เมื่ออายุเริ่มเข้าเลข 4 ชั้นผิวก็เริ่มอ่อนแอ ความยืดหยุ่นของผิวก็เริ่มลดน้อยลง ทำให้ผิวเกิดการยุบตัว ความหย่อนคล้อยก็เริ่มถามหาไม่เต่งตึงเหมือนตอนหนุ่มสาว เกิดเป็นริ้วรอยแห่งวัย ยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ความหย่อนคล้อยก็จะยิ่งเห็นชัดขึ้นมากเท่านั้น ปัญหาคิ้วตก หนังตาด้านข้างหนาขึ้น แก้มห้อยย้อย มุมปากตก ร่องแก้มลึก ความหย่อนคล้อย เพิ่มมากขึ้นจนทั่วใบหน้าและลำคอ ใบหน้าที่เหี่ยวย่นหลาย ๆ คน ก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น ใคร ๆ ก็ต้องการผิวหน้าที่เรียบเนียน ตึงกระชับคงอยู่ตลอดถึงแม้เวลาจะร่วงโรยไป

การทำศัลยกรรมดึงหน้า (Radiant Face Lift) เป็นการผ่าตัดยกกระชับเพื่อคืนความอ่อนเยาว์ เผยหน้าใหม่ที่เต่งตึง สดใส ไร้ริ้วรอย ด้วยการตัดผิวหนังส่วนเกินที่หย่อนคล้อยออกแล้ว เก็บยกผิวหนังทั้งสองชั้น หรือมากกว่านั้น คือ ชั้นผิวหนัง และ ชั้นกล้ามเนื้อ SMAS หรือกล้ามเนื้อบางๆ ชั้นใต้ผิวหนังที่เราใช้แสดงสีหน้าและอารมณ์ นั่นเอง ซึ่งการศัลยกรรมดึงหน้าจะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน กว่าการยกกระชับด้วยวิธีอื่นๆ โดยทั่วไปความหย่อนคล้อยที่เกิดขึ้น จะเริ่มจากบนลงล่าง นั่นคือ หน้าผาก ใบหน้าส่วนบน หางตา แก้ม มาถึงร่องแก้ม ใบหน้าหน้าส่วนล่าง ค่อยลงมาใต้คาง และคอในที่สุด

ศัลยกรรมดึงหน้า ดึงส่วนไหน แก้ปัญหาอะไร?

  1. ดึงหน้าผาก (Forehead Lift) – เหมาะสำหรับผู้ที่มีหัวคิ้วย่น มีรอยย่นบนหน้าผาก หางตาตก และคิ้วต่ำลงมา จนรบกวนการมองเห็น ต้องเลิกคิ้วในการมองอยู่ตลอด โดยปกติหน้าผากเราจะมีกล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง เมื่อเลิกคิ้วเป็นเวลานาน จึงทำให้เกิดริ้วรอยดังกล่าว
  2. ดึงใบหน้าส่วนบนและหางตา (Upper Facelift/Temporal Lift) – การดึงใบหน้าส่วนนี้ สำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาหางตาตก ตาเศร้า โหนกแก้มเริ่มหย่อนคล้อย การดึงหน้าในส่วนนี้ จะทำให้ใบหน้าดูเฉี่ยวขึ้น รอยตีนกาและริ้วรอยบริเวณหางตาลดลง ใบหน้าส่วนบนก็จะตึงและดูยกขึ้นแบบ Foxy eyes
  3. ดึงใบหน้าส่วนกลางเเละส่วนล่าง (Lower Facelift) – แก้ไขปัญหาร่องแก้มที่ลึกให้จางลง แก้ไขร่องน้ำหมาก ทำให้ใบหน้าส่วนล่างตึงและถูกยกขึ้น ให้ใบหน้าเรียวเป็น V-shape
  4. ดึงคอ (Neck Lift) – ทำให้ลำคอตึงขึ้น ลดความหย่อนคล้อย ลดเหนียงบริเวณคอ เพื่อให้เข้ากับส่วนของใบหน้าที่อ่อนวัยลง

กดรับโปรโมชั่นสุดพิเศษ คลิก!!

ก่อนศัลย์ต้องรู้ เทคนิคผ่าตัดดึงหน้า แผลอยู่ตรงไหนบ้าง?

