ดึงหน้า “Radiant Face Lift” บอกลาหน้าไม่กระชับ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ เมโกะ คลินิก

เมื่ออายุเริ่มเข้าเลข 4 ชั้นผิวก็เริ่มอ่อนแอ ความยืดหยุ่นของผิวก็เริ่มลดน้อยลง ทำให้ผิวเกิดการยุบตัว ความหย่อนคล้อยก็เริ่มถามหาไม่เต่งตึงเหมือนตอนหนุ่มสาว เกิดเป็นริ้วรอยแห่งวัย ยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ความหย่อนคล้อยก็จะยิ่งเห็นชัดขึ้นมากเท่านั้น ปัญหาคิ้วตก หนังตาด้านข้างหนาขึ้น แก้มห้อยย้อย มุมปากตก ร่องแก้มลึก ความหย่อนคล้อย เพิ่มมากขึ้นจนทั่วใบหน้าและลำคอ ใบหน้าที่เหี่ยวย่นหลาย ๆ คน ก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น ใคร ๆ ก็ต้องการผิวหน้าที่เรียบเนียน ตึงกระชับคงอยู่ตลอดถึงแม้เวลาจะร่วงโรยไป

 Highlight เทคนิคการดึงหน้าที่สำคัญ

สัญญาณเตือนเมื่อริ้วรอยเริ่มถามหา
สัญญาณเตือนเมื่อริ้วรอยเริ่มถามหา

ศัลยกรรมดึงหน้าคืออะไร

การทำศัลยกรรมดึงหน้า (Radiant Face Lift) เป็นการผ่าตัดยกกระชับเพื่อคืนความอ่อนเยาว์ เผยหน้าใหม่ที่เต่งตึง สดใส ไร้ริ้วรอย ด้วยการตัดผิวหนังส่วนเกินที่หย่อนคล้อยออกแล้ว เก็บยกผิวหนังทั้งสองชั้น หรือมากกว่านั้น คือ ชั้นผิวหนัง และ ชั้นกล้ามเนื้อ SMAS หรือกล้ามเนื้อบางๆ ชั้นใต้ผิวหนังที่เราใช้แสดงสีหน้าและอารมณ์ นั่นเอง ซึ่งการศัลยกรรมดึงหน้าจะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน กว่าการยกกระชับด้วยวิธีอื่นๆ โดยทั่วไปความหย่อนคล้อยที่เกิดขึ้น จะเริ่มจากบนลงล่าง นั่นคือ หน้าผาก ใบหน้าส่วนบน หางตา แก้ม มาถึงร่องแก้มใบหน้าหน้าส่วนล่าง ค่อยลงมาใต้คาง และคอในที่สุด

ดึงส่วนไหน แก้ปัญหาอะไร?

  1. ดึงหน้าผาก (Forehead Lift) – เหมาะสำหรับผู้ที่มีหัวคิ้วย่น มีรอยย่นบนหน้าผาก หางตาตก และคิ้วต่ำลงมา จนรบกวนการมองเห็น ต้องเลิกคิ้วในการมองอยู่ตลอด โดยปกติหน้าผากเราจะมีกล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง เมื่อเลิกคิ้วเป็นเวลานาน จึงทำให้เกิดริ้วรอยดังกล่าว
  2. ดึงใบหน้าส่วนบนและหางตา (Upper Facelift/Temporal Lift) – การดึงใบหน้าส่วนนี้ สำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาหางตาตก ตาเศร้า โหนกแก้มเริ่มหย่อนคล้อย ในส่วนนี้ จะทำให้ใบหน้าดูยกขึ้น รอยตีนกาและริ้วรอยบริเวณหางตาลดลง ใบหน้าส่วนบนก็จะตึงและดูกระชับขึ้น
  3. ดึงใบหน้าส่วนกลางเเละส่วนล่าง (Lower Facelift) – แก้ไขปัญหาร่องแก้มที่ลึกให้จางลง แก้ไขร่องน้ำหมาก ทำให้ใบหน้าส่วนล่างตึงและถูกยกขึ้น ให้ใบหน้าเรียวเป็น V-shape
  4. ดึงคอ (Neck Lift) – ทำให้ลำคอตึงขึ้น ลดความหย่อนคล้อย ลดเหนียงบริเวณคอ เพื่อให้เข้ากับส่วนของใบหน้าที่อ่อนวัยลง
สัดส่วนการดึงใบหน้า
ปรึกษาแพทย์หรือที่ปรึกษาความงาม

