ฉีด โบ (ฺBO) ลดกราม ทำไมต้องฉีดที่ เมโกะ คลินิก ?

โบ หรือ Bo มีคุณสมบัติลดเลือนริ้วรอย และยังสามารถนำมาฉีดลดกราม ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้นได้ เมื่ออายุมากขึ้นกล้ามเนื้อบริเวณลำคอ (Platysma) จะทำงานมากขึ้น และดึงใบหน้า ให้หย่อนคล้อยลง การใช้โบจะช่วยทำให้กรอบใบหน้าชัดขึ้น และยกกระชับใบหน้าขึ้นได้ แต่จะได้ผลดีในคนที่ สาเหตุของการหย่อนคล้อยที่มาจากกล้ามเนื้อ โดยอาศัยเทคนิคการออกแบบรูปหน้า เฉพาะตัวของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งนับเป็นทางเลือกใหม่ในการปรับรูปหน้า แก้ไขจุดบกพร่องโดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม หลังฉีดสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ทันที ไม่ต้องพักฟื้น

โดยหลังการฉีดไปที่มัดกล้ามเนื้อแล้ว ตัวยาจะจับตัวกับปลายเส้นประสาท ที่เชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อ และออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อไม่ทำงาน แต่กล้ามเนื้อมัดอื่นที่ไม่ได้ฉีด ก็สามารถใช้งานได้ตามปกติ ทำหน้าที่บดเคี้ยวได้หลังจากฉีดลดกรามแล้วโดยทั่วไป 1-2 อาทิตย์ จะเริ่มสังเกตได้ว่ากรามลดลง หน้าดูเรียว V shape ขึ้น แต่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนจะเห็นได้เมื่อครบ 1 เดือนแล้ว ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานประมาณ 6-8 เดือนหรือช้า เร็วกว่านั้นแล้วแต่บุคคล

โบ ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

  1. ลดขนาดกล้ามเนื้อให้เล็กลง
    • ลดขนาดกราม ให้ใบหน้าดูเรียวเล็กขึ้น
    • ลดขนาดน่อง ให้ขาเรียวยาวสวย
    • ลดขนาดปีกจมูก ให้เล็กลง เห็นสันแกนจมูกชัดเจนขึ้น
  2. คลายขนาดกล้ามเนื้อที่หดตัวให้เรียบตึงขึ้น
    • รอยย่นบริเวณหน้าผาก ตีนกา หางตา ระหว่างคิ้ว
    • ผิวหนังบริเวณคอ มือ ที่เหี่ยวย่น ช่วยให้ใบหน้ากลับมาเรียบเนียน และดูเด็กขึ้น
  3. ลิฟท์กรอบหน้า
    • ยกกระชับใบหน้า ไม่ให้หย่อนคล้อย
    • ช่วยให้กรอบหน้าชัดเจนยิ่งขึ้น
  4. ฉีดใต้วงแขน รักแร้
    • ช่วยลดการทำงานของต่อมเหงื่อ ทำให้เหงื่อออกน้อยลง
    • ระงับกลิ่นกายได้อีกด้วย
  5. รักษาโรคไมเกรนเรื้อรัง
    • ระงับอาการปวดให้น้อยลง
    • ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการผ่อนคลาย
  6. รักษาอาการตากระตุก
    • ทำให้กล้ามเนื้อหยุดทำงานชั่วขณะ ช่วยลดอาการตากระตุกได้
Bo ลดกราม เมโกะ คลินิก
Bo ลดกราม เมโกะ คลินิก

เรื่อง “ โบ (Bo) ” ทำไมต้อง เมโกะ คลินิก ?

  • ฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาย ด้านการปรับรูปหน้า
  • ปลอดภัย ใช้ของแท้ มีใบรับประกัน
  • ให้คำปรึกษา และวิเคราะห์ใบหน้า เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด

มีผลข้างเคียง หรืออันตรายหรือไม่ ?