1. การดึงหน้าผาก ยกคิ้ว ยกหางตา
การดึงหน้าผากจะช่วยลดริ้วรอยบนหน้าผากและหัวคิ้ว เป็นการดึงยกคิ้วขึ้นไปด้วย เพื่อให้หน้าผากตึงกระชับ หรือในเคสที่หน้าผากแบนราบรู้สึกไม่สมมาตรคนไข้สามารถทำร่วมกับการเติมไขมันหน้าผากได้ เพื่อให้ใบหน้าส่วนบนดูอ่อนเยาว์ขึ้น

เทคนิคการผ่าตัดดึงหน้าผาก จะมี 2 เทคนิคด้วยกัน

เทคนิคที่ 1 ศัลยกรรมดึงหน้าผากเปิดแผลตามแนวไรผม (Hair Line)
เป็นการผ่าตัดดึง ยก รอยย่นบริเวณหน้าผากขึ้นไป และทำการตัดเนื้อเยื่อส่วนเกินของผิวหน้าผากออก จึงทำการเย็บปิดแผลตามแนวไรผม (Hair Line) เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่หน้าผากกว้าง และมีความต้องการให้หน้าผากแคบลง

เทคนิคที่ 2 ศัลยกรรมดึงหน้าผาก (Endotine)
เป็นการผ่าตัดดึงหน้าผากผ่านกล้อง Endoscopic ในชั้น SMAS เป็นชั้นกล้ามเนื้อ แล้วใช้วัสดุ Endotine ซึ่งเป็นวัสดุทางการแพทย์  ไม่เป็นอันตรายต่อผิว สามารถสลายไปเองได้ ไม่มีสิ่งแปลกปลอมตกค้างในผิว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดล็อคผิวหน้าผาก ให้ยกขึ้นโดยที่ไม่ต้องทำการผ่าตัดเอาเนื้อเยื่อใดๆออก เป็นการผ่าตัดที่คงทนกว่า ไม่กลับมาหน่อยคล้อยเร็ว แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กบริเวณไรผม 3-4 ที่ อยู่เหนือศีรษะบริเวณด้านบนและด้านข้าง

2.ดึงใบหน้าส่วนบนและหางตา
การดึงใบหน้าส่วนบนและหางตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหารอยตีนกาบริเวณหางตา และผู้ที่มีปัญหาคิ้วตกได้ จนมองด้านข้างไม่ชัดเจน เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยสำหรับผู้ที่อายุมาก การศัลยกรรมดึงใบหน้าส่วนบน จะช่วยให้รูปคิ้วโค้งขึ้น หางตาดูเฉี่ยวขึ้น ใบหน้าส่วนบนก็ยกขึ้นด้วย ทำร่วมกับการตัดกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดรอยตีนการ  เผยใบหน้าที่ดูเด็กลง อย่างเป็นธรรมชาติ

เปิดแผลผ่าตัดที่ไรผม foxy eyes ยกหางตา

เป็นการเปิดแผล 2 ที่ตรงขมับบริเวณไรผม แต่ละข้างยาว 3-4 ซม. จากนั้นทำการตัดเลาะกล้ามเนื้อชั้นใต้ ตัดผิวหนังส่วนเกินออก เพื่อดึงยกหางคิ้วหางตาขึ้นในแนวเฉียงตามที่คนไข้ต้องการ พร้อมเย็บยกกระชับกล้ามเนื้อ แผลจะถูกซ่อนตรงแนวที่ไรผมที่ขมับพอดี ในช่วงแรก ๆ อาจจะสังเกตเห็นได้ง่าย แต่เมื่อเวลาผ่านไปแผลนั้นก็แทบจะมองไม่เห็น

3. ดึงใบหน้าส่วนกลางและล่าง
เป็นการแก้ปัญหาผิวหน้าที่หย่อนคล้อยบริเวณส่วนกลางและส่วนล่างของใบหน้า ตั้งแต่ผิวเปลือกตาล่าง ริ้วรอยใต้ตา ไปจนถึงร่องแก้ม ซึ่งการดึงหน้าในส่วนนี้ จะดึงล็อก ยกผิวหนังขึ้นแล้วเย็บยึดด้วยวัสดุพิเศษ เพื่อจะได้เก็บผิวได้ในตำแหน่งที่คนไข้ต้องการ จะเย็บซ่อนแผลที่อยู่ในจุดที่สังเกตเห็นได้ยาก ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเรื่องรอยแผลที่จะเกิดบนใบหน้า

 เทคนิคการผ่าตัดดึงใบหน้าส่วนกลางและล่าง จะมี 2 เทคนิคด้วยกัน

เทคนิคที่ 1 การผัดตัดดึงหน้าแบบแผลเล็ก (Mini facelift)
เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยของร่องแก้มเพียงเล็กน้อย เป็นการเปิดแผลขนาดเล็กทั้ง 2 ข้าง ตรงด้านบนช่วงขมับลงมาถึงขอบหน้าหูส่วนบน เลาะชั้นใต้ผิวหนังลงไปถึงประมาณใบหน้าส่วนล่าง ในชั้นใต้ผิว SMAS และดึงยกเก็บ เย็บในตำแหน่งใหม่ให้ผิวกระชับ พร้อมกับผิวหนังส่วนเกินออก จากนั้นจึงเย็บผิดแผลด้วยเทคนิคซ่อนแผลให้สวยงาม

