นศัลยกรรมความงามที่มีขั้นตอนและวิธีการที่ซับซ้อน และต้องดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูง สำหรับขั้นตอนแพทย์จะผ่าตัดใต้คางและแนวไรผมแถวหน้าผาก และดึงเนื้อส่วนที่เหี่ยวย่นขึ้นไปเก็บไว้ใต้รอยแผลนั้น และต้องพันหน้าเพื่อพักฟื้นประมาน 1 เดือน ซึ่งในปัจจุบันนวัตกรรมการดึงหน้าพัฒนามากขึ้น รอยแผลจากการดึงหน้าจะถูกนำไปซ่อนไว้หลังใบหูและเป็นเพียงรอยกรีดเล็กๆเท่านั้น
6 เหตุผลในการทำศัลยกรรมเสริมความงาม
ปัจจุบันการศัลยกรรมถือเป็นเรื่องปกติของคนในสังคมและจากความหมายของศัลยกรรม รวมทั้งการแบ่งประเภทของศัลยกรรม ที่นอกจากเป็นการผ่าตัดเพื่อความสวยงามแล้ว ยังเป็นการศัลยกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพและความบกพร่องของร่างกาย ดังนั้นเหตุผลในการทำศัลยกรรมเสริมความงามของแต่ละบุคคลจึงแตกต่างกัน และยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนี้
1. เสริมบุคลิก สร้างความมั่นใจ และเพิ่มโอกาสที่ดีให้กับตัวเอง
ศัลยกรรมเสริมความงามเพื่อเสริมบุคลิกภาพ สร้างความมั่นใจ และเพิ่มโอกาสที่ดีให้กับตัวเองเหตุผลในข้อนี้เป็นเหตุผลหลักของการศัลยกรรมความงามของคนส่วนใหญ่ เพราะนอกจากปรับรูปหน้าหรือรูปร่างให้สวยสมส่วนเสริมความมั่นใจทำให้มีความเชื่อมั่นใจในตนเองมากขึ้นแล้ว ศัลยกรรมความงามยังช่วยเพิ่มโอกาสให้กับคนทำงานที่ต้องใช้บุคลิกภาพและรูปร่างหน้าตาเป็นส่วนประกอบ อาทิเช่น งานประชาสัมพันธ์ งานเดินแบบเสื้อผ้า รีวิวเครื่องสำอาง เป็นต้น
2. การแก้ไขความพิการตั้งแต่กำเนิด
ศัลยกรรมเสริมความงามที่มีผลมาจากการผ่าตัดแก้ไขความพิการตั้งแต่กำเนิดก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผล เนื่องจากการศัลยกรรมแก้ไขความพิการหรือความผิดปกติของรูปหน้าเกิดขึ้นได้ทั้งในส่วนของผิวหนัง กล้ามเนื้อ และกระดูก ในการผ่าตัดแก้ไขความพิการ แพทย์จะมีการประเมินผู้ป่วยว่ามีความผิดปกติมากน้อยเพียงใด เพื่อผ่าตัดแก้ไขให้ได้รูปทรงที่สวยงามใกล้เคียงปกติ ทั้งนี้การผ่าตัดอาจจะมีทั้งการตัดส่วนที่ไม่ต้องการออก เสริมส่วนที่ขาดหายไป หรือทั้งสองอย่างร่วมกัน ผลลัพธ์หลังจากศัลยกรรมนอกจากแก้ไขความผิดปกติที่เกิดขึ้นตั้งแต่กำเนิดแล้ว ยังเป็นเหตุผลหนึ่งในการศัลยกรรมเพื่อความสวยงาม
3. ศัลยกรรมแก้ไขความผิดปกติของรูปหน้าที่เกิดขึ้นภายหลัง
การเกิดอุบัติเหตุจนทำให้รูปหน้าหรืออวัยวะบางส่วนผิดรูปจนต้องศัลยกรรมแก้ไข ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งในการศัลยกรรมเสริมความงาม เพราะเมื่อต้องผ่าตัดหรือศัลยกรรมตกแต่งแก้ไขแล้ว การผ่าตัดเสริมความงามควบคู่กันไปก็เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก
4. ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงและปัญหาสุขภาพ
ศัลยกรรมความงามที่ทำแล้วสามารถแก้ปัญหาสุขภาพ เช่น ผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงหรือมีปัญหาหนังตาตกจนทำให้บดบังและมีปัญหาต่อการมองเห็น ได้แก่การทำตาสองชั้นร่วมกับการปรับระดับกล้ามเนื้อตา และแก้ไขความผิดปกติในการมองเห็นที่เป็นปัญหาต่อสุขภาพ ซึ่งปัญหาในข้อนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลในการศัลยกรรมความงาม
5. ต้องการปรับเปลี่ยนตนเอง
การศัลยกรรมความงามเพื่อต้องการปรับเปลี่ยนตนเองเป็นเหตุผลหนึ่งที่เกิดจากหลายองค์ประกอบ เช่น อกหัก ผิดหวังจากความรัก อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง เนื่องจากเคยถูกเพื่อนๆ หรือคนรู้จักล้ออยู่บ่อยๆ จึงต้องการที่จะกำจัดปมด้อยเรื่องความงามของตนเองให้หมดไป
6. ศัลยกรรมตามกระแสนิยม
ปัจจุบันศัลยกรรมความสวยความงามเป็นค่านิยมอย่างหนึ่งของคนในสังคม เมื่อเห็นดารานักร้องหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงเลือกศัลยกรรมเสริมความงามหรือปรับรูปหน้า เช่น การทำตาหางหงส์ ตาเฉี่ยว หรือฉีดฟิลเลอร์ปากให้มีริมฝีปากที่สวยอวบอิ่ม ก็จะกลายเป็นกระแสนิยม จนเป็นสาเหตุหนึ่งในการศัลยกรรมความงาม
มีโรคประจำตัวทำศัลยกรรมได้หรือไม่
ศัลยกรรมความงามถือเป็นการผ่าตัดเล็กที่ต้องมีรอยแผล แม้บางวิธีการจะไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดก็สามารถเสริมความงามปรับรูปหน้าให้สวยแปลกไปจากเดิมได้ แต่การศัลยกรรมทุกรูปแบบย่อมมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหากต้องการศัลยกรรมความงามไม่ควรปิดบังข้อมูลเพื่อให้แพทย์ได้ทำการประเมินถึงความเหมาะสม และแนะนำให้ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยโรคที่ต้องระวังเป็นพิเศษ มีดังนี้
- ผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีระดับน้ำตาลในเลือดไม่คงที่ หากไม่ดูแลตนเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด อาจเกิดอาการแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดและทำให้แผลหายช้า
- โรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากโรคนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆได้ จึงต้องดูแลตนเอง เพื่อควบคุมระดับความดันให้ปกติ
- โรคปอด เป็นโรคที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย เพราะต้องพึ่งพาปอดในการแลกเปลี่ยนออกซิเจน
- โรคไทรอยด์ เป็นภาวะที่มีผลต่อการผลิตฮอร์โมน อาจจะมากหรือน้อยเกินไป ซึ่งส่งผลต่อความแข็งแรงของอวัยวะต่างๆหลังผ่าตัดศัลยกรรมได้
- โรคเลือดต่างๆ เช่น โรคที่เกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัดได้แก่เลือดออกง่ายแต่หยุดยาก
ใครบ้างที่ไม่ควรทำศัลยกรรม
การศัลยกรรมความงามจุดประสงค์หลักๆก็เพื่อความสวยงาม ปรับรูปหน้าหรือเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดูดีขึ้น ช่วยเสริมบุคลิกภาพและสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง ดังนั้นคนที่ไม่ควรทำศัลยกรรม จึงได้แก่กลุ่มบุคคลต่อไปนี้
- คนที่มีรูปร่างหน้าตาดี หรือสวยหล่ออยู่แล้ว เนื่องจากความสวย หล่อ ในแบบของเราสามารถเสริมบุคลิก สร้างความมั่นใจให้ตนเองได้ดีอยู่แล้ว เพราะเป็นความสวยโดดเด่นที่เป็นธรรมชาติ
- คนที่มีความคาดหวังจากการศัลยกรรมความงาม เนื่องจากการศัลยกรรมความงามให้สวยโดดเด่นตามที่ต้องการนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย การคาดหวังว่าทำออกมาแล้วจะต้องได้ผลลัพธ์หรือสวยโดดเด่นเหมือนดารา นักร้อง ที่ชื่นชอบ อาจไม่เป็นไปตามที่ต้องการเพราะโครงสร้างเดิมของแต่ละคนต่างกัน
