การเสริมคางมีกี่แบบ มีวิธีการทำคางและข้อดี-ข้อด้อย แตกต่างกันอย่างไร

การศัลยกรรมเสริมคาง ในปัจจุบันมีหลายวิธีและที่ได้รับความนิยมได้แก่ การเสริมคางด้วยการผ่าตัดใส่ซิลิโคน การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง และการเสริมคางที่ไม่ต้องผ่าตัด ได้แก่ การฉีดฟิลเลอร์ และการฉีดไขมันตัวเอง การเสริมคางด้วยกระดูกหรือไขมันตัวเอง และการเสริมคางด้วยซิลิโคนมีวิธีการ ขั้นตอน รวมทั้งข้อดีข้อด้อยที่แตกต่างกัน ดังนี้

การเสริมคางด้วยการฉีดไขมันตัวเอง

การเสริมคางด้วยการฉีดไขมันตัวเอง เป็นการปรับรูปหน้าหรือเสริมคางโดยไม่ต้องผ่าตัด และแพทย์ที่มีความชำนาญในด้านการฉีดไขมันปรับรูปหน้า จะสามารถคำนวณปริมาณไขมันที่จะฉีดให้ออกมาอย่างเหมาะสม นอกจากนั้นการฉีดไขมันคาง ยังเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมโดยเฉพาะคนที่ต้องการแก้ไขโหงวเฮ้งใบหน้า ทั้งการเสริมคางและทุกจุดบนใบหน้า เนื่องจากการปรับรูปหน้าด้วยการฉีดไขมันสามารถเพิ่มปริมาตรของใบหน้า เช่น หน้าผาก แก้ม เพื่อให้ใบหน้าดูอวบอิ่มขึ้น โดยบริเวณที่แพทย์นำไขมันมาใช้ ได้แก่ ไขมันบริเวณหน้าท้องและต้นขา

ข้อดี-ข้อเสีย วิธีเสริมคางด้วยการฉีดไขมันตัวเอง

  1. ข้อดีของการเสริมคางด้วยวิธีนี้ เป็นการใช้ไขมันของตัวเอง ซึ่งเซลล์ไขมันเป็นโมเลกุลขนาดเล็กผลลัพธ์ที่ได้จากการฉีดไขมันจะเนียนเรียบ ดูเป็นธรรมชาติ
  2. การเสริมคางด้วยไขมันของตัวเราเอง ข้อดีคือไม่ทำให้เกิดการแพ้เหมือนการฉีดสารเติมเต็มอื่น
  3. ข้อดีหลังการฉีดไขมันเข้าไปแล้ว ไขมันส่วนที่เหลือจะอยู่ในร่างกายได้ถาวร
  4. สามารถกลับมาเติมไขมันซ้ำได้อีก โดยไม่เป็นอันตรายใดๆ
  5. ข้อจำกัดของการเสริมคางด้วยการฉีดไขมันตัวเอง เป็นวิธีที่ไม่เหมาะกับคนที่มีรูปร่างผอมมากๆเพราะไม่สามารถดูดไขมันจากคนที่ผอมมากๆได้
  6. ไม่สามารถฉีดไขมันครั้งเดียวให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีได้ อาจต้องมีการฉีดไขมันซ้ำ 2-3 ครั้ง เพื่อความสมบูรณ์ของใบหน้า

การเสริมคางด้วยฉีดฟิลเลอร์

การเสริมคางด้วยการฉีดฟิลเลอร์เป็นการศัลยกรรมคางอีกหนึ่งวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่เป็นการฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิค แอซิด เข้าไปบริเวณคางเพื่อเสริมคางและปรับรูปหน้าให้เรียวสวยสมส่วน โดยไม่เป็นอันตรายและไม่มีสารตกค้าง เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการเสริมคางด้วยการผ่าตัด  กลัวเจ็บ ไม่อยากมีแผล และไม่มีเวลาพักฟื้น รวมทั้งคนที่มีปัญหาคางไม่เท่ากัน คางบุ๋ม ปัญหาคางสั้น คางตัด หน้ากลม และมีความเชื่อเรื่องโหงวเฮ้ง ต้องการเสริมคางเพื่อปรับโหงวเฮ้ง