รู้ทัน ความหย่อนคล้อยของใบหน้า ก่อนศัลยกรรม

ปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้า เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่เฉพาะความหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยที่เกิดขึ้นตามวัยเท่านั้น แต่ริ้วรอยต่าง ๆ ยังเกิดขึ้นได้ทุกช่วงอายุหากขาดการบำรุงดูแลผิวพรรณอย่างถูกวิธี หรือเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล ศัลยกรรมดึงหน้าถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่มีปัญหาริ้วรอยบริเวณใบหน้า แต่ก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมดึงหน้า ควรเข้าใจสภาพปัญหาบริเวณใบหน้าก่อนว่ามีลักษณะอย่างไรที่เรียกว่าริ้วรอยและความหย่อนคล้อย ทำให้ต้องศัลยกรรมดึงหน้า

  • ลักษณะความหย่อนคล้อยบริเวณหน้าผากและคิ้ว มีลักษณะที่สามารถสังเกตได้คือการเกิดรอยย่นพับเป็นจีบ ระยะห่างระหว่างไรผมถึงคิ้วจะดูกว้างขึ้น และคิ้วตก
  • ริ้วรอยความหย่อนคล้อยบริเวณดวงตา จะมีลักษณะหนังตาบนหย่อนคล้อยตกลงมา หากหย่อนคล้อยลงมามากอาจบดบังจนไม่เห็นชั้นตา
  • ริ้วรอยบริเวณจมูก ลักษณะปลายจมูกจะงุ้มและเตี้ยลง ทำให้รูปจมูกไม่ได้สัดส่วน ศัลยกรรมดึงหน้า จะช่วยปรับโครงหน้าให้สวยได้รูปมากขึ้น
  • ความหย่อนคล้อยและริ้วรอยบริเวณแก้มส่วนบน ลักษณะความหย่อนคล้อยบริเวณแก้มส่วนบน จะทำให้มองเห็นร่องใต้ตาได้ชัด และยังทำให้ร่องแก้มลึก ผิวหน้าไม่เต่งตึงดูแลกว่าวัย
  • ริ้วรอยบริเวณแก้มส่วนล่าง ปัญหาริ้วรอยส่วนนี้จะมีทำให้ใบหน้ามีร่องน้ำหมาก แก้มส่วนล่างกับส่วนคอจะกลมกลืนเป็นผืนเดียวกันทำให้ กรอบหน้าให้คมชัด
  • ริ้วรอยบริเวณคอ ความหย่อนคล้อยทำให้เห็นเหนียงชัดขึ้น หากมีไขมันสะสมด้วย ก็จะเห็นเป็นคาง 2 ชั้น
  • บริเวณปาก ปัญหาริ้วรอยบริเวณมุมปากมุม ระยะจมูกกับริมฝีปากบนจะยืดยาวขึ้น ลักษณะปากจะตกและคว่ำลง

ใบหน้าแบบไหน ที่เหมาะกับผ่าตัดดึงหน้า

ปัจจุบัน การผ่าตัดดึงหน้า เป็นศัลยกรรมความงามที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง ด้วยเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย ทำให้เกิดนวัตกรรมและเทคนิคใหม่ ๆ แม้ความหย่อนคล้อยของใบหน้าจะมีหลายระดับ ก็
สามารถเลือกดึงได้ตามสภาพผิวหน้า อาจจะดึงหน้าเฉพาะจุดหรือบางส่วน หรือศัลยกรรมดึงหน้าทั้งหมด ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาของแต่ละคน ดังนี้

