คุณแม่หลายคนหลังจากที่คลอดแล้วมักจะมีปัญหาหน้าท้อง โดยหนึ่งในปัญหาใหญ่ ๆ ที่เจอจะเป็นหน้าท้องหย่อนคล้อย ซึ่งปัญหานี้เกิดจากในช่วงตั้งครรภ์กล้ามเนื้อหน้าท้องจะมีการยืดขยาย และยังจะต้องรับประทานอาหารมากขึ้นจากเดิม เพื่อที่จะได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ เมื่อหลังจากคลอดแล้วจะทำให้เกิดปัญหาหน้าท้องหย่อนคล้อย ซึ่งปัญหานี้อาจลดความมั่นใจในตัวเองลงได้

ปัญหาน่ากังวลใจนี้ สามารถแก้ไขได้ไม่ยาก เนื่องจากเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันที่พัฒนาขึ้นมาก ทำให้มีหลากหลายวิธีที่จะมาช่วยแก้ปัญหานี้ โดยหนึ่งในนั้นคือการตัดไขมันหน้าท้อง และบทความนี้ Meko Clinic จะมาพูดถึงเกี่ยวกับการตัดไขมันหน้าท้อง ว่าทำอย่างไร มีอยู่กี่แบบ และเรื่องอื่น ๆ ที่ควรรู้ให้ทุกคนได้ทราบกันค่ะ

การตัดไขมันหน้าท้อง เป็นอย่างไร?

การตัดไขมันหน้าท้อง(Tummy Tuck) เป็นการผ่าตัดนำไขมัน รวมไปถึงผิวหนังส่วนเกินออกไป โดยตำแหน่งการเปิดแผลหน้าท้องจะอยู่บริเวณเหนือหัวเหน่า หลังจากนั้นจะทำการเย็บแก้ไขกล้ามเนื้อหน้าท้อง เพื่อทำให้กล้ามเนื้อกระชับ โดยการผ่าตัดนี้จะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง และจะมีรอยแผลที่เป็นเส้นยาวอยู่เหนือหัวเหน่าถึงสะโพก ซึ่งการตัดไขมันหน้าท้องนั้น มีอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน นั่นก็คือ

1. การผ่าตัดไขมันหน้าท้องแบบย้ายสะดือ

วิธีนี้เหมาะกับคนที่มีไขมันค่อนข้างมาก รวมไปถึงหน้าท้องหย่อนคล้อยมาก หรือมีหน้าท้องแตกลายจากการคลอดบุตร โดยจะมีขั้นตอนดังนี้

– เริ่มแรกแพทย์จะต้องทำการตรวจสอบความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อหน้าท้อง เพื่อที่จะวางแผนผ่าตัดได้อย่างถูกต้อง และแม่นยำ

– แพทย์จะกำหนดตำแหน่งของแผลบริเวณหัวเหน่า เพื่อทำการเปิดแผลผ่าตัดผ่านชั้นผิวหนัง ไปจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ

– เลาะพังผืดของระหว่างชั้นกล้ามเนื้อ และไขมัน โดยจะเลาะไปจนถึงประมาณใต้ราวนม ซึ่งจะทำให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องชัดขึ้น

– เย็บกล้ามเนื้อหน้าท้อง โดยจะเย็บตั้งแต่ใต้ราวนมไปจนถึงหัวเหน่า ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อท้องกระชับ

– ดึงชั้นผิวหนัง และชั้นไขมันหน้าท้องลงมา ตัดส่วนเกินตั้งแต่แนวบนสะดือเดิมจนถึงบริเวณหัวเหน่าออกไป จากนั้นเย็บตกแต่งแผล เจาะรูสะดือใหม่ และเย็บตกแต่งสะดือให้สวยงาม

– ขั้นตอนสุดท้ายคือ การตัด และเย็บผิวหนังส่วนเกินตามแนวบริเวณหัวเหน่าให้ดูสวยงาม

2. การผ่าตัดไขมันหน้าท้องแบบไม่ย้ายสะดือ

การผ่าตัดแบบนี้เหมาะกับคนที่ต้องการแก้ปัญหาหน้าท้องลาย แต่มีไขมันหน้าท้องไม่มาก โดยวิธีนี้หลังผ่าตัดเสร็จแล้วสามารถกลับบ้านได้เลย ซึ่งมีวิธีดังนี้

– เริ่มต้นโดยแพทย์จะตรวจสอบความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อหน้าท้อง จากนั้นจะทำการวางแผนผ่าตัด

– ทำการเปิดแผลที่บริเวณหัวหน่าเพื่อเลาะพังผืดระหว่างชั้นกล้ามเนื้อ และไขมัน โดยจะเลาะไปจนถึงประมาณใต้สะดือ

– ขั้นตอนสุดท้ายจะทำการดึงชั้นผิวหนัง และชั้นไขมันลงมา จากนั้นตัดส่วนเกินออก และเย็บแผลให้เรียบร้อย

ดูแลตัวเองอย่างไร หลังจากตัดไขมันหน้าท้อง?

เนื่องจากการตัดไขมันหน้าท้องถือว่าเป็นการผ่าตัดรูปแบบหนึ่ง ดังนั้นหลังจากผ่าตัดแล้วควรดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงตามมา โดยมีวิธีดูแลตัวเองดังนี้

– หลังจากที่ผ่าตัดมาแล้ว 2-3 วัน ควรจะใส่ผ้ารัดหน้าท้องเพื่อกระชับกล้ามเนื้อหน้าท้องทุกวัน โดยใส่อย่างน้อย 1 เดือน และเมื่อผ่านไปแล้วหนึ่งเดือนสามารถใส่แค่ตอนกลางคืนได้

– ในช่วง 2 เดือนหลังจากที่ผ่าตัด ควรเลี่ยงการออกกำลังกายออกไปก่อน ยิ่งโดยเฉพาะการออกกำลังกายหน้าท้อง

– ควรนอนในท่าที่ให้ศีรษะสูง และให้ชันเข่า 30 องศา

– ในช่วง 6 เดือนแรกเลี่ยงการทานอาหารที่จะทำให้ท้องผูก ทานผัก ผลไม้ และดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อไม่ให้ท้องผูก

ทำไมต้องตัดไขมันหน้าท้องที่ Meko Clinic

Meko Clinic เราเพรียบพร้อมไปด้วยแพทย์เฉพาะทางที่มากประสบการณ์ พร้อมทั้งยังมีเครื่องมือการรักษาที่ทันสมัย ถูกต้องตามมาตรฐาน หากท่านใดมีความสนใจในการตัดไขมันหน้าท้อง เรายินดีให้คำปรึกษา และดูแลอย่างใส่ใจในทุกขั้นตอนค่ะ