- คนที่ขาดความมั่นใจ หรือยังลังเลใจ เช่น ไม่รู้ว่าควรเลือกทำส่วนใดของใบหน้า เลือกคลินิกที่ไหนดี วิตกกังวล กลัวเจ็บ ไม่มั่นใจว่าทำออกมาแล้วจะตอบโจทย์ความต้องการของตนเอง บุคคลกลุ่มนี้ไม่ควรเร่งรีบแต่ควรศึกษาข้อมูลหรือใช้เวลาในการตัดสินใจอย่างรอบคอบ
วิธีเลือกคลินิกศัลยกรรมให้สวยอย่างปลอดภัย
- พิจารณาเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ อาทิ มีเลขที่ใบอนุญาต รวมถึงมีรายชื่อแพทย์แสดงไว้อย่างชัดเจนในบริเวณที่ลูกค้าสามารถมองเห็นได้
- เป็นคลินิกที่มีแพทย์วิชาชีพเป็นผู้ให้บริการ มีความเชี่ยวชาญและจะต้องมีใบประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้อง
- พิจารณาเลือกคลินิกที่ให้คำแนะนำอย่างละเอียดทั้งผลดี-ผลเสีย ให้ข้อมูลที่ครอบคลุมเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจที่สุดก่อนตัดสินใจเข้าใช้บริการ
- สถานที่ สภาพแวดล้อมสะอาดเป็นระเบียบ สิ่งเหล่านี้เป็นภาพลักษณ์ที่เราสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ว่าการให้บริการเป็นมืออาชีพ และให้ความสำคัญกับการทำงาน การใส่ใจและดูแลรายละเอียด หรืออุปกรณ์ที่ให้บริการก็มีความเป็นไปได้ว่าจะสะอาด น่าเข้าใช้บริการด้วยเช่นกัน
- เป็นคลินิกที่มีการระบุข้อตกลงหรือเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์กับลูกค้า กรณีถ้าเกิดความผิดพลาดหลังเข้ารับการใช้บริการ รวมทั้งมีการดูแลหลังการใช้บริการหรือหลังจากศัลยกรรม ซึ่งอาจระบุหรือมีการชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ใช้บริการ เพื่อประกอบการตัดสินใจ
สรุป
ศัลยกรรมความงามก็คือกระบวนการทางการแพทย์ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของส่วนต่างๆ ในร่างกายให้มีลักษณะที่เหมาะสมและสวยงามขึ้นโดยการผ่าตัด การปลูกถ่าย และการฉีดสารเข้าไปในส่วนต่างๆ ของร่างกายโดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งทุกกระบวนการต้องดำเนินการโดยแพทย์วิชาชีพที่มีความชำนาญหรือเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆก่อนตัดสินใจศัลยกรรมความงามและเลือกใช้บริการคลินิกเสริมความงาม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด จึงต้องให้ความสำคัญกับการศึกษาหาข้อมูลอย่างละเอียด เพราะนอกจากเรื่องของความปลอดภัยแล้ว ยังช่วยให้การศัลยกรรมความงามได้ผลลัพธ์ตอบโจทย์ความต้องการของเราอีกด้วย
หากสนใจศัลยกรรมเสริมความงามสามารถดูรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ คลิ๊ก

การทำศัลยกรรมเป็นทางเลือกหนึ่งในการปรับลุคเพิ่มความสวยงามและเสริมสร้างบุคลิก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง ไม่เฉพาะแต่ผู้หญิงเท่านั้นผู้ชายก็นิยมทำศัลยกรรมเช่นกัน เมื่อเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยม จะเห็นว่ามีคลินิกความงามเปิดให้บริการมากมาย แต่ทำแล้วจะได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการหรือไม่ขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ ส่วนใครที่กำลังมองหาคลินิกศัลยกรรมความงามบทความนี้เรามีเมโกะ คลินิก มาแนะนำค่ะ