  • ผู้ที่มีปัญหารอยตีนกา รอยย่นบนผิวหน้า หางตาไม่เท่ากัน
  • ผู้ที่ต้องการผ่าตัดดึงหน้า เพื่อลดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยที่เกิดขึ้นตามวัย
  • ผู้ที่มีปัญหารอยเหี่ยวย่นบริเวณหน้าผากอย่างชัดเจน ทำให้ใบหน้าแลดูแก่กว่าวัย
  • ผู้ที่มีปัญหาเหนียงบริเวณลำคอ ช่วงลำคอมีเนื้อมากและหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่มีปัญหาจากการลดน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักวิธีหลังน้ำหนักลดส่งผลให้แก้มหย่อนและห้อย ผิวหน้าไม่กระชับ
  • ผู้หญิงและผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปต้องการปรับโครงหน้าเพื่อเสริมบุคลิกภาพให้ดูดี

ศัลยกรรมดึงหน้า ทำส่วนไหนได้บ้าง

การผ่าตัด ดึงหน้า สามารถทำได้หลายส่วนบนใบหน้า แยกเป็นบริเวณใบหน้าส่วนบน ใบหน้าส่วนกลางและส่วนล่าง หรือ เลือกทำได้เฉพาะส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อย และริ้วรอยร่องลึกบนใบหน้า เช่น

  • บริเวณขมับ หน้าผาก และคิ้ว ช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยตีนกา รอยย่นบนหน้าผาก หัวคิ้วย่น
  • บริเวณส่วนหางคิ้ว หางตา ร่องน้ำตา โหนกแก้ม เป็นการแก้ปัญหาคิ้วตก โดยการยกกระชับผิวบริเวณคิ้วให้ปลายคิ้วยกสูงขึ้นในระดับที่พอเหมาะ ยกกระชับกล้ามเนื้อแก้มที่หย่อนคล้อยให้เต่งตึง
  • บริเวณแก้ม ร่องแก้ม แก้ไขปัญหาร่องแก้มที่ลึกให้จางลง
  • บริเวณส่วนของร่องน้ำหมาก กรอบคาง เพื่อแก้ไขร่องน้ำหมาก ทำให้ใบหน้าตึงกระชับ และถูกยกขึ้น
  • บริเวณช่วงลำคอ เป็นการแก้ไขเหนียงใต้คาง ทำให้ลำคอตึงขึ้น ลดความหย่อนคล้อย เพื่อให้เข้ากับส่วนของใบหน้าที่อ่อนวัยลง

ก่อนศัลย์ต้องรู้ เทคนิคผ่าตัด แผลอยู่ตรงไหนบ้าง?

1. การดึงหน้าผาก ยกคิ้ว ยกหางตา

จะช่วยลดริ้วรอยบนหน้าผากและหัวคิ้ว เป็นการดึงยกคิ้วขึ้นไปด้วย เพื่อให้หน้าผากตึงกระชับ หรือในเคสที่หน้าผากแบนราบรู้สึกไม่สมมาตรคนไข้สามารถทำร่วมกับการเติมไขมันหน้าผากได้ เพื่อให้ใบหน้าส่วนบนดูอ่อนเยาว์ขึ้น

เทคนิคการผ่าตัดดึงหน้าผาก จะมี 2 เทคนิคด้วยกัน

เทคนิค 1 ศัลยกรรมดึงหน้าผากเปิดแผลตามไรผม (Hair Line)

เทคนิคที่ 1 ศัลยกรรมดึงหน้าผากเปิดแผลตามแนวไรผม (Hair Line)

