ศัลยกรรมความงามหรือที่เรียกกันว่า “สวยด้วยมือแพทย์” นอกจากเป็นเทรนด์นิยมแล้ว ยังเป็นเรื่องใกล้ตัวของคนในยุคปัจจุบัน และไม่เฉพาะผู้หญิงเท่านั้นผู้ชายส่วนใหญ่ก็ทำศัลยกรรมเพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพ เพิ่มความสวยงาม รวมทั้งแก้ไขจุดบกพร่อง ปรับแต่งข้อด้อยให้เด่นขึ้น เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง การเกิดริ้วรอยบนใบหน้าเป็นปัญหาความงาม ที่การฉีดโบท็อกช่วยแก้ไขทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้

ศึกษาหัวข้อต่างๆภายในเนื้อหานี้ได้ค่ะ

ฉีด B-tox คืออะไร

B-tox คือ ชื่อทางการค้าของสารจากธรรมชาติทางการแพทย์ เรียกว่า “Botulinum Toxin A” เป็นสารสกัดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า คลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum) โบท็อกถูกนำมาใช้ในวงการเสริมความงาม เมื่อฉีดไปแล้วจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท มีผลทำให้มัดกล้ามเนื้อทำงานได้ลดลงชั่วคราวและช่วยลดริ้วรอยได้

การฉีด B-tox จึงเป็นศัลยกรรมความงามวิธีหนึ่ง ที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่นและปรับรูปหน้าให้สวยงาม โดยใช้เวลาไม่นานแต่สามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน แต่ทั้งนี้การใช้ B-tox ในปริมาณที่เหมาะสม จึงจะมีความปลอดภัยและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ 

ประโยชน์ของการฉีด B-tox

B-tox เป็นโปรตีนหรือสารสกัดจากธรรมชาติ การนำมาใช้ประโยชน์เริ่มจากทางการแพทย์นำมารักษาอาการกล้ามเนื้อคอกระตุก กล้ามเนื้อตากระตุก รวมถึงอาการปวดไมเกรนและตาเหล่ ต่อมาในปี 2002 FDA ของอเมริกา ได้รับรองการใช้นำ B-tox ไปใช้เกี่ยวกับความงาม เช่น การลดริ้วรอยหน้าผากและรอยตีนกา จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการนำ B-tox มาใช้ในเรื่องของผิวพรรณและความสวยงาม 

การฉีด B-tox เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าและต้องการลดริ้วรอยต่างๆ เช่น ลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ลบรอยตีนกา ริ้วรอยรอบดวงตาและปาก
  • ผู้ที่รูปหน้าใหญ่ กรามใหญ่ ต้องการลดขนาดของกรามและปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการบำรุงดูแลผิวพรรณและป้องกันการเกิดริ้วรอยบริเวณใบหน้าในอนาคต
  • ผู้ที่มีปัญหาเหงื่อออกมาก โดยเฉพาะเหงื่อออกเฉพาะที่และทำให้มีกลิ่นตัว เช่น บริเวณรักแร้

ฉีด B-tox มีประโยชน์อย่างไร

สำหรับประโยชน์ทางด้านความสวยความงาม B-tox คือตัวยาที่สามารถใช้ฉีดได้หลายตำแหน่ง การฉีด B-tox ในแต่ละจุดหรือแต่ละตำแหน่งมีประโยชน์ ดังนี้

1. การฉีด B-tox ช่วยลดริ้วรอย

การเกิดริ้วรอยบนใบหน้า เป็นปัญหาที่ทำให้ใบหน้าแลดูแก่กว่าวัย โดยทั่วไปการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ ริ้วรอยที่เกิดจากการขยับของกล้ามเนื้อบนใบหน้า เช่น รอยตีนกา ริ้วหน้าผากและริ้วรอยที่เกิดจากการไม่แสดงสีหน้าก็เห็น เช่น พวกร่องต่างๆร่องใต้ตา ร่องระหว่างคิ้ว ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก การฉีด B-tox ที่ช่วยลดริ้วรอยได้อย่างเห็นผล ได้แก่ ริ้วรอยที่เกิดจากขยับของกล้ามเนื้อบนใบหน้า เช่น รอยตีนกาและริ้วหน้าผาก หลังฉีดB-toxจะเริ่มเห็นผลภายใน 3-7 วัน กลไกการออกฤทธิ์ของโบท็อกจะทำให้กล้ามเนื้อขยับได้น้อยลง ริ้วรอยบนใบหน้าจึงค่อยๆลดลงทำให้มีใบหน้าที่ดูอ่อนวัยขึ้น