ข้อดี-ข้อด้อยของเสริมคางด้วยการฉีดฟิลเลอร์

  1. เสริมคางด้วยการฉีดฟิลเลอร์ ข้อดี คือ สะดวก รวดเร็วไม่มีอาการบวมช้ำเหมือนการผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้น
  2. ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ สามารถปรับแก้รูปทรงคางได้ เช่น รูปทรงฟิลเลอร์คางที่ได้ หากสั้นเกินไปสามารถเติมเพิ่มได้ หากยาวเกินไป สามารถสลายบางส่วนออกได้ทันที
  3. ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน และ ฉีดฟิลเลอร์คางด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง จะได้รูปคางที่สวยเป็นธรรมชาติมากๆ
  4. การเสริมคางด้วยการฉีดฟิลเลอร์ หลังฉีดจะเห็นผลลัพธ์ได้ทันที เหมาะกับคนที่ต้องการหน้าเรียวอย่างเร่งด่วน
  5. การฉีดฟิลเลอร์คาง ไม่ทำให้มีรอยแผลเหมือนการผ่าตัดเสริมคาง มีเพียงรอยเข็มบริเวณใต้คางที่ใช้เวลา 3-7 วัน รอยเข็มก็จะหายเป็นปกติ
  6. ข้อจำกัดของการฉีดฟิลเลอร์คาง ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ถาวรและอยู่ได้เพียง 1-2 ปีต่อการฉีด 1 ครั้ง
  7. ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์คาง หากฉีดในเนื้อคางชั้นตื้นเกินไป เมื่อเวลาผ่านไปจะทำให้เนื้อคางผิดรูปได้ กรณีนี้มักเกิดจากการเลือกคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่ได้ฉีดฟิลเลอร์คางโดยศัลยแพทย์หรือแพทย์วิชาชีพ

การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง

การศัลยกรรมเสริมคางด้วยกระดูกตัวเองเป็นการตัดเลื่อนและต่อคางโดยใช้กระดูกคางของผู้ที่ต้องการศัลยกรรม หรือเป็นการผ่าตัดที่ต้องการตัดกระดูกคางบางส่วนออกไป แล้วเลื่อนกระดูกให้ขยับมาชิดกัน เพื่อลดความกว้างของคาง และทำให้ช่วงคางเรียวสวยได้รูป การศัลยกรรมเสริมคางด้วยวิธีนี้ยังสามารถแก้ไขปัญหาคางถอยเกินไป หรือคางยื่นเกินไปให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งส่วนใหญ่มักทำร่วมกับการตัดกรามเพื่อให้กรอบหน้าทั้งสองส่วนสมดุลกัน บางกรณีที่ผู้มีปัญหาคางสั้นและเป็นการศัลยกรรมคางโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากคลินิกชั้นนำ ศัลยแพทย์จะใช้กระดูกที่ถูกตัดจากส่วนกรามมาต่อบริเวณปลายคางเพื่อเพิ่มความยาวของคาง แต่ต้องใช้ทักษะศัลยแพทย์ชั้นสูงในการผ่าตัด

ข้อดี-ข้อด้อย การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง

  1. ข้อดีของการเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง เป็นการเลื่อนตัดกระดูกคาง โดยใช้กระดูกคางของผู้ที่ต้องการศัลยกรรมเอง ที่นอกจากทำให้รูปคางเรียวเป็นธรรมชาติ ยังช่วยปรับสัดส่วนโครงหน้าทั้งสองส่วนสมดุลกัน
  2. การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง รูปทรงคางจะสวยได้รูปรับกับส่วนของกราม และสามารถลดความกว้างของคาง และเหลาให้คางเรียวลงได้
  3. ผลลัพธ์ในการเสริมคาง จะคงอยู่ถาวรเนื่องจากเป็นกระดูกตัวเอง
  4. สามารถแก้ไขปัญหาคางหุบ คางถอย คางยื่นได้อย่างครบถ้วนทุกมิติ
  5. ข้อด้อยของการเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการเสริมคางซิลิโคน เพราะเป็นการผ่าตัดใหญ่ภายใต้การดูแลวางยาสลบของวิสัญญีแพทย์
  6. หลังการผ่าตัดคน ผู้ศัลยกรรมจะมีอาการชาบริเวณปลายคาง บางรายอาจชาถาวร
  7. ต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นนาน และฟื้นตัวได้ช้ากว่าการเสริมคางด้วยซิลิโคน

การเสริมคางด้วยซิลิโคน

การเสริมคางด้วยซิลิโคนเป็นการผ่าตัดเพื่อเปิดแผลภายในช่องปาก หรือภายนอกบริเวณใต้คางซึ่งทั้ง 2 แบบเป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขคางให้มีมิติและมีความสมดุล โดยการเสริมซิลิโคนเข้าไปปรับแต่งรูปทรงของคาง วิธีนี้เป็นการผ่าตัดเล็กที่ให้ผลลัพธ์ถาวร และสามารถทำตามรูปทรงที่ต้องการได้ เพราะศัลยแพทย์จากคลินิกที่ให้บริการจะออกแบบให้ตามความเหมาะสม ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนมีความเป็นธรรมชาติมาก โดยส่วนใหญ่ผู้หญิงมักต้องการมีรูปหน้าที่ดูยาวขึ้นและเรียวเล็กลง แบบ V Shape สำหรับผู้ชายการเสริมคางด้วยซิลิโคน ก็เพื่อให้ใบหน้าดูมีความคมชัดได้สัดส่วน ช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพและทำให้มีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น