ศัลยกรรมความงาม ประเภท ข้อคิดและความสำคัญของการศัลยกรรม
ศัลยกรรมความงามเป็นค่านิยมหนึ่งของคนในสังคมปัจจุบัน เพราะบ่งบอกถึงการดูแลเอาใจใส่และให้ความสำคัญกับการดูแลตนเอง อีกทั้งการมีรูปลักษณ์มีหน้าตาที่สวยงามดูดียังส่งผลต่อการใช้ชีวิต ทำให้มีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น นอกจากนั้นสิ่งที่ทำให้คนสนใจทำศัลยกรรมมากขึ้น มาจากการพัฒนาของเทคโนโลยีและเทคนิคการผ่าตัดเสริมความงามใหม่ๆทำให้ได้ผลลัพธ์ที่มีความเป็นธรรมชาติ แผลเล็กมาก เจ็บน้อยและหายเร็ว

ศัลยกรรมความงามมีกี่ประเภท
ศัลยกรรมความงามคือการเปลี่ยนแปลงส่วนต่างๆของร่างกายด้วยวิธีทางการแพทย์ เพื่อเสริมเติมแต่งหรือปรับเปลี่ยนส่วนต่างๆของร่างกายให้สวยสมส่วนและดูดี ศัลยกรรมความงามในปัจจุบันมีหลายประเภท และทำได้หลายเทคนิควิธีทั้งการผ่าตัดใหญ่ ผ่าตัดเล็ก การฉีดสารบริเวณอวัยวะต่างๆ ซึ่งแต่ละเทคนิควิธีเหมาะกับปัญหาที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ปัจจุบันศัลยกรรมความงามที่ได้รับความนิยมมีหลายประเภทดังนี้
- ศัลยกรรมทำตาสองชั้น
- ศัลยกรรมเสริมจมูก
- ศัลยกรรมศัลยกรรมตกแต่งรอบดวงตา
- ศัลยกรรมตกแต่งริมฝีปาก
- ศัลยกรรมเสริมจมูก
- ศัลยกรรมเปิดหัวตา
- ศัลยกรรมยกคิ้ว
- ศัลยกรรมหน้าอก
- การศัลยกรรมเสริมคาง
- การศัลยกรรมกราม
- การศัลยกรรมโหนกแก้ม
- ศัลยกรรมดูดไขมันและตัดไขมันหน้าท้อง
- ศัลกรรมโบท็อก ร้อยไหม
- ศัลยกรรมแปลงเพศ
- ศัลยกรรมกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง แก้หนังตาตก ตาปรือ
- ศัลยกรรมอื่นๆ
ข้อคิดก่อนศัลยกรรมความงาม
ศัลยกรรมความงามส่วนใหญ่เป็นการผ่าตัดแม้บางประเภทจะเป็นการผ่าตัดเล็กแต่ก็ทำให้เกิดรอยแผล ที่นอกจากมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน แผลติดเชื้อ และเกิดรอยแผลเป็นที่เรียกว่าแผลคีลอยด์ หรือแผลที่มีรอยนูนเกิดขึ้นได้แล้ว ผลลัพธ์จากการศัลยกรรมตอบโจทย์ความต้องการหรือไม่ รวมถึงการทำศัลยกรรมอย่างไรให้ปลอดภัยเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาและทำความเข้าใจ โดยก่อนตัดสินใจศัลยกรรมความงามมีข้อคิดงามที่น่าสนใจดังนี้
- การศัลยกรรมความงามควรอยู่ในความพอดี : และไม่ฝืนธรรมชาติมากเกินไป เพราะนอกจากเรื่องของความสวยงาม ลักษณะการศัลยกรรมที่ฝืนความเป็นธรรมชาติมากเกินไป อาจส่งผลต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาว เช่น การผ่าตัดเสริมหน้าอกให้มีขนาดใหญ่ในขณะรูปร่างเล็ก การศัลยกรรมช่วยให้หน้าอกใหญ่ตามขนาดที่ต้องการได้ แต่การมีหน้าอกที่ใหญ่เกินไปในอนาคตอาจมีปัญหาสุขภาพ ทำให้เกิดอาการปวดบ่า คอ และหลังตามมาได้
- ไม่คาดหวังกับผลลัพธ์ของการศัลยกรรมความงามสูงเกินไป : เนื่องจากการศัลยกรรมแต่ละประเภทและแต่ละเทคนิควิธี นอกจากเหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคลแล้ว ยังขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ ดังนั้นปัญหาเดียวกันใช้เทคนิคการศัลยกรรมความงามเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่เหมือนกัน เมื่อผลลัพธ์ที่ได้ไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง หากไม่ทำใจยอมรับและรับไม่ได้ ส่งผลให้ต้องศัลยกรรมซ้ำหรือแก้ไข จนกลายเป็นเสพติดการศัลยกรรมในที่สุด