เป็นการผ่าตัดดึง ยก รอยย่นบริเวณหน้าผากขึ้นไป และทำการตัดเนื้อเยื่อส่วนเกินของผิวหน้าผากออก จึงทำการเย็บปิดแผลตามแนวไรผม (Hair Line) เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่หน้าผากกว้าง และมีความต้องการให้หน้าผากแคบลง

เทคนิค 2 ศัลยกรรมดึงหน้าผากส่องกล้อง(Endotine)

เทคนิคที่ 2 ศัลยกรรมดึงหน้าผาก (Endotine)

เป็นการผ่าตัดผ่านกล้อง Endoscopic ในชั้น SMAS เป็นชั้นกล้ามเนื้อ แล้วใช้วัสดุ Endotine ซึ่งเป็นวัสดุทางการแพทย์  ไม่เป็นอันตรายต่อผิว สามารถสลายไปเองได้ ไม่มีสิ่งแปลกปลอมตกค้างในผิว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดล็อคผิวหน้าผาก ให้ยกขึ้นโดยที่ไม่ต้องทำการผ่าตัดเอาเนื้อเยื่อใดๆออก เป็นการผ่าตัดที่คงทนกว่า ไม่กลับมาหย่อนคล้อยเร็ว แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กบริเวณไรผม 3-4 ที่ อยู่เหนือศีรษะบริเวณด้านบนและด้านข้าง

2. ดึงใบหน้าส่วนบนและหางตา

การดึงใบหน้าส่วนบนและหางตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหารอยตีนกาบริเวณหางตา และผู้ที่มีปัญหาคิ้วตกได้ จนมองด้านข้างไม่ชัดเจน เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยสำหรับผู้ที่อายุมาก การศัลยกรรมดึงใบหน้าส่วนบน จะช่วยให้รูปคิ้วโค้งขึ้น หางตาดูเฉี่ยวขึ้น ใบหน้าส่วนบนก็ยกขึ้นด้วย ทำร่วมกับการตัดกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดรอยตีนกา เผยใบหน้าที่ดูเด็กลง อย่างเป็นธรรมชาติ

เปิดแผลผ่าตัด ที่ไรผม foxy eyes ยกหางตา

เปิดแผลผ่าตัดที่ไรผม foxy eyes ยกหางตา

เป็นการเปิดแผล 2 ที่ตรงขมับบริเวณไรผม แต่ละข้างยาว 3-4 ซม. จากนั้นทำการตัดเลาะกล้ามเนื้อชั้นใต้ ตัดผิวหนังส่วนเกินออก เพื่อดึงยกหางคิ้วหางตาขึ้นในแนวเฉียงตามที่คนไข้ต้องการ พร้อมเย็บยกกระชับกล้ามเนื้อ แผลจะถูกซ่อนตรงแนวที่ไรผมที่ขมับพอดี ในช่วงแรก ๆ อาจจะสังเกตเห็นได้ง่าย แต่เมื่อเวลาผ่านไปแผลนั้นก็แทบจะมองไม่เห็น

3. ดึงใบหน้าส่วนกลางและล่าง

เป็นการแก้ปัญหาผิวหน้าที่หย่อนคล้อยบริเวณส่วนกลางและส่วนล่างของใบหน้า ตั้งแต่ผิวเปลือกตาล่าง ริ้วรอยใต้ตา ไปจนถึงร่องแก้ม ซึ่งในส่วนนี้ จะดึงล็อก ยกผิวหนังขึ้นแล้วเย็บยึดด้วยวัสดุพิเศษ เพื่อจะได้เก็บผิวได้ในตำแหน่งที่คนไข้ต้องการ จะเย็บซ่อนแผลที่อยู่ในจุดที่สังเกตเห็นได้ยาก ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเรื่องรอยแผลที่จะเกิดบนใบหน้า

ปรึกษาแพทย์หรือที่ปรึกษาความงาม

เทคนิคการผ่าตัดดึงใบหน้าส่วนกลางและล่าง จะมี 2 เทคนิคด้วยกัน

เทคนิค 1 การผัดตัดดึงหน้าแบบแผลเล็ก (Mini facelift)