  1. คนฉีดไม่ใช่แพทย์ หรือเป็นแพทย์ที่ยังไม่มีความรู้ ความชำนาญเพียงพอ เพราะเมื่อฉีดเข้าไปไม่ว่าจะบริเวณใด ก็จะออกฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อบริเวณนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ผู้ฉีดต้องมีความรู้เรื่องตำแหน่ง และการทำงานของกล้ามเนื้อบนใบหน้า ลำคอ หรือบริเวณที่จะรักษาเป็นอย่างดี จึงจะสามารถฉีดไปยังกล้ามเนื้อ ที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ เพราะหากฉีดไปโดนกล้ามเนื้อมัดอื่น อาจส่งผลที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ใบหน้าเบี้ยว หรือหนังตาตกได้
  2. ตัวยาที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน บ่อยครั้งที่สถานพยาบาลบางแห่งใช้ตัวยาปลอม หรือไม่ผ่าน อย. เพื่อลดต้นทุน และนำมาขายในราคาถูก ทำให้ประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อ ได้รับความเดือดร้อน คือการรักษาไม่ได้ผล หรือกล้ามเนื้อทำงานผิดปกติ จากตัวยาที่ฉีดเข้าไป และอาจทำให้ร่างกายดื้อต่อตัวยา แม้กลับมาใช้ของแท้ ก็ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแล้ว เป็นต้น

ก่อนฉีดควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ก่อนเข้ารับบริการฉีด ผู้เข้ารับบริการ จำเป็นจะต้องเข้าพบแพทย์เสียก่อน เพื่อทำการตรวจผิวหนัง และปรึกษาเกี่ยวกับบริเวณที่จะฉีด ดังนั้นผู้เข้ารับบริการจึงอาจต้องมีการเตรียมตัวดังต่อไปนี้

  • งดรับประทานยา หรือวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น 
    • ยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-SteroidalAnti-Inflammatory Drugs: NSAIDs
    • ยาวาร์ฟาริน (Warfarin
    • น้ำมันตับปลา 
    • แปะก๊วย 
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทุกชนิด เหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำหมัก
  • งดรับประทานอาหารประเภท หมูกะทะ ปิ้งย่าง ชาบู ที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อน ๆ 
  • งดรับประทานอาหารที่เผ็ดมาก ๆ หรือแสบร้อนจนหน้าแดง 
  • งดรับประทานอาหารหมักดอง เพราะมีสารที่ทำให้เส้นเลือดขยายตัว เช่น ปลาร้า หน่อไม้ดอง มะม่วงดอง 
  • งดสูบบุหรี่ ในบุหรี่มีสารหลายชนิดที่ขยายหลอดเลือด ไม่ควรประคบร้อน

ขั้นตอนการฉีด

  1. แพทย์ตรวจสอบสภาพผิวที่จะทำการฉีด และพูดคุยกับผู้เข้ารับบริการว่า จะฉีดบริเวณจุดไหนบ้าง รวมถึงยี่ห้อผลิตภัณฑ์ในการฉีดว่า เป็นยี่ห้อใด
  2. แพทย์จะทายาชา หรือใช้น้ำแข็งประคบ บริเวณที่จะฉีดก่อน เพื่อให้ไม่รู้สึกเจ็บเกินไป
  3. แพทย์ทำการฉีดตัวยาโดยจะใช้เข็มขนาดเล็ก ฉีดสารโปรตีนปริมาณพอเหมาะ ลงไปที่กล้ามเนื้อ เวลาในการฉีดจะประมาณ 10-15 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณ และปริมาณที่ฉีด

การดูแลตัวเองหลังฉีด

หลังจากฉีดแล้ว ผู้เข้ารับบริการควรปฏิบัติตามคำแนะนำ ของแพทย์อย่างเคร่งครัด ซึ่งมักได้แก่