ข้อดี-ข้อด้อย การเสริมคางด้วยซิลิโคน

  1. ข้อดีของการเสริมคางด้วยซิลิโคนจะคงรูป หรือให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้ถาวร
  2. ซิลิโคนที่นำมาเสริมมีข้อดี คือสามารถเหลาหรือปรับขนาดให้เหมาะกับรูปคางได้ เพราะแต่ละบุคคลจะมีรูปคางต่างกัน
  3. กรณีการเสริมคางด้วยซิลิโคนแล้ว มีการอักเสบ คางผิดรูป หรือไม่ชอบทรงก็สามารถเปลี่ยนได้
  4. ซิลิโคน เป็นวัสดุสำหรับเสริมคางที่สามารถต่อคางให้ยาวมากขึ้นได้อย่างชัดเจน
  5. ข้อด้อยของการเสริมคางด้วยซิลิโคน มีขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนและต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์เป็นอย่างมาก เพราะต้องประเมินรูปหน้า เลือกใช้และเหลาซิลิโคนให้รับกับใบหน้าของผู้ศัลยกรรมแต่ละคน
  6. การเสริมคางด้วยซิลิโคนทั้งแบบเปิดแผลทางภายในช่องปาก และภายนอกบริเวณใต้คาง ในระยะยาวอาจเกิดปัญหาของเนื้อเยื่อภายใน หรือปัญหาซิลิโคนห้อยทำให้คางเบี้ยว หรือเนื้อคางดูกว้างหนา ทำให้ต้องศัลยกรรมปรับแก้ไข
  7. การเสริมคางด้วยซิลิโคน เมื่ออายุมากขึ้น ใบหน้ามีการสึกกร่อนของกระดูกและคอลลาเจนหายไปอาจทำให้ซิลิโคนดูห้อย ไม่กลมกลืนกับรูปหน้า

ขั้นตอนเสริมคางด้วยซิลิโคน

ขั้นตอนเสริมคางด้วยซิลิโคน

การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน เป็นการทำศัลยกรรมเพื่อแก้คาง และปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กลง ช่วยเพิ่มความมั่นใจในบุคลิกภาพของตนเอง สามารถทำได้ 2 เทคนิควิธี ได้แก่ การเปิดแผลภายนอก และเปิดแผลภายในช่องปาก ซึ่งทั้ง 2 วิธีมีขั้นตอน ดังนี้

  1. แพทย์จะให้ยานอนหลับเพื่อลดความกังวล จากนั้นจึงค่อยฉีดยาชา
  2. การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน กรณีเลือกใช้เทคนิคการเปิดแผลภายนอก
    • ศัลยแพทย์ จะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง โดยมีความยาวประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร
    • จากนั้นจะทำการวางตำแหน่งซิลิโคน เฉียงลง 45 องศา และปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้า
    • หลังจากปรับแต่งและตรวจเช็คทรงคางเรียบร้อยแล้ว ศัลยแพทย์จะเย็บล็อคหนึ่งชั้นบริเวณเนื้อเยื่อหุ้มกระดูกก่อนทำการเย็บปิดแผลด้านนอก
    • ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของแต่ละคน
    • หลังผ่าตัดเสร็จ แปะเฝือก ดามไว้ 5 วัน
  3. การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน กรณีเลือกใช้เทคนิคการเปิดแผลภายในช่องปาก
    • ศัลยแพทย์จะเปิดแผลภายในช่องปากระหว่างริมฝีปากกับเหงือกด้านล่างให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตรหรือแล้วแต่ขนาดของซิลิโคนที่เสริมเข้าไป
    • ขั้นตอนการเสริมคาง ศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก โดยเลาะติดกระดูกคางตามแนวขอบเขตที่กำหนดไว้ แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนลงในตำแหน่งที่ต้องการ โดยซิลิโคนจะวางอยู่บนกระดูกคางเดิม
    • หลังจากนั้นจะเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย
    • ซึ่งไหมละลายจะสามารถสลายไปเองได้ภายใน 10 วัน
  4. การผ่าตัดเสริมคางทั้ง 2 เทคนิค หลังทำสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ โดยไม่ต้องนอนค้างที่โรงพยาบาล  และใช้ชีวิตได้ตามปกติ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • Google Analytic

    คุกกี้เก็บข้อมูลการใช้ของเว็บไซต์ด้วย Google Analytic

บันทึกการตั้งค่า