เทคนิคที่ 1 การผ่าตัดแบบแผลเล็ก (Mini facelift)

เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยของร่องแก้มเพียงเล็กน้อย เป็นการเปิดแผลขนาดเล็กทั้ง 2 ข้าง ตรงด้านบนช่วงขมับลงมาถึงขอบหน้าหูส่วนบน เลาะชั้นใต้ผิวหนังลงไปถึงประมาณใบหน้าส่วนล่าง ในชั้นใต้ผิว SMAS และดึงยกเก็บ เย็บในตำแหน่งใหม่ให้ผิวกระชับ พร้อมกับผิวหนังส่วนเกินออก จากนั้นจึงเย็บผิดแผลด้วยเทคนิคซ่อนแผลให้สวยงาม

เทคนิค 2 ผ่าตัดดึงหน้าแบบดึงทั้งหน้า (Full face lift)

เทคนิคที่ 2 การผ่าตัดแบบดึงทั้งหน้า (Full face lift)

เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยทั้งใบหน้า จะเปิดแผลทั้ง 2 ข้างที่หน้าหูและติ่งหู ผ่าตัดเลาะเนื้อเยื่อดึงผิวหนัง Skin และเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังไปจนถึงชั้น SMAS แล้วยึดเนื้อเยื่อด้วย Endotine Midface ดึงให้ตึงจากนั้นถึงตัดผิวหนังส่วนเกินออก จากนั้นเย็บปิดแผลด้วยเทคนิคซ่อนแผลให้สวยงาม

วัสดุสังเคราะห์ Endotine Midface ที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า

ใช้ Endotine Midface ในการทำ ดีอย่างไร

การผ่าตัดที่ใช้วัสดุสังเคราะห์ Endotine Midface เป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงคงทนมาก ได้รับการออกแบบมาเฉพาะสำหรับการยึดเกาะเนื้อเยื่อผิวบริเวณแก้ม ในชั้น SMAS ได้เป็นอย่างดี ช่วยยึดเนื้อเยื่อที่จะทำการยกกระชับให้ได้ดียิ่งกว่า มีความยืดหยุ่นสูง สามารถจัดตำแหน่งของแก้มได้ตามที่ต้องการ

ผ่าตัดดึงคอ

4. ผ่าตัดดึงคอ

เมื่อผิวหนังและไขมันเกิดการยุบตัวลง จนห้อยย้อยมาถึงคาง ขากรรไกร และลำคอ การกำจัดไขมันส่วนเกินที่หย่อนคล้อยลงมามักจะทำร่วมกับการทำแบบ Full face lift ไปพร้อมกันเลย แต่ก็จะมีคนไข้บางรายที่เคยผ่าตัดส่วนบนไปก่อนแล้ว และต้องการที่จะดึงคอเพิ่ม ก็สามารถทำได้ สำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมอยู่ใต้คาง ทำให้คางหย่อนยาน เกิดเป็นเหนียงหลายชั้น แพทย์จะเปิดแผลใต้คางประมาณ 3 ซม. ทำร่วมกับการดูดไขมันเหนียง เพื่อผลลัพธ์ในการผ่าตัดชัดเจนและดียิ่งขึ้น พร้อมกับผ่าตัดยกกระชับคอซ่อนแผลหลังหูทั้งสองข้าง

ประโยชน์ของการ ผ่าตัดดึงหน้า (Facelift)