  • ไม่นอนราบ ในช่วง 3-4 ชั่วโมงแรกหลังจากฉีด เพราะตัวยาอาจไหลไปในบริเวณที่ไม่ต้องการ
  • ให้นอนหงาย หนุนหมอนสูง ในคืนแรกของการรักษา
  • ไม่ประคบร้อน และระวังอย่าให้ลมร้อนจากไดร์เป่าผม ไปเป่าบริเวณที่เพิ่งฉีดมา เป็นเวลา 2 สัปดาห์
  • ไม่นวด กด บีบ คลึง บริเวณที่เพิ่งทำการฉีดมา เป็นเวลา 6-8 ชั่วโมง เนื่องจากการทำให้ยากระจาย ไปออกฤทธิ์ยังบริเวณอื่นได้
  • หากมีอาการบวมแดง หรือช้ำในช่วง 1-2 วันแรกหลังการฉีด ( ซึ่งเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากเข็มฉีดยา ) ให้ใช้น้ำแข็งประคบได้
  • ควรไปพบแพทย์ตามนัด เพื่อประเมินผลการรักษา และหากพบความผิดปกติก่อนวันนัด เช่น หนังตาตก ปวดศีรษะ ปวดคอ เห็นภาพซ้อน ตาแห้ง มีอาการแพ้ หรือหายใจไม่สะดวก ควรติดต่อแพทย์ทันที เพื่อปรึกษาว่า ควรเลื่อนการฉีดออกไปก่อนดีหรือไม่

โบอเมริกา (Bo USA) หรือ โบเกาหลี (Bo Korea) ดีกว่ากัน ?

โบอเมริกา (Bo USA) ถูกคิดค้นขึ้น ในประเทศอเมริกาเมื่อปี 1987 เพื่อใช้กับผู้ป่วยโรค blepharospasm  หรือตากระตุก ซึ่งเป็นกลุ่มโรคเกี่ยวกับ การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของเปลือกตา ทำให้ผู้ป่วยมีอาการกะพริบตามากกว่าปกติ จนไม่สามารถควบคุมได้ ตัวยาของอเมริกาได้รับความนิยมจากทั่วโลก เพราะเป็นแบรนด์แรกที่คิดค้นสารโบทูลินั่ม ในการลดริ้วรอย และเป็นแบรนด์แรกที่ได้รับ FDA ในการลดริ้วรอย

  • เห็นผลหลังจากฉีดภายใน 2-3 วัน
  • อยู่ได้นาน 6-8 เดือน
  • มีการใช้มายาวนาน จึงมีข้อมูลด้านความปลอดภัย และผลข้างเคียง
  • มีงานวิจัยรองรับยาวนานที่สุดกว่า 4000 งานวิจัย
  • เปอร์เซ็นต์การดื้อยามีน้อย เพราะโปรตีนที่ใช้เป็นโมเลกุลใหญ่
  • มีความเที่ยงตรงสูง ไม่ไหลไปกล้ามเนื้อมัดอื่น

โบเกาหลี (Bo Korea) เริ่มใช้กันมาเกือบ 10 ปี และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วมาก ในประเทศไทย ทั้งนี้อาจเป็น เพราะกระแสดารา นักร้องเกาหลีที่โด่งดังในเมืองไทย เลยทำให้สาว ๆ หลายคนเริ่มอยากใบหน้าเรียวแบบวีเชฟ เหมือนสาวเกาหลีบ้าง พอตัวยาของเกาหลีเข้ามาไทย ทุกคนก็เลยแห่ฉีดของเกาหลี เพราะหวังว่าหน้าจะเป๊ะ ปัง แบบดารา นักร้องบ้าง นอกจากนี้ตัวยาของเกาหลียังราคาที่ไม่แพงมาก แต่ประสิทธิภาพดี

  • เห็นผลหลังจากฉีด 4-5 วัน
  • อยู่ได้นาน 3-5 เดือน
  • ปลอดภัย ราคาถูก
ฉีดโบ ลดกราม เมโกะ คลินิก
ฉีดโบ ลดกราม เมโกะ คลินิก
ฉีดโบ ลดกราม เมโกะ คลินิก
ฉีดโบ ลดกราม เมโกะ คลินิก