2. การฉีด B-tox ช่วยปรับรูปหน้า

การฉีด B-tox ช่วยปรับรูปหน้าให้สมส่วนได้ เพราะ B-tox จะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท มีผลให้กล้ามเนื้อทำงานได้ลดลงและมีขนาดเล็กลง ส่งผลให้ใบหน้าเรียวขึ้น โดยจะเริ่มเห็นผลภายใน 1-2 เดือน การฉีด B-tox เพื่อปรับรูปหน้าแพทย์จะฉีดตรงแนวขากรรไกร หรือบริเวณกราม 

3. การฉีด B-tox ช่วยฟื้นฟูผิว

B-tox คือโปรตีนหรือสารสกัดจากธรรมชาติที่เป็นโปรตีนบริสุทธิ์ กลไกการทำงานคือทันทีที่ฉีด B-tox เข้าสู่บริเวณที่ต้องการ เช่น ต้องการฟื้นฟูผิว แพทย์จะฉีด B-tox ไปที่กล้ามเนื้อและต่อมไขมัน เมื่อฉีด B-tox เข้าไปรูขุมขนจะหดเล็กลง ต่อมไขมันลดขนาดส่งผลให้ผิวเรียบเนียนขึ้น

ตำแหน่งที่สามารถฉีด B-tox ได้

การฉีด B-tox ผลลัพธ์หลักๆ ได้แก่ ช่วยลดการเกิดริ้วรอยบนใบหน้า ช่วยปรับรูปหน้าและช่วยฟื้นฟูสภาพผิว B-tox จึงสามารถฉีดได้หลายจุดทั่วใบหน้าหรือบริเวณผิวที่เกิดการพับมีริ้วรอยเล็กๆ โดยส่วนใหญ่จะเป็นริ้วรอยตื้นๆ ซึ่งจุดที่มักพบปัญหาริ้วรอยได้แก่ ระหว่างคิ้ว ใต้ตา หางตา ตีนกา ร่องแก้ม หน้าผาก บริเวณคอ ตำแหน่งที่สามารถฉีด B-tox เพื่อแก้ไขปัญหาความงามมีดังนี้

1. ฉีด B-tox ระหว่างคิ้ว

ตำแหน่งระหว่างคิ้วเป็นบริเวณที่เกิดริ้วรอยได้ง่ายจากการแสดงสีหน้า เช่น รอยย่นระหว่างคิ้วทำให้ใบหน้าดูมีอายุไม่สดใส หลังการฉีด B-tox กลไกการทำงานจะออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ และยับยั้งการทำงานของสารสื่อประสาทบริเวณรอยต่อของเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อที่อยู่ระหว่างคิ้วจึงช่วยให้ริ้วรอยลดเลือนลงได้

2. ฉีด B-tox หน้าผาก

การฉีด B-tox หน้าผากเป็นจุดที่สามารถแก้ปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่น ที่เกิดจากการแสดงอารมณ์หน้าได้อย่างเห็นผล เพราะเมื่อฉีดเข้าไปบริเวณหน้าผากที่มีริ้วรอย B-tox จะออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นคลายตัว ริ้วรอยจะหายไป ปกติริ้วรอยบริเวณหน้าผากเป็นจุดที่เห็นได้ชัด หลังจากฉีด B-tox แล้วหากขยับหน้าหรือแสดงสีหน้าต่างๆก็ไม่เกิดการพับของผิวลดการเกิดริ้วรอยได้ดีและหลังฉีดใช้เวลา 7-14 วัน จะเริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงเต็มที่