  1. การผ่าตัดดึงหน้า สามารถเปลี่ยนแปลงลักษณะบนใบหน้าได้มากกว่าวิธีอื่น
  2. ผ่าตัดดึงหน้า Face lift มีความปลอดภัย เพราะดมยาสลบภายใต้หมอวิสัญญีแพทย์
  3. สามารถแก้ไขความหย่อนคล้อยของผิว ได้อย่างครอบคลุมทุกส่วนบนใบหน้า
  4. สามารถเลือกตำแหน่งในการดึงหน้าได้ เช่น เลือกผ่าตัดดึงหน้าเฉพาะจุด หรือเลือกทำหลายจุดไปพร้อมกับการแก้ไขปัญหาอื่น ๆ บนใบหน้า โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศัลยแพทย์
  5. การผ่าตัดดึงหน้า เป็นศัลยกรรมที่ช่วยลดอายุให้ดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงได้มากกว่าวิธีอื่น
  6. สามารถแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อย หรือริ้วรอยที่มีมาก ได้ดีกว่า

ทำไมต้อง ที่เมโกะคลินิก ?

  • ผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการมากประสบการณ์
  • ปรับดีไซน์ใบหน้า ตามแต่ละปัญหาเฉพาะบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • ศัลยแพทย์ที่เมโกะให้ความสำคัญอย่างมากในขั้นตอนการผ่าตัดที่อยู่ใกล้บริเวณเส้นประสาท ในชั้น SMAS ไม่ให้ถูกกระทบเทือน ทำให้เส้นประสาทบอบช้ำน้อยที่สุด
  • วิสัญญีแพทย์ ดูแลคุณ 1:1 อย่างใกล้ชิด ในขณะผ่าตัดคุณจะไม่รู้สึกเจ็บ
  • ศัลยแพทย์จะทำและตัดหนังส่วนเกินในปริมาณที่พอดี ทำให้ใบหน้าหลังจากที่เข้าที่แล้ว ดูไม่หลอกตา สามารถแสดงสีหน้าและอารมณ์ได้ปกติ
  • ผ่าตัดยกกระชับไปถึงชั้น SMAS ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่าการทำแบบทั่วไป
  • เทคนิคซ่อนแผล ตามแนวไรผมและขอบใบหู ทำให้สังเกตเห็นได้ยาก
  • มีเทคโนโลยีผ่าตัดแบบสอดกล้อง Endoscope ที่ทำให้แผลเล็กลง ลดอาการบวมช้ำ

การดูแลตัวเองหลังศัลยกรรม

  • หลังผ่าตัดเสร็จให้ประคบเย็นอย่างน้อย 48 – 72 ชั่วโมง ระมัดระวังอย่าให้โดนแผลโดยตรง ควรประคบบริเวณรอบๆแผล เพื่อลดอาการบวมช้ำ หลังจากนั้นประคบต่อเนื่องไปอีก 3 วัน และค่อยเปลี่ยนเป็นประคบเย็นในช่วงตอนกลางคืนประมาณ 1-2 สัปดาห์หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผล ห้ามแผลโดนน้ำ หรือโดนกระแทกบริเวณใบหน้าและลำคอ เป็นเวลา 7 วัน
  • นอนศีรษะให้สูงเพื่อช่วยลดอาการบวมเป็นเวลาประมาณ 1 อาทิตย์
  • ควรทำความสะอาดแผลทุกวัน โดยใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำเกลือซับเบาๆบริเวณแผล
  • ใส่ที่ผ้ารัดหน้าหลังจากทำศัลยกรรมอย่างน้อย 3-5 วัน เพื่อช่วยพยุงแผลจากภายนอกอีกทาง หลังจากนั้นใช้ผ้ารัดเฉพาะบริเวณกลางคืนต่อเป็นเวลา 1 เดือน
  • งดรับประทานอาหารรสจัด ของหมักดอง อาหารทะเล อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ วิตามินและอาหารเสริม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นเวลาอย่างน้อย
  • งดกิจกรรม การออกกำลังกายทุกชนิด ที่จะทำให้กระทบกระเทือนแผล ประมาณ 2 อาทิตย์
  • ทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วิธีการดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมดึงหน้า

ผ่าตัดดึงหน้า ราคาเท่าไหร่?