ผลงาน Bo ของเมโกะ

เสริมจมูก ศัลยกรรมเปลี่ยนหน้า ท้าชีวิตอาภัพ “ปัด” Let Me In 2 โดยแพทย์มนัส
แพทย์มนัส
  • เสริมจมูก
  • ตกแต่งปลายจมูก
  • ตัดปีกจมูก
  • ตะไบจมูก
  • Let me in
  • ตาสองชั้น
  • ปากกระจับ
ราคาเริ่มต้น 560,000 บาท เข้าชม 872 ครั้ง
เสริมจมูก เนรมิตใบหน้าใหม่ ในรายการ Let Me In Thailand 2 โดยแพทย์มนัส [แมท ปภาวิน]
แพทย์มนัส
  • เสริมจมูก
  • ตกแต่งปลายจมูก
  • ตัดปีกจมูก
  • Let me in
ราคาเริ่มต้น 370,000 บาท เข้าชม 648 ครั้ง

ขั้นตอนการรับบริการของเมโกะ

1

ปรึกษาและนัดหมาย

หากคุณลูกค้าสนใจปรึกษาและนัดพบแพทย์ สามารถติดต่อสอบถามได้ตามช่องทางดังนี้

2

จ่ายเงิน

สามารถชำระค่าใช้จ่ายได้ 2 วิธี ได้แก่
1. การโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารและส่งหลักฐานการโอนเงินให้เจ้าหน้าที่
2. การชำระเงินด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิต (ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน)

3

เตรียมตัวก่อนทำBo

1. 1-2 วันก่อนการฉีด Bo ให้หยุดยากลุ่มกรดวิตามินเอ, AHA และสครับขัดหน้า
2. 1 สัปดาห์ก่อนการฉีด ให้หยุดยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDS ได้แก่ Brufen, Naproxen, Motrin, วิตามินอี, น้ำมันปลา และ จังโกะเพื่อลดการเกิดรอยฟกช้ํา
3. 24 ชั่วโมงก่อนรักษา งดแอลกอฮอล์
4. หากมีประวัติโรคเริม ควรแจ้งแพทย์ก่อนการรักษา

4

รับบริการ

1. นั่งตัวตรงหลังพิงเก้าอี้
2. ลุกค้าสามารถเลือกระงับความรู้สึกโดยการประคบเย็นหรือทายาชา (หรือตามแพทย์แนะนำ)
3. ใช้เวลาในการฉีด 15 นาที หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับปริมาณยาที่ใช้

5

การดูแลหลังทำBo

1. 1-2 ชั่วโมงแรก พยายามขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด เพื่อให้ยากระจายตัวเข้ากล้ามเนื้อได้มากขึ้น
2. 4 ชั่วโมงแรก ห้ามนอนราบ ก้มหน้า หรือนอนตะแคง
3. 24 ชั่วโมงหลังฉีด หลีกเลี่ยงการใช้ยาหรือเครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น กรดวิตามินเอ, AHA, วิตามินซี
4. 1 สัปดาห์แรก งดออกกำลังกายอย่างหนัก หรือโยคะ
5. 2 สัปดาห์แรก งดการทำทรีทเมนท์นวดหน้า อบซาวน่า ทำเลเซอร์
6. หลังรักษา สามารถใช้เครื่องสำอางและครีมบำรุงได้ โดยทาด้วยความนุ่มนวล หลีกเลี่ยงการกดถู
7. พบแพทย์เมื่อมีข้อสงสัยหรือสิ่งผิดปกติใดๆ
8. สามารถใช้น้ำแข็งประคบในกรณีที่มีอาการบวมแดงหรือช้ำได้
9. อาจมีจ้ำเลือดเล็กๆ ไม่ต้องกังวลอาการนี้เป็นเพียงชั่วคราว อาการดังกล่าวจะหายได้เอง
10. อาจมีอาการตึงหน้าใน 3-4 วัน ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องกังวลอาการดังกล่าวจะหายไปใน 1-2 สัปดาห์