3.ฉีด B-tox ปีกจมูก

การมีปีกจมูกใหญ่ ปีกจมูกบาน นอกจากแก้ไขด้วยการผ่าตัดตกแต่งปีกจมูก เพื่อให้ได้รูปจมูกที่สวยแล้ว คนที่ไม่ต้องการผ่าตัด การฉีด B-tox ปีกจมูกถือเป็นอีกทางเลือกที่สามารถแก้ไขปีกจมูกบานให้ดูสมส่วนมากขึ้นโดยไม่ต้องเจ็บตัวหรือเกิดรอยแผล การฉีด B-tox ปีกจมูกจะไปคลายกล้ามเนื้อส่งผลให้กล้ามเนื้อไม่สามารถหดตัว และดึงปีกจมูกให้ใหญ่หรือบานขึ้นได้

4.ฉีด B-tox ลดโหนกแก้ม

โหนกแก้มใหญ่ โหนกแก้มสูง เป็นอีกหนึ่งปัญหาบนใบหน้าที่เห็นได้ชัด การฉีด B-tox ตัวยาจะเข้าไปช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณโหนกแก้มและปากบนให้มีขนาดเล็กลง สามารถช่วยลดโหนกแก้มให้เด่นน้อยลงได้ หลังฉีด B-tox นอกจากช่วยแก้ปัญหาหรือลดขนาดโหนกแก้มลงแล้ว ยังทำให้รูปหน้าเรียวขึ้นดูมีมิติมากขึ้น

5.ฉีด B-tox หางตา

เมื่ออายุมากขึ้นปัญหาที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็คือริ้วรอยรอบดวงตาและรอยตีนกา รวมทั้งการมีถุงใต้ตาหรือขอบตามีรอยคล้ำชัดเจน และการเกิดริ้วรอยเหล่านี้ยิ่งทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย การฉีด B-tox หางตาจะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ริ้วรอยเหี่ยวย่นถูกคลี่ออก ส่งผลให้ริ้วรอยบริเวณใบหน้าและรอบดวงตาลดลงได้ ข้อดีของการฉีด B-tox หางตายังเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว เพราะหลังจากฉีดประมาณ 3-7 วัน จะเริ่มรู้สึกว่าริ้วรอยเหี่ยวย่นลดลงและได้ผลเต็มที่ในเวลา 2 สัปดาห์

6.ฉีด B-tox ลิฟกรอบหน้าเรียว

การฉีด B-tox ลิฟกรอบหน้า คือ การใช้เทคนิคพิเศษด้วยการฉีดสารโบทูลินั่มท็อกซินเฉพาะบริเวณกรอบหน้า โดยการฉีด B-tox ลิฟกรอบหน้าจะฉีดเพื่อคลายกล้ามเนื้อบริเวณส่วนคอ บริเวณกรอบหน้าและใต้คาง เพื่อให้ผิวหน้าเกิดการยกกระชับ ช่วยเพิ่มมิติให้แก่ใบหน้าและหลังฉีดประมาณ 2 สัปดาห์สามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจน

7.ฉีด B-tox บริเวณอื่นๆ ที่ไม่ใช่ใบหน้า

สำหรับการฉีด B-tox ช่วยลดการเกิดริ้วรอยบนใบหน้า ช่วยปรับรูปหน้าและช่วยฟื้นฟูสภาพผิว โดยตำแหน่งที่สามารถฉีด B-tox เพื่อลดปัญหาเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นการฉีดบริเวณจุดต่างๆบนใบหน้า ซึ่งคุณสมบัติของ B-tox นอกจากการฉีดบริเวณจุดต่างๆบนใบหน้าแล้ว ยังฉีดบริเวณอื่นๆที่ไม่ใช่ใบหน้าได้ด้วย เช่น