เทคนิคที่ 2 การผ่าตัดดึงหน้าแบบดึงทั้งหน้า (Full face lift)
เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยทั้งใบหน้าและลำคอ จะเปิดแผลทั้ง 2 ข้างที่หน้าหูและหลังหูด้านหลัง ผ่าตัดเลาะเนื้อเยื่อไปจนถึงชั้น SMAS แล้วยึดเนื้อเยื่อด้วย Endotine Midface ดึงให้ตึงจากนั้นถึงตัดผิวหนังส่วนเกินออก จากนั้นก็เย็บผิดแผลด้วยเทคนิคซ่อนแผลให้สวยงาม

ใช้ Endotine Midface ในการดึงหน้า ดีอย่างไร

การผ่าตัดดึงหน้าที่ใช้วัสดุสังเคราะห์ Endotine Midface เป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงคงทนมาก ได้รับการออกแบบมาเฉพาะสำหรับการยึดเกาะเนื้อเยื่อผิวบริเวณแก้ม ในชั้น SMAS ได้เป็นอย่างดี ช่วยยึดเนื้อเยื่อที่จะทำการยกกระชับให้ได้ดียิ่งกว่า มีความยืดหยุ่นสูง สามารถจัดตำแหน่งของแก้มได้ตามที่ต้องการ

4.ผ่าตัดดึงคอ
เมื่อผิวหนังและไขมันเกิดการยุบตัวลง จนห้อยย้อยมาถึงคาง ขากรรไกร และลำคอ การกำจัดไขมันส่วนเกินที่หย่อนคล้อยลงมามักจะทำร่วมกับการดึงหน้าแบบ Full face lift ไปพร้อมกันเลย แต่ก็จะมีคนไข้บางรายที่เคยผ่าตัดดึงหน้าส่วนบนไปก่อนแล้ว และต้องการที่จะดึงคอเพิ่ม ก็สามารถทำได้ สำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมอยู่ใต้คาง ทำให้คางหย่อนยาน เกิดเป็นเหนียงหลายชั้น แนะนำควรทำร่วมกับการดูดไขมัน จะยิ่งทำให้ผลลัพธ์ในการผ่าตัดชัดเจนและดียิ่งขึ้น เป็นเทคนิคที่ซ่อนแผลหลังหูทั้งสองข้าง

ทำไมต้อง ดึงหน้า ที่เมโกะคลินิก

  • ศัลยกรรมดึงหน้าผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการมากประสบการณ์
  • ปรับดีไซน์ใบหน้า ตามแต่ละปัญหาเฉพาะบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • ศัลยแพทย์ที่เมโกะให้ความสำคัญอย่างมากในขั้นตอนการผ่าตัดที่อยู่ใกล้บริเวณเส้นประสาท ในชั้น SMAS ไม่ให้ถูกกระทบเทือน ทำให้เส้นประสาทบอบช้ำน้อยที่สุด
  • วิสัญญีแพทย์ ดูแลคุณ 1:1 อย่างใกล้ชิด ในขณะผ่าตัดคุณจะไม่รู้สึกเจ็บ
  • ศัลยแพทย์จะดึงหน้าและตัดหนังส่วนเกินในปริมาณที่พอดี ทำให้ใบหน้าหลังจากที่เข้าที่แล้ว ดูไม่หลอกตา สามารถแสดงสีหน้าและอารมณ์ได้ปกติ
  • ผ่าตัดยกกระชับไปถึงชั้น SMAS ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่าการดึงหน้าทั่วไป
  • เทคนิคซ่อนแผล ตามแนวไรผมและขอบใบหู ทำให้สังเกตเห็นได้ยาก
  • มีเทคโนโลยีผ่าตัดแบบสอดกล้อง Endoscope ที่ทำให้แผลเล็กลง ลดอาการบวมช้ำ

การดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมดึงหน้า

  • หลังผ่าตัดเสร็จให้ประคบเย็นอย่างน้อย 48 – 72 ชั่วโมง ระมัดระวังอย่าให้โดนแผลโดยตรง ควรประคบบริเวณรอบๆแผล เพื่อลดอาการบวมช้ำ หลังจากนั้นประคบต่อเนื่องไปอีก 3 วัน และค่อยเปลี่ยนเป็นประคบเย็นในช่วงตอนกลางคืนประมาณ 1-2 สัปดาห์หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผล ห้ามแผลโดนน้ำ หรือโดนกระแทกบริเวณใบหน้าและลำคอ เป็นเวลา 7 วัน
  • นอนศีรษะให้สูงเพื่อช่วยลดอาการบวมเป็นเวลาประมาณ 1 อาทิตย์
  • ควรทำความสะอาดแผลทุกวัน โดยใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำเกลือซับเบาๆบริเวณแผล
  • ใส่ที่ผ้ารัดหน้าหลังจากทำศัลยกรรมอย่างน้อย 3-5 วัน เพื่อช่วยพยุงแผลจากภายนอกอีกทาง หลังจากนั้นใช้ผ้ารัดเฉพาะบริเวณกลางคืนต่อเป็นเวลา 1 เดือน
  • งดรับประทานอาหารรสจัด ของหมักดอง อาหารทะเล อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ วิตามินและอาหารเสริม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นเวลาอย่างน้อย
  • งดกิจกรรม การออกกำลังกาย ทุกชนิด ที่จะทำให้กระทบกระเทือนแผล ประมาณ 2 อาทิตย์
  • ทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

ปรึกษาและนัดหมาย

ขั้นตอนการรับบริการของเมโกะ

1

Consultation and Appointment

2

Payment

สามารถชำระค่าใช้จ่ายได้ 2 วิธี ได้แก่
1. การโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารและส่งหลักฐานการโอนเงินให้เจ้าหน้าที่
2. การชำระเงินด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิต (ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน)

3

Preparing for ดึงหน้า

1. งดการผ่าตัดในช่วงที่เป็นหวัด ไอ เป็นไข้ หรือป่วย
2. หลีกเลี่ยงการผ่าตัดในช่วงมีประจำเดือน
3. สวมเสื้อเชิ้ตหลวมๆ มีกระดุมด้านหน้าที่สะดวกต่อการเปลี่ยนเสื้อผ้าและใส่รองเท้าส้นเตี้ยมาในวันผ่าตัด
4. งดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์
5. งดใส่คอนแทคเลนส์ ฟันปลอม (ถ้าถอดได้) หรือหากมีฟันโยก ฟันครอบ ควรแจ้งแพทย์วิสัญญีหรือพยาบาลรับทราบ และไม่นำของมีค่าติดตัวมา
6. แนะนำให้มีญาติมากับผู้ป่วยในวันผ่าตัด และควรมีญาติดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมงแรกหลังผ่าตัด งดขับขี่ยานพาหนะหรือทำงานกับเครื่องจักรใดๆภายใน 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด
7. งดรับประทานอาหารเสริมวิตามินทุกชนิดและยาที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งของเลือด เช่น แอสไพริน ก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์
8. กรณีมีโรคประจำตัวและยาที่รับประทานเป็นประจำที่ ควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาโรคก่อนรับการผ่าตัด

4

During the Procedure

1. ต้องมาถึงคลินิกก่อนเวลาผ่าตัดจริง 1 ชั่วโมง เพื่อเตรียมเอกสารและเตรียมตัวในการผ่าตัด
2. แจ้งประวัติแพ้ยา โรคประจำตัวและยาที่รับประทานประจำให้แพทย์เจ้าของไข้รับทราบ
3. รับยาและอุปกรณ์ล้างแผล
4. เปลี่ยนชุดและล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อที่ เมโกะ เตรียมไว้ให้
5. เข้าห้องผ่าตัด การผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง แล้วแต่เคส
6. นอนพักหลังผ่าตัด 1-2 ชั่วโมง พร้อมประคบเย็น เพื่อห้ามเลือดและลดอาการบวม
7. พยาบาลและทีมแพทย์จะประเมินอาการหลังผ่าตัด หากปกติดี ก็สามารถกลับบ้านได้

5

After the ดึงหน้า

1. หลีกเลี่ยงการโดนน้ำที่บริเวณแผลผ่าตัด
2. ทานยาตามแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง
3. 3 วันแรก ควรประคบเย็นบริเวณที่ทำการผ่าตัด
4. งดแผลดดนน้ำเป็นเวลา 7 วัน
5. งดแต่งหน้าเป็นเวลา 7 วัน
6. 2 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงอาหารหนัก การเคี้ยวอาหาร ทำให้กล้ามเนื้อและบนใบหน้าเคลื่อนไหวและขยับตัว
7. 1 เดือนแรก ควรงดซาวน่า นวดหน้า และการออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงมาก
8. ควรงดดื่มสุรา สูบบุหรี่ ออกกำลังกายอย่างหนักและความเครียด การดื่มสุราจะส่งผลให้แผลเกิดการอักเสบ และการสูบบุหรี่จะส่งผลต่อหลอดเลือดทำให้แผลหายช้า
9. หากมีอาการผิดปกติ เช่น แผลอักเสบบวมแดง มีไข้ ให้รีบติดต่อทางคลินิกทันที
10. วันที่ 14, 30 นัดตรวจเช็คอาการ