- ศึกษาข้อมูล คิด และวางแผนเป็นอย่างดีก่อนตัดสินใจศัลยกรรมความงาม : การศัลยกรรมความงาม จุดประสงค์ของคนส่วนใหญ่ก็เพื่อปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้สวยดูดี การเปลี่ยนแปลงตนเองด้วยการศัลยกรรมเพียงเล็กน้อย อาจสร้างความมั่นใจในตนเองได้มากกว่าและยังสวยอย่างปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงที่อาจเป็นปัญหาต่อสุขภาพในอนาคต
- ทำศัลยกรรมความงามเมื่อมีความพร้อม : ศัลยกรรมนอกจากเพื่อเสริมความงามปรับรูปลักษณ์ให้สวยดูดีแล้ว บางกรณียังเป็นการศัลยกรรมเพื่อปรับแก้ไขส่วนที่บกพร่องหรือเป็นปัญหาต่อสุขภาพ หากมีความจำเป็นแต่ขาดความพร้อมทั้งด้านการเงิน ขาดการศึกษาข้อมูลคลินิกศัลยกรรมที่ได้มาตรฐาน รวมทั้งขาดความพร้อมด้านสุขภาพ เช่น การมีปัญหาสุขภาพมีโรคประจำตัว การทำศัลยกรรมขณะที่ขาดความพร้อม อาจทำให้มีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายและไม่ปลอดภัยทั้งขณะทำศัลยกรรมและหลังศัลยกรรมได้
- หลีกเลี่ยงการศัลยกรรมตามค่านิยมหรือตามเทรนด์ : ปัจจัยหลักของการทำศัลยกรรมก็เพื่อความสวยงาม หรืออาจทำไปพร้อมๆกับการแก้ไขข้อบกพร่องซึ่งเป็นปัญหาต่อสุขภาพ และเพื่อปรับลุค เสริมบุคลิกภาพให้ดูดีมีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น การเลือกศัลยกรรมตามเทรนด์นิยมบางประเภทหรือบางรูปแบบอาจไม่เหมาะกับทุกคน เช่น คนที่มีริมฝีปากอวบอิ่มได้รูปอยู่แล้ว แต่เลือกฉีดฟิลเลอร์ปากตามเทรนด์ที่กำลังมาแรง ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ตอบโจทย์หรือไม่สวยเซ็กซี่อย่างที่ต้องการ
สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญก่อนเลือกคลินิกศัลยกรรมความงาม
การทำศัลยกรรมเสริมความงามนอกจากเป็นที่ยอมรับของสังคมมากขึ้นแล้ว ยังเป็นสิ่งที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เห็นได้จากมีศูนย์ความงามหรือคลินิกศัลยกรรมเปิดให้บริการอยู่มากมาย สำหรับคนที่ต้องการศัลยกรรมก็จะมีปัญหาข้อบกพร่องที่แตกต่างกันไปแต่จุดประสงค์หลักก็เพื่อต้องการมีรูปลักษณ์และบุคลิกภาพที่ดี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการของเรามากที่สุด สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญก่อนเลือกคลินิกศัลยกรรมความงาม มีดังนี้
ให้ความสำคัญและพิจารณาถึงความปลอดภัย
การทำศัลยกรรมเป็นการผ่าตัดที่มีทั้งการผ่าตัดใหญ่และผ่าตัดแผลเล็กชนิดที่ไม่ต้องพักฟื้นหรือสามารถกลับใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังศัลยกรรม และบางประเภทบางรูปแบบใช้วิธีฉีดสารเข้าไปในบริเวณที่ต้องการปรับแต่ง โดยไม่ต้องผ่าตัดให้เกิดรอยแผล แต่ไม่ว่าจะเป็นการศัลยกรรมความงามด้วยเทคนิควิธีใดๆจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับบริการจากศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ และมีความชำนาญเฉพาะทางเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและมีความปลอดภัยสูง
เลือกแพทย์และคลินิกที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ
พิจารณาเลือกคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ มีแพทย์วิชาชีพเป็นผู้ให้บริการ เพื่อให้เรามั่นใจได้ว่าการศัลยกรรมความงามนั้นจะมีความปลอดภัย เช่น เป็นคลินิกศัลยกรรมเฉพาะทางที่จดทะเบียนถูกต้อง มีเครื่องมือที่ทันสมัย ห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐานระดับสากล มีทีมแพทย์และพยาบาลวิชาชีพเฉพาะทางให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งการดูให้คำแนะนำและติดตามผลลัพธ์หลังศัลยกรรมอย่างใกล้ชิด
ศึกษาข้อมูลเพื่อเตรียมตัวก่อนและหลังการทำศัลยกรรม
เมื่อตัดสินใจศึกษาข้อมูลและพร้อมที่จะทำศัลยกรรมความงาม การเตรียมตัว เตรียมความพร้อมของตนเองก่อนการทำศัลยกรรมรวมทั้งรับรู้ข้อมูลการดูแลตนเองอย่างถูกต้อง ทั้งก่อนและหลังศัลยกรรม ถือเป็นเรื่องสำคัญ เช่น พักผ่อนให้เต็มที่ ไม่เครียด ไม่กังวล ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดทั้งก่อนและหลังศัลยกรรม กรณีมีโรคประจำตัวที่ต้องดูแลรักษาและรับประทานยาเป็นประจำ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ภูมิแพ้ หรือโรคอื่นๆ ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนศัลยกรรม เพื่อวินิจฉัยและเลือกเทคนิควิธีที่เหมาะสม
ศัลยกรรมความงามทำไมต้องที่ เมโกะ คลินิก

ปัจจุบันการทำศัลยกรรมความงามเป็นกระแสนิยมที่เรียกกันว่าสวยสั่งได้ เนื่องจากเป็นสิ่งที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่าย และมีคลินิกหรือศูนย์ศัลยกรรมความงามเปิดให้บริการอยู่มากมาย เมโกะ คลินิก เป็นหนึ่งในคลินิกศัลยกรรมความงามที่ได้รับความไว้วางใจ และได้ให้บริการแก่คนไข้ศัลยกรรมนับแสนเคสมาแล้ว หากถามว่า “ศัลยกรรมความงาม ทำไมต้องที่ เมโกะ คลินิก” 6 ข้อต่อไปนี้คือคำตอบ
1. เมโกะ คลินิก ได้รับอนุญาตถูกต้อง
เมโกะ คลินิก เป็นคลินิกศัลยกรรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามมาตรฐานสถานพยาบาล และมีใบอนุญาตประกอบการจากกระทรวงสาธารณสุข เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ผ่านการทำความสะอาดปลอดเชื้อและได้รับการดูแลอย่างดี
2. ประสบการณ์ด้านศัลยกรรมความงาม
เมโกะ คลินิก เป็นคลินิกศัลยกรรมความงามที่ก่อตั้งเมื่อปี 1982 โดย นายแพทย์มนัส ฉายาวิจิตรศิลป์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมและเปิดให้บริการตามมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 36 ปี ด้วยประสบการณ์ด้านศัลยกรรมความงาม เมโกะ คลินิกให้บริการแก่คนไข้ศัลยกรรมมาแล้วนับแสนเคส
3. ความเชี่ยวชาญของแพทย์เฉพาะทาง
นายแพทย์มนัส ฉายาวิจิตรศิลป์ เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมโดยตรง จบจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยประสบการณ์การ เป็นแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมจุลศาสตร์และด้ายศัลยกรรมเสริมสวย และยังเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งเป็นแพทย์ไทยเพียงคนเดียวที่เข้าร่วมตัดสินและเปลี่ยนโฉมหน้าให้กับผู้ร่วมแข่งขันในรายการ Let Me In Thailand
ประสบการณ์การทำงานของนายแพทย์มนัส ฉายาวิจิตรศิลป์ แพทย์แผนกศัลยกรรม (2518 – 2524) โรงพยาบาลตำรวจ ศัลยแพทย์ Meko Clinic (2525-ปัจจุบัน) เป็นที่ปรึกษาสมาคมศัลยกรรมความงามและเวชศาสตร์เพื่อความงามแห่งประเทศไทย และที่ปรึกษาสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย
4. ความพร้อมของบุคลากร
เมโกะ คลินิก นอกจากก่อตั้งและให้บริการด้านศัลยกรรมความงาม โดย นายแพทย์มนัส ฉายาวิจิตรศิลป์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมเสริมสวยโดยตรงแล้ว ยังมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังโดยเฉพาะ ที่จะคอยให้การรักษาและแนะนำทางเลือกที่เหมาะสมแก่ลูกค้า ทีมแพทย์มีรายชื่อเป็น “แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่ง” ในฐานข้อมูลเว็บไซต์ของแพทยสภา และสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย หรือ สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย
ด้านความพร้อมของบุคลากรทีมแพทย์ เมโกะ คลินิก ได้ถูกเชิญไปออกรายการ “ Let Me In Thailand ” Let Me In เป็นรายการศัลยกรรม และดูแลผิวหนังที่โด่งดังในเกาหลี ต่อมาได้นำมาทำในประเทศไทยและใช้ชื่อว่า “ Let Me In Thailand ศัลยกรรมพลิกชีวิต ” เป็นครั้งแรกของการร่วมมือระหว่างทีมแพทย์ไทย และทีมแพทย์เกาหลี
5. ให้บริการศัลยกรรมเสริมความงามครบวงจร
เมโกะ คลินิก ให้บริการศัลยกรรมเสริมความงามครบวงจร ทั้งศัลยกรรมใบหน้า เสริมจมูก ทำตาสองชั้น ฉีดไขมันหน้า ดึงหน้า ยกคิ้ว เสริมคาง ปรับรูปปาก เสริมหน้าอก ดูดไขมัน ปรับรูปร่างให้สวยสมส่วน ดูแลผิวพรรณให้ขาวใส ลดริ้วรอยจุดด่างดำ กระชับรูขุมขน หลุมสิว แก้ไขปัญหาสุขภาพแก้ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงไปพร้อมๆกับการศัลยกรรมตกแต่ง รวมทั้งดูแลปัญหาของสุภาพสตรี เช่น การทำรีแพร์ เลเซอร์ เรียกว่าการใช้บริการศัลยกรรมความงามที่ เมโกะ คลินิก ช่วยให้คุณสวยครบจบในที่เดียว
6. เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ได้มาตรฐานระดับสากล
เมโกะ คลินิก เป็นคลินิกศัลยกรรมเสริมความงามที่มีคุณภาพ อุปกรณ์หรือเครื่องมือทางการแพทย์ ที่ใช้ได้มาตรฐานระดับสากล มีอุปกรณ์กู้ชีพ ห้องผ่าตัดเล็ก ห้องผ่าตัดพร้อมเครื่องมือผ่าตัดที่ทันสมัยได้มาตรฐาน พร้อมเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพใหม่ให้แก่ผู้รับบริการทุกคนสวยอย่างเป็นธรรมชาติและปลอดภัยได้มาตรฐานระดับสากล
สรุป
ศัลยกรรมความงามเป็นการเพิ่มความสวยงาม สร้างความมั่นใจ ที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งผู้หญิงและผู้ชาย รวมถึงเพศที่สามที่ต้องการมีเพศสภาพที่ชัดเจน เมโกะ คลินิก เป็นคลินิกศัลยกรรมที่มีศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมากด้วยประสบการณ์ด้านศัลยกรรมเพื่อการเสริมสวย พร้อมให้คำแนะนำปรึกษาและให้ข้อมูลรายละเอียดที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจมารับบริการอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจในการเสริมสร้างบุคลิกภาพใหม่ให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการ
หากสนใจศัลยกรรมเสริมความงามสามารถดูรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ คลิ๊ก