  • ฉีด B-tox บริเวณรักแร้เพื่อลดเหงื่อและกลิ่นตัว เป็นการแก้ปัญหาให้กับคนที่มีภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ โดยเฉพาะคนที่เหงื่อออกมาเฉพาะที่ เช่น บริเวณรักแร้
  • ฉีด B-tox บริเวณน่องเป็นการใช้สาร B-tox ฉีดเข้าไปยังกล้ามเนื้อบริเวณน่อง โดย B-tox จะออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อน่องที่ใหญ่ให้มีขนาดเล็กลง
  • ฉีด B-tox แขนเป็นการฉีดเพื่อลดกล้ามเนื้อแขน ช่วยแก้ปัญหาต้นแขนใหญ่ กล้ามแขนใหญ่ 

ประเภทของ B-tox ที่ได้รับความนิยม

B-tox และการฉีด B-tox เป็นศัลยกรรมความงามวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยม ช่วยลดริ้วรอย ปรับรูปหน้าให้ได้สวยงามได้สัดส่วนและยังช่วยฟื้นฟูสภาพผิว ที่สามารถเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน B-tox ที่นิยมนำมาใช้ในการเสริมความงามมีหลายประเภทและหลายยี่ห้อจากหลากหลายประเทศที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากอย.ไทย มีดังนี้

1. B-tox จากประเทศอเมริกา

B-tox ยี่ห้อ Allergan ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นยี่ห้อที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลกและยังมีงานวิจัยรองรับจำนวนมาก ข้อดีของ B-tox ยี่ห้อนี้ คือกระจายตัวแคบทำให้ควบคุมการฉีดได้แม่นยำ ตรงจุด ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ มีฤทธิ์อยู่ได้นานถึง 8 – 12 เดือน แต่ทั้งนี้ราคาอาจจะสูงกว่าโบท็อกกว่ายี่ห้ออื่นๆ 

2. B-tox จากประเทศอังกฤษ

B-tox ยี่ห้อ Dysport ผลิตในประเทศอังกฤษ จุดเด่นของB-tox ยี่ห้อนี้ตัวยามีโมเลกุลเล็กทำให้กระจายตัวได้ดี เหมาะกับการฉีดเพื่อยกกระชับหน้าและใช้ฉีดในบริเวณกว้าง เช่น ฉีดลดเหงื่อ ลดต้นแขน ลดน่อง

3. B-toxจ ากประเทศเยอรมัน

B-tox ยี่ห้อ Xeomin เป็นยี่ห้อที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง Allergan และ Dysport จุดเด่นของ B-tox ยี่ห้อนี้คือมีความบริสุทธิ์ 100% ฉีดแล้วดูเป็นธรรมชาติ เหมาะกับการฉีดลดริ้วรอย รวมถึงยกกระชับกรอบหน้าและยังเหมาะสำหรับใช้ในเคสที่มีอาการดื้อยาที่หยุดการฉีดไปแล้ว 2-3 ปี

4. B-tox จากประเทศฮ่องกง

B-tox ยี่ห้อ BTXA ได้รับการยอมรับจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในหลายๆประเทศทั่วโลก ตัวยามีความบริสุทธิ์ถึง 99.5% จุดเด่นของ B-tox ยี่ห้อนี้สามารถนำมาใช้เพื่อลดริ้วรอย ลดขนาดของกล้ามเนื้อ ทั้งใช้ฉีดลดกล้ามเนื้อกราม เพื่อให้กรอบหน้าดูเรียวสวย ฉีดลดน่อง ลดกล้ามแขนและสามารถฉีดเพื่อลดเหงื่อได้ทั้งบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้าและรักแร้ เห็นผลลัพธ์ไวและเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือน

5.B-tox จากประเทศเกาหลี

  • B-tox เกาหลียี่ห้อ Nabota มีเทคนิคการผลิตที่เฉพาะตัว เป็นโบท็อกยี่ห้อเดียวที่ได้รับรองมาตรฐานจาก อย. อเมริกา และได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย ให้ผลลัพธ์เร็วตัวยาออกฤทธิ์ไวสามารถอยู่ได้ได้นานประมาณ 4-6 เดือน
  • B-tox เกาหลียี่ห้อ Hugel เหมาะกับการฉีดเพื่อลดริ้วรอยต่างๆบนใบหน้า เป็น B-tox ที่มีความบริสุทธิ์ถึง 99.5% การนำมาใช้มีข้อดีคือเห็นผลได้รวดเร็ว แต่อยู่ได้ไม่นาน เมื่อเทียบกับ B-tox เกาหลีตัวอื่นๆ โดยจะอยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือน
  • B-tox เกาหลียี่ห้อ Aestox ตัวยามีความบริสุทธิ์ถึง 99.5% ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ จุดเด่นของ B-tox ยี่ห้อนี้ เมื่อฉีดอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ผลลัพธ์การฉีดครั้งต่อไปอยู่ได้ยาวนานมากขึ้น และปริมาณการฉีดก็ลดน้อยลง 
  • B-tox เกาหลียี่ห้อ Clodew ตัวยามีความบริสุทธิ์ 99.5% ได้รับการรับรองจาก อย. อเมริกาและมีเทคโนโลยีการผลิตเฉพาะ การนำมาใช้ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน

อันตรายที่เกิดจากการฉีด B-tox

B-tox ที่นำมาใช้ในทางการแพทย์และการเสริมความงามนั้นไม่เป็นอันตราย เนื่องจากมีผลงานการวิจัยรับรองและได้รับการรับรองจากอย. ทำให้การฉีด B-tox ไม่เกิดอันตราย หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสมและอยู่ในความดูแลของแพทย์ แต่ถ้าหากใช้มากเกินไปอาจจะทำให้ใบหน้ามีปัญหาในการแสดงสีหน้า ดูไม่เป็นธรรมชาติ

ผลข้างเคียงจากการฉีด B-tox

  • หลังฉีด B-tox อาจรู้สึกตึงๆเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ปกติและจะหายไปได้เอง 
  • บริเวณที่ฉีดเกิดรอยจ้ำแดงๆ รอยเขียว บวมช้ำ เกิดจากรอยช้ำเข็มสามารถพบได้ทั่วไป
  • เกิดอาการบวมแดง รู้สึกเจ็บในตำแหน่งที่ฉีด เกิดจากการติดเชื้อ สาเหตุมาจากโบท็อกที่ไม่ได้มาตรฐานมีการเก็บรักษาที่ไม่ดีจนมีการปนเปื้อน
  • หนังตาตก มุมปากตกชั่วคราว ยิ้มเบี้ยว เกิดจากการฉีด B-tox ผิดตำแหน่ง หรือตัวยากระจายไปยังกล้ามเนื้อที่ไม่ต้องการ กรณีนี้มักเกิดจากการเลือกคลินิกและหมอกระเป๋าที่ไม่มีคุณภาพ ขาดความชำนาญหรือไม่ได้เป็นแพทย์วิชาชีพ
  • มีอาการแพ้ตัวยา ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย มีไข้ต่ำๆปวดหัวเล็กน้อย คลื่นไส้ อาเจียน หรือเกิดผื่นคันบริเวณที่ทำการฉีด
  • รู้สึกหน้าแข็งไปทั้งหน้า มีอาการตึงและขยับบังคับกล้ามเนื้อบนใบหน้าไม่ได้ดังใจ
  • ลักษณะรูปหน้าไม่สมดุล เช่น ใบหน้าซ้ายขวาไม่เท่ากัน
  • เคี้ยวอาหารได้ลำบากมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารที่มีความยืดหยุ่น แข็ง หรือมีความเหนียวสูง

การฉีด B-tox ไม่เหมาะกับใคร

B-tox เป็นโปรตีนหรือสารสกัดจากธรรมชาติ ที่มีการนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และใช้ด้านศัลยกรรมความงาม เช่น การฉีด B-tox เพื่อช่วยลดการเกิดริ้วรอยบนใบหน้า ช่วยปรับรูปหน้าและช่วยฟื้นฟูสภาพผิว การใช้ในปริมาณที่เหมาะสม เป็นโบท็อกที่ได้มาตรฐานได้รับการรับรองจาก อย. และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์จึงปลอดภัย แต่การฉีด B-tox ก็มีข้อจำกัดและไม่เหมาะกับกลุ่มบุคคล ต่อไปนี้