การผ่าตัดดึงหน้า เป็นศัลยกรรมความงามที่หลาย ๆ คนต้องแลกมากับค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง เพราะสามารถแก้ไขปัญหาให้กับคนที่มีความบกพร่องของใบหน้า รูปหน้าไม่สมส่วน มีริ้วรอย โดยเฉพาะปัญหาความหย่อนคล้อยที่เกิดขึ้นตามวัย ทำให้ผิว โครงหน้า และคอกลับมากระชับได้รูปสวยสมส่วน แลดูอ่อนเยาว์ลง สำหรับค่าใช้จ่ายแต่ละคลินิกอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ โดยทั่วไปหากเป็นคลินิกหรือสถานเสริมความงามที่ได้มาตรฐาน อย่างเช่น เมโกะ คลินิก ราคาผ่าตัดดึงหน้าขึ้นอยู่กับเทคนิคและขั้นตอนการผ่าตัดของศัลยแพทย์ เช่น

  • ผ่าตัดดึงหน้า เทคนิค face lift ยกหน้าตึง ดึงหน้าเด็ก ราคาประมาณ 129,000 – 150,000 บาท ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่น
  • การตัดดึงหน้า เทคนิค Subbrow lift ยกคิ้ว แก้ตาตก สวยย้อนวัย ราคาประมาณ 35,900 – 40,000 บาท ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่น

FAQ. ดึงหน้า

การดึงหน้าสามารถทำร่วมกับหัตถการเพื่อความงามอื่น ๆ ได้หรือไม่

การดึงหน้าสามารถทำร่วมกับหัตถการเพื่อความงามอื่น ๆ ได้ ข้อดีคือสามารถฟื้นฟูผิวหน้าได้อย่างครอบคลุม โดยไม่ต้องทำหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นศัลยกรรมเปลือกตา (ตัดผิวเปลือกตาที่หย่อนคล้อยออก) การยกคิ้ว การดึงคอ หรือ การฉีดไขมันที่หน้าร่วมกับการดึงหน้า ทั้งนี้ศัลยแพทย์จะเป็นผู้แนะนำการทำหัตการที่เหมาะสมกับผู้รับบริการแต่ละบุคคล 

การดึงหน้าจะช่วยกำจัดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยบนใบหน้าได้ทั้งหมด หรือไม่

การผ่าตัดดึงหน้า คือหัตถการความงามที่ช่วยยกกระชับ ลดเลือนริ้วรอยและความหย่อนบนใบหน้าให้ดีขึ้น อาจไม่สามารถกำจัดริ้วรอยความหย่อนคล้อยบนใบหน้าที่เกิดขึ้นตามวัยได้ทั้งหมด แต่สามารถเลือกดึงได้ตามสภาพผิวหน้า ดึงหน้าเฉพาะจุดหรือบางส่วน เช่น ดึงบริเวณขมับและแก้มที่ห้อยให้ยกขึ้น กรณีผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก ต้องศัลยกรรมดึงหน้าทั้งหมด คือ ดึงหน้า ดึงหน้าผาก ดึงคอ ซึ่งจะดึงจุดไหนหรือมากน้อยเพียงใดขึ้นกับสภาพผิวหน้าของแต่ละคน และดุลยพินิจของแพทย์

อายุเท่าไหร่ จึงจะเหมาะกับการดึงหน้า

การดึงหน้า ไม่มีข้อจำกัดตายตัวสำหรับอายุที่เหมาะสม การทำขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นความยืดหยุ่นของผิว โครงสร้างใบหน้าและเป้าหมายของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปคนที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยและต้องการดึงหน้า มักมีอายุตั้งแต่ 40-70 ปี และเพื่อผลลัพธ์ที่ดีเมื่อต้องการผ่าตัดดึงหน้า ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานได้รับอนุญาตถูกต้อง มีศัลยแพทย์วิชาชีพเป็นผู้ให้บริการ

ปรึกษาแพทย์หรือที่ปรึกษาความงาม

กรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียน