ปลูกผม

การมีเส้นผมที่ดูดกดำ มีหน้าผากที่ไม่กว้าง ถือว่าเป็นเรื่องที่แทบจะทุกคนอยากให้เกิดกับตัวเองมากที่สุด เพราะทั้งจะช่วยสร้างบุคลิกที่ดี สร้างความมั่นใจในตัวเองได้มากขึ้น แต่ด้วยกรรมพันธุ์ หรืออายุที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้มีหน้าผากที่ค่อนข้างกว้าง หรือมีผมที่ค่อนข้างบาง ปัญหาเหล่านี้อาจจะส่งผลต่อความมั่นใจให้ใครหลายคนได้

แต่ปัญหาหน้าผากเถิก หน้าผากกว้างนั้น ในปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ โดยจะเป็นการปลูกผม ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ เป็นการปลูกผม แบบไม่ต้องโกนหัวด้วย แล้ววิธีนี้จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง Meko Clinic จะมาอธิบายรายละเอียดต่าง ๆ ให้ทุกคนได้ทราบกันค่ะ

ปลูกผม แบบ FUE และ FUT ต่างกันอย่างไร?

การปลูกผม แบบไม่ต้องโกนหัว FUE คือการปลูกถ่ายเซลล์รากผมลงไปบนบริเวณที่ต้องการแก้ไขปัญหา ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณที่ทำการรักษานั้นมีเซลล์รากผมถาวร เมื่อมีผมงอกมาแล้วจะไม่มีการหลุดล่วงซ้ำอีก นอกจากนี้การปลูกผมแบบนี้ยังมีแผลผ่าตัดที่เล็กมาก ยากที่จะมองเห็น

แต่การปลูกผม แบบไม่ต้องโกนหัว FUT จะเป็นเทคนิคการปลูกผมโดยการตัดนำหนังศีรษะด้านหลังที่มีรากผมแข็งแรง มีการหลุดร่วงของเส้นผมน้อย นำมาปลูกบริเวณที่มีปัญหา วิธีนี้จะทำให้เซลล์รากผมบอบช้ำ และเสียหายน้อย

การ ปลูกผม แบบ FUE และ FUT เหมาะกับใครบ้าง

การปลูกผม แบบไม่ต้องโกนหัว FUE เป็นเทคโนโลยีแก้ปัญหาหน้ากว้าง หน้าผากเถิกที่เหมาะกับคนที่มีผมส่วนท้ายทอยยังเยอะ และแข็งแรงอยู่ เพราะถ้ามีรากผมที่ไม่แข็งแรง อาจจะทำให้การปลูกผมได้ประสิทธิภาพไม่เต็มที่ รวมไปถึงถ้ามีผมที่ท้ายทอยน้อย จะส่งผลให้การรักษาเห็นผลลัพธ์ไม่ชัดเจน

การปลูกผม แบบไม่ต้องโกนหัว FUT จะเหมาะกับคนมีปัญหาผมร่วง ผมบาง ที่เซลล์รากผมเสื่อมมาก และนอกจากจะช่วยรักษาผมร่วง ผมบางแล้ว ยังเหมาะกับคนที่มีศีรษะล้าน ต้องการปรับแก้แนวผม ต้องการให้มีผมด้านหน้าเพิ่มขึ้นมา

ขั้นตอนการปลูกผมทั้งแบบ FUE และ FUT

การปลูกผม แบบไม่ต้องโกนหัวทั้ง 2 วิธีนี้มีขั้นตอนการรักษาที่แตกต่างกันออกไป โดยแต่ละวิธีจะมีวิธีการดังนี้

ขั้นตอนการปลูกผมแบบ FUE

– เริ่มแรกแพทย์จะทำการออกแบบแนวผม และประเมินจำนวนกราฟที่จะต้องใช้ปลูกผม ทั้งนี้การประเมินจะคำนึงถึงรูปหน้าของผู้เข้ารักษาด้วย

– ก่อนเข้าสู่การรักษา แพทย์จะฉีดยาชาให้ก่อน หลังจากที่ยาชาเริ่มออกฤทธิ์ก็จะเริ่มเก็บเกี่ยวกราฟผม

– เริ่มเจาะกราฟผมจากบริเวณท้ายทอยด้านหลัง โดยการเจาะจำเป็นจะต้องพึ่งแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูง เพราะจะช่วยประหยัดระยะเวลาการรักษาได้

– แยกกราฟผมที่แข็งแรง แบ่งชนิดของเส้นผม และก็จะทำการปักกราฟผมลงไปบริเวณที่จะรักษาโดยจะต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมชาติของแนวผมด้วย เพื่อให้ผมที่ปักเรียงตัวคล้ายกับผมเดิมที่มีอยู่มากที่สุด

ขั้นตอนการปลูกผมแบบ FUT

– เริ่มจากการตัดเซลล์หนังศีรษะที่มีรากผมแข็งแรงออกมาก่อน และนำเซลล์รากผมแยกออกมาจากเนื้อเยื่อรอบ ๆ เพื่อรอปลูกถ่าย

– หลังจากที่ปลูกถ่ายเข้าไปในตำแหน่งใหม่แล้ว เซลล์จะเริ่มยึดกับเนื้อเยื่อรอบ ๆ 

– เมื่อเซลล์เริ่มติดกับเนื้อเยื่อรอบ ๆ แล้ว เซลล์จะเสริมฟื้นฟูโดยการสร้างเส้นผมขึ้นมา โดยจะเป็นเส้นผมแบบถาวร

ดูแลตัวเองหลังปลูกผมอย่างไร?

– ในเรื่องของการสระผม ช่วงสัปดาห์แรกหลังจากรักษา ควรสระผมอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง โดยเลือกใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนถูเบา ๆ และใช้น้ำอุณหภูมิปกติ หรืออุ่นเล็กน้อยในการสระ

– ช่วงสัปดาห์แรกควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด เพราะอุณหภูมิที่ร้อนจะส่งผลกับรากผมที่ปลูกไป

– งดออกกำลังกาย 1 สัปดาห์หลังจากรักษา เพราะจะส่งผลให้แผลกระเทือน ทำให้รากผมหลุดออกมาได้ และงดดื่มแอลกอฮอลล์ 2 วันหลังผ่าตัด เพื่อกันการเลือดออก และอาการบวม

– หลังจากรักษาอาจมีอาการบวมเล็กน้อยบริเวณหน้าผาก สามารถใช้แผ่นประคบเย็นมาประคบเพื่อบรรเทาให้อาการดีขึ้นได้

เลือกปลูกผมอย่างมั่นใจได้ที่ Meko Clinic

Meko Clinic พร้อมดูแลทุกท่านอย่างใส่ใจทุกรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการประเมิน ไปจนถึงหลังจากที่รักษาเสร็จ เรามีทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการรักษามาหลากหลายเคส พร้อมกับอุปกรณ์การรักษาที่ถูกต้องตามมาตรฐาน เราจะทำให้ท่านพึงพอใจอย่างที่สุด