  1. คนที่มีปัญหาเรื่องโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพองและการฉีดยังอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
  2. คนที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เพราะการฉีด B-tox อาจทำให้อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงมีความรุนแรงมากขึ้น
  3. คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อในการกลืน
  4. คนที่มีประวัติเคยแพ้ส่วนผสมของโบท็อก 
  5. คนที่มีผิวหนังอักเสบ หรือติดเชื้อในบริเวณที่จะฉีด กรณีนี้อาจฉีดได้และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ก่อนฉีดควรรักษาโรคดังกล่าวให้หายดีก่อน
  6. ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ไม่ควรฉีด B-tox เพื่อป้องกันผลข้างเคียงไปสู่บุตร
  7. ผู้ที่เป็นโรคเลือด เลือดออกแล้วหยุดยาก

ฉีด B-tox อยู่ได้กี่เดือน

ปัจจุบัน B-tox ที่นิยมใช้เกี่ยวกับความสวยความงาม มีหลายยี่ห้อและมาจากหลายประเทศ คุณสมบัติของ B-tox แต่ละยี่ห้อรวมถึงคุณภาพก็จะแตกต่างกันไป และการฉีด B-tox ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ได้อยู่ในร่างกายของคนเราอย่างถาวร แต่จะมีระยะเวลาแตกต่างกันไปตามคุณสมบัติของ B-tox แต่ละชนิด

B-tox หลังฉีดจะอยู่ได้นานกี่เดือน  

การฉีด B-tox โดยอายุการออกฤทธิ์ของ B-tox หลังฉีดจะอยู่ได้นานกี่เดือนขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก 2 ประการ ดังนี้

1.ยี่ห้อของ B-tox 

ปัจจัยแรกได้แก่ยี่ห้อของ B-tox แม้ B-tox แต่ละยี่ห้องที่ใช้ฉีดเพื่อความงาม จะมีมาตรฐานมีการรับรองจาก อย. หากเลือกชนิดที่มีความบริสุทธิ์สูงจะอยู่ในร่างกายได้นานกว่า โดยปกติแล้ว B-tox จะอยู่ได้นาน 4-8 เดือน หรือมากกว่านั้น

2. ตำแหน่งที่ฉีด 

ตำแหน่งที่ฉีดคือปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่ออายุการฉีด เพราะการฉีด B-tox จะอยู่ได้นานกี่เดือน นอกจากขึ้นอยู่กับยี่ห้อของ B-tox แล้ว ตำแหน่งหรือจุดที่ฉีดก็เป็นปัจจัยสำคัญ เช่น แขน ไหล น่อง จะมีปริมาณเส้นใยกล้ามเนื้อมาก ดังนั้นกล้ามเนื้อจึงกลับมาใช้งานได้เร็ว ระยะเวลาที่ B-tox ออกฤทธิ์จึงสั้นกว่ากล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น การฉีดบริเวณกราม หน้าผาก หางตา ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับปริมาณ B-tox ที่ใช้ ซึ่งต้องอยู่ในการประเมินโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์

เตรียมตัวอย่างไร ก่อนฉีด B-tox

  1. งดรับประทานยากลุ่มยาแก้ปวด ยาแอสไพริน ยากลุ่มต้านการอักเสบ เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนฉีด B-tox เพื่อป้องกันอาการฟกช้ำหลังฉีด
  2. งดวิตามิน อาหารเสริม และยาที่มีผลที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา น้ำ สารสกัด จากโสม ขิง กระเทียม ใบแปะก๊วย เป็นเวลา 2 สัปดาห์
  3. หลีกเลี่ยงหรืองดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างน้อย 7 วันก่อนการฉีด
  4. ก่อนการฉีด B-tox ควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ
  5. ไม่อยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร

ข้อปฏิบัติในการดูแลตนเองหลังฉีดB-tox

  1. หลังฉีด B-tox ควรขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดทันที และบริหารกล้ามเนื้อเป็นเวลา 30 นาที เพื่อให้โบท็อกกระจายเข้าสู่กล้ามเนื้อได้เร็วขึ้น
  2. ห้ามประคบเย็น เพราะจะขัดขวางการดูด B-tox เข้าเซลล์ประสาท
  3. หลังฉีด B-tox หลีกเลี่ยงการนอนราบอย่างน้อย 3 ชั่วโมงแรกหลังฉีด เพราะอาจจะทำให้เลือดไหลเวียนมาที่บริเวณใบหน้ามาก และส่งผลให้ B-tox ที่ฉีดกระจายไปบริเวณที่ไม่ต้องการมากขึ้น
  4. หลีกเลี่ยงการนวดหน้า ขัดหน้า หรือ เลเซอร์ใบหน้า หลังการรักษาด้วย B-tox 2 สัปดาห์
  5. หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง เช่น อบซาวน่า ออกกำลังกายหนัก ๆ ตากแดด
  6. หลีกเลี่ยงการกดคลึงใบหน้าบริเวณที่ฉีด B-tox หลังการรักษาอย่างน้อย 2 สัปดาห์

สรุป

การฉีด B-tox ถือเป็นการศัลยกรรมความงามรูปแบบหนึ่ง ที่นอกจากช่วยลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่น ฟื้นฟูบำรุงผิวพรรณ และปรับรูปหน้าให้สวยงาม หลังฉีดยังสามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็วและชัดเจน มีความปลอดภัยสูง หากใช้ B-tox ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะ B-tox เป็นสารที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยาและมีการใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

คำถามน่ารู้ แก้ปัญหาคาใจ

1.ฉีด B-tox กี่วันเห็นผลและอยู่ได้นานกี่เดือน

  • B-tox ที่มีคุณภาพหลังฉีดจะมีฤทธิ์อยู่ได้นานถึง 8 – 12 เดือน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่ยี่ห้อและตำแหน่งที่ฉีด
  • การฉีดเพื่อลดริ้วรอยจะเห็นผลภายใน 7-14 วัน 
  • การฉีดเพื่อลดกรามจะเห็นผลภายใน 14 -30 วัน
  • การฉีดเพื่อฟื้นฟูผิวจะเห็นผลภายใน 7 – 14 วัน
  • B-tox ลดเหงื่อเช่นบริเวณรักแร้ จะเห็นผลลัพธ์เต็มที่ภายใน 14 วัน

2.หลังฉีด B-tox แต่งหน้าได้หรือไม่

  • สามารถล้างหน้า แต่งหน้า ทาครีมหรือมาสก์หน้าได้ แต่ให้เว้นบริเวณรอยเข็มไว้ 1 คืน หลังจากนั้นแต่งหน้าได้ตามปกติ

3.การฉีดมีโอกาสแพ้ B-tox ได้หรือไม่

  • การฉีด B-tox สำหรับบางคนอาจมีโอกาสแพ้ได้ แต่อาการไม่รุนแรง กินยาแก้แพ้ 2-3 วันก็หายได้

4. ฉีด B-tox แล้ว หน้าแข็ง ยิ้มยาก เกิดจากอะไร

  • การฉีด B-tox แล้วหน้าแข็ง ยิ้มยาก หรือหน้าไม่เท่ากัน เกิดจากการเลือกคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน ผู้ให้บริการไม่ได้เป็นแพทย์วิชาชีพที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทาง หรือ แพทย์ขาดประสบการณ์ฉีดผิดตำแหน่ง ผลลัพธ์ที่ได้จึงดูไม่เป็นธรรมชาติ

5.การฉีด B-tox ต้องพักฟื้นกี่วัน

  • การฉีด B-tox ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น แต่ต้องปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อผลลัพธ์